สัมภาษณ์คุณกิตติชัยพี่ชายของคุณดา ตอร์ปิโด กรณีข้อเท็จจริงอาการเจ็บป่วยของคุณดา

(1/1)

Secret Code:
บทสัมภาษณ์ คุณกิตติชัย  ชาญเชิงศิลปกุล พี่ชายของคุณดา ต่อกรณีข้อเท็จจริงอาการเจ็บป่วยของคุณดา และตอบคำถามต่อสังคมถึงสิ่งที่ทันตแพทย์หญิงแสดงความคิดเห็นต่อน้องสาวเขา
 

หลังจากที่มีกระแสข่าว ความเคลื่อนไหวของคุณดา ตอปิโด ในอาการสุขภาพทางช่องปาก ด้วยโรคข้อขากรรไกรยึดติดอักเสบ ได้มีผู้ติดตามความเจ็บป่วยของเธอ โดยเฉพาะนิตยสารฉลาดซึ้อ ซึ่งเป็นหนังสือทางเลือกของผู้บริโภค โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลากหลายมาให้ความรู้ ชี้แนะแนวทางปฎิบัติ อันเปรียบเหมือนคู่มือผู้บริโภค ที่สมาชิก ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจมาก และการที่ทันตแพทย์หญิงผู้หนึ่ง ได้เขียนแสดงความคิดเห็นต่ออาการป่วยของคุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ตลอดถึงชี้แนะทางรักษา  ญาติของคุณดารณี จึงได้ให้สัมภาษณ์ต่อความคิดเห็นดังกล่าว

 

บทสัมภาษณ์ คุณกิตติชัย  ชาญเชิงศิลปกุล พี่ชายของคุณดา ต่อกรณีข้อเท็จจริงอาการเจ็บป่วยของคุณดา และตอบคำถามต่อสังคมถึงสิ่งที่ทันตแพทย์หญิงแสดงความคิดเห็นต่อน้องสาวเขา ซึ่งพี่ชายผู้นีได้ดูแลเยี่ยมเยียนดาทุกอาทิตย์ตลอดหนึ่งปีกว่าๆและเพราะพี่ชายคนนี่ที่ทำให้ได้คุณดา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท

 

ในขณะนี้ คุณดา เป็นอย่างไรบ้างครับ ?

ผมเพิ่งเสร็จจากการเข้าเยี่ยมดา  (วันศุกร์ที่8 ม.ค.2553) ดาสภาพจิดใจเขาดีขี้น เพียงแต่มีปัญหาเล็กน้อย เพราะเขาเพิ่งจะถูกทางฝ่ายปกครองย้ายไปยังแดนผู้ต้องขัง168 คนซึ่งจากเดิมดาอยู่กับผู้ต้องขัง60 คน  เนื่องจากเธออยากเปลี่ยนช่องทีวีไปช่องอื่นบ้าง เขาบอกว่าเบื่อกับการดูแต่หนังที่ทางเรือนจำกำหนด ไม่มีโอกาสเปลี่ยนช่องไปดูรายการข่าวสารสาระอื่นๆเลย เพราะทางแดนผู้ต้องขังชาย เห็นว่าการดูทีวี ผู้ต้องขังสามารถมีสิทธิ้เลือกเปลี่ยนช่อง ดูข่าวสารอื่นๆได้

 

แล้วอาการเจ็บป่วยคุณดาตอนนี้เป็นอย่างไรครับ ?

ผมได้ทราบข่าวที่ทางประชาไทออนไลน์ ได้ลงบทความของคุณกุลธิดา ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเรื่องของทางคดีความ ซึ่งศาลคือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ที่จะวินิจฉัย ให้หรือไม่ให้ ส่วนกรณีอาการเจ็บป่วยของเธอ ในการปล่อยตัวให้ได้รับการรักษาอยู่ที่ดุลยพินิจทางทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งที่ผ่านมาทางทัณฑสถานหญิงกลาง ได้รับทราบอาการเจ็บป่วยของเธอ และได้ประสานไปยังแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง  ซึ่งแพทย์ได้ตรวจร่างกายของเธอ ผลสรุปว่า ดา ป่วยด้วยปัญหาข้อขากรรไกรยึดติด เรื้อรัง  เห็นสมควรว่า ต้องทำ CT scan ดูโรคที่ขากรรไกร เพื่อพิจารณาขั้นตอนและวางแผนในการรักษาต่อไป

และอยากฝากบอกไปยังทันตแพทย์หญิงนิธิมา ด้วยว่า น้องผมเขาไม่ได้บ้า  หรือสภาพจิตใจไม่ปกติ ผมขอเรียนว่าถ้าเขาบ้าหรือสภาพจิตใจไม่ปกติ จะพูดปราศรัยให้คนนับร้อยนับพันฟังได้อย่างไร? ดาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เป็นหนอนหนังสือเชียวแหล่ะ ถ้าได้อ่านเล่มใดก็จะอ่านจนหมดเล่ม แสดงว่าเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและมีสมาธิสูง และดามีพี่ชายคนที่ 2 บวชเป็นพระ จำพรรษา 20 ปีมาแล้วและดาเองก็มักจะสนทนาทางธรรมกับพระพี่ชาย พี่ไม่เชื่อหรอกว่าการเจ็บป่วยที่ดาได้รับเป็นเพราะว่าทำกรรมหนัก เพราะเหตุว่าดาแยกมาอยู่หอพักตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือ ปริญญาตรี ดาไม่เคยทำให้ทางบ้านผิดหวังในตัวเธอเลย เป็นไปได้อย่างไรน้องสาวของผม สมัยเรียนปริญญาตรี สอบได้ G นับสิบๆวิชา เรียนปริญญาโทก็จบด้วยเวลาอันรวดเร็ว ตามปกติและเขามีเพื่อนที่รักใคร่กันมาโดยตลอด ซึ่งเพื่อนคนนี้ก็เป็นระดับใหญ่โตขององค์กรหนึ่ง ไม่เห็นเลยว่าดาจะเป็นคนทำกรรมทำเวรกับใครที่ไหน นิสัยโดยส่วนตัวออกจะเป็นคนรักสันโดษด้วยซ้ำ วันๆอยู่แต่กับกองหนังสือใช้ชีวิตตามปกติทั่วไป

