สันดอนขุดได้ แต่สันดานขุดไม่ได้!

(1/1)

Porsche:
“สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” นั่นเป็นคำสุภาษิตโบราณที่ผมได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เด็กจนโต แต่ยังไม่ใคร่เข้าใจนัก 
 
    จนกระทั่งมาถึงในช่วงที่มีพี่น้องร่วมอุดมการณ์เดียวกันหลายคน บ่นกันมากมายถึงกิริยามารยาทของสาวแก่ที่มีนามว่า "อัญชลี ไพรีรักษ์" หรือ “เจ๊ปอง” จึงมาถึงบางอ้อ
 
   “เจ๊ปอง” คือหนึ่งในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่อาจจะเรียกได้ว่า เธอคือผู้ที่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในช่วงที่แกนนำพันธมิตรฯ ขอพักยก   
   
     ก่อนหน้าที่บ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวาย บทบาทของ “เจ๊ปอง” มักเป็นที่ถูกอกถูกใจของคอการเมืองและชาวบ้านหลากหลายกลุ่ม แต่หลังจากไปร่วมกับม็อบพันธมิตรฯ ชาวบ้านก็บอยคอตเธออย่างไร้เยื่อใย 
 
     และที่ทนไม่ได้และน่าประณามอย่างยิ่งคือ เหตุการณ์ในค่ำคืนของวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งในช่วงนั้นมีข่าวคราวของ “ศรราม เทพพิทักษ์” กำลังโดนพันธมิตรฯ คุกคามอย่างหนัก   
   
      เธอขึ้นเวทีพร้อมกับสมมติว่าตัวเองเป็นซ้อ 7 แล้วพูดถึงหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “นายสอนไม่จำ” อายุราวๆ 30 มาจากครอบครัวที่กระท่อนกระแท่น มีพ่อเป็นสตันท์แมน แม่เป็นหัวหน้าพาร์ตเนอร์ ทำงานอยู่แถวสะพานปิ่นเกล้า
   
      แล้วก็บรรยายถึงการเป็นดารา ที่เริ่มจากพระเอกลิเก และอาศัยความหล่อฟันแม่ยกไม่เลือก แถมไม่ใส่ถุงยางอนามัย และติดยาเสพติดสารพัด รวมทั้งการก่อวีรกรรมขับรถชนคนตาย และได้รับการช่วยเหลือจากเจ๊ จ. จนพ้นคดี
   
      จากนั้นเผลอตัวมาอยู่ข้างเวทีพันธมิตรฯ ตะโกนสู้ๆ จนคนจำหน้าได้ และเป็นข่าวใหญ่โต นายสอนไม่จำจึงเกิดอกสั่นขวัญหาย ก็เลยไปหาเจ๊ใหญ่ของวงการ “มือเคลียร์สื่อ” ของอดีตนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ สื่อคนไหนดื้อ สั่งปิดหมด สื่อคนไหนเชื่องก็ใช้เงินซื้อ โดยเจ๊อาสาเคลียร์ให้
     
      นี่คือส่วนหนึ่งที่ออกมาจากปากของ “เจ๊ปอง” อดีตสื่อมวลชนที่ครั้งหนึ่งเคยมีอุดมการณ์! 
   
      ผมไม่กล้าพอที่จะวิพากษ์วิจารณ์เธอมากมายนัก เพราะในฐานะที่เธอเป็นผู้อาวุโส แต่อยากจะยกคำสอนของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์มาให้อ่าน เพราะคำว่า “สื่อมวลชน” หรือ “หมาเฝ้าบ้าน” นั้นย่อมมีจิตสำนึก และรู้ผิดรู้ชอบว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง และอะไรคือสิ่งที่ผิด
   
       พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ ท่านสอนว่า คำว่า "สันดานดิบ" บางคนใช้คำนี้ทุกวัน พูดจนฮิตติดปาก แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้กับเรื่องที่ไม่ค่อยดี
   
      ยกตัวอย่าง แม่ดุลูกที่ขี้เกียจ ชอบนอนตื่นสายทุกวัน มีนิสัยงอแง ไม่อยากไปโรงเรียน แม่ก็มักจะดุว่า สันดานไม่ดี สันดานขี้เกียจ ชอบนอนตื่นสาย ไม่รู้จักรับผิดชอบ นี่คือนิสัยของเด็ก ที่เป็นไม้อ่อน ซึ่งยังพอแก้ไข ดัดสันดานให้ดีได้
   
     แต่ถ้าพ่อแม่ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจสอนสั่ง ลูกๆ ก็จะติดเป็นนิสัย สันดานขี้เกียจไปจนโต
   
     เรื่องของสันดานนั้นยังมีอีกมากมาย ถือเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน เพราะสันดานมีหลายประเภท มีทั้งสันดานดี สันดานเลว สันดานขี้เกียจ เป็นต้น
   
     มนุษย์ทุกคนล้วนมีทั้งสันดานดีและสันดานเลว อยู่คู่ติดตัวติดกายมาตั้งแต่เกิด โดยนัยของความจริงแล้ว สันดาน คือ นิสัยหรือพฤติกรรมที่พกติดตัวพวกเรามา แต่จะเกิดขึ้นช่วงไหนก็แล้วแต่จังหวะและสถานการณ์ของการเพาะบ่ม
     
    สันดานเป็นเรื่องธรรมชาติของคนนั้นๆ คนโบราณมักชอบพูดเสมอว่า "สันดอนขุดได้ แต่สันดานขุดไม่ได้"
   
     เพราะสันดอนคือ สิ่งที่น้ำนำพามาแล้วทับถมกัน ในบริเวณที่น้ำหมดแรงและถ้ายังอยู่ในน้ำ เรียกว่าสันดอน แต่ถ้าพอโผล่ขึ้นมาพ้นผิวน้ำ ถึงเรียกว่า "ดินดอน"
   
     สันดอนสามารถขุดลอกได้ แต่ถ้าเปรียบกับสันดาน ซึ่งเป็นพฤติกรรม ความประพฤติ นิสัยใจคอของมนุษย์นั้น พอนานวัน ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้
 
       เปรียบเปรยไว้ได้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นเป็นรูปธรรม ค่อนข้างตรงไปตรงมา แฝงสารประโยชน์ในประโยคของคำสอน ที่สื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักคิด เพียงแต่พวกเราจะนำไปประพฤติตามหรือไม่
 
       ส่วนใหญ่คำว่าสันดาน มักนำไปใช้ในทางที่ไม่สู้จะดีนัก และคนส่วนใหญ่ชอบด่าคำนี้