 

พี่กิตติชัยได้อ่านข้อความที่ทางทันตแพทย์หญิงนิธิมา แสดงความคิดเห็นแล้วรู้สึกอย่างไร?

ผมว่าหมอคนนี้ไม่เป็นกลาง ดูจากคำพูดของเขาแล้ว ไม่น่าจะแสดงความคิดเห็นออกมาในลักษณะนี้ หมอคนนี้ไม่รู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเลย ช่วยใช้สมองคิดให้มากหน่อยอย่าใช้จิตใจที่อคติคิด ลำพังการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคคลอื่นนั้นก็แย่แล้ว และนี่อะไรมากล่าวหาซ้ำเติมกับคนที่ถูกศ่าลตัดสินดำเนินคดีความ ซึ่งดาเองก็กำลังถูกต้องโทษอยู่แล้วในคุก

 

อยากฝากอะไรกับนิตยสารฉลาดซื้อ?

การที่ทุกคนได้อ่านซึ่งมีทั้งสมาชิกนิตยสารและบุคคลทั่วไปจำนวนมาก อย่าไปหลงเชื่อข้อมูลทุกอย่างให้ดูด้วยว่าบุคคลที่ให้ความรู้เรา เขามีความประสงค์ดีกับผู้ป่วยอย่างไร? บางทีอาจจะมีเจตนาแอบแฝง จะโดยรู้ตัวหรือไม่นั้นไม่สำคัญหรอก แต่ที่สำคัญบุคคลที่โดนกล่าวถึง อย่างดา ไม่มีทางตอบโต้เรื่องนี้ได้เลย

 

สิ่งที่พี่กิตติชัยจะดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้มีอะไรบ้าง?

ผมจะร้องเรียนไปยังแพทยสภาและกระทรวงสาธารณสุขจะให้เขาสอบสวนพฤติกรรมของทันตแพทย์หญิงผู้นี้ว่า

1.             การใช้ถ้อยคำหรือคำพูดของเขา เป็นการใส่ร้ายหรือให้ร้ายผู้ป่วย สมควรแล้วหรือ สำหรับผู้มีวิชาชีพแพทย์

2.             และตั้งคำถามด้วยว่า ถ้าแพทย์ทุกคนเป็นแบบทันตแพทย์หญิงคนนี้ประเทศไทยคงไม่น่าอยู่

3.             จะปรึกษาทางฝ่ายกฏหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้างกับกรณีนี้ ว่าเข้าหลักเกณฑ์หมิ่นประมาทหรือไม่?

สุดท้ายผมขอขอบคุณกลุ่ม “พลังรวมใจ” ที่คอยให้กำลังใจและติดตามความเป็นอยู่ของคุณดา และทุกๆคนที่ส่ง ส.ค.ส มาให้ดา รวมถึงขอขอบคุณ คุณกุลธิดา สามะพุทธิ เป็นอย่างสูงด้วยที่กรุณาเขียนบทความอันเป็นประโยชน์ต่อคุณดา และสังคมเพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพชั้นสูงที่ทั่วไปให้ความเคารพ นับถือและยกย่อง ที่ชาวบ้านเรียกว่า “หมอ”

 

                และในขณะนี้ทางกลุ่มพลังรวมใจเองก็ได้ติดต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะมาทำการดูแลอาการป่วยของคุณดา ตอปิโด โดยทางพี่ชายคุณดาจะนำเอกสารที่เป็นใบความเห็นแพทย์จากสถานพยาบาลทัณฑสถานหญิงกลาง ไปทำการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป

ทางกลุ่มพลังรวมใจขอขอบคุณดีเจอ้น ชัยนรินทร์ ผู้ทำการสัมภาษณ์และขอขอบคุณคุณกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุลที่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงอาการป่วย รวมถึงเรื่องราวของคุณดา ตอปิโด ให้พวกเราได้รับทราบ

สุดท้ายนี้ กลุ่มพลังรวมใจ จะขอแจ้งยอดจำนวน สคส ในขณะนี้มีจำนวนประมาณ 1000 ใบ และคาดว่ามีบางส่วนกำลังทยอยส่งมาจากทั้งในและต่างประเทศ

กลุ่มพลังรวมใจ ขอเชิญชวนส่ง ส.ค.ส ให้กำลังใจคุณดา ตอปิโด มาที่ตู้ ปณ 58 ปณศ (พ) พระโขนง กรุงเทพ 10110 หรือส่งเป็น E-Card มาที่ wemissyouda@gmail.com ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2553 นี้นะคะ
 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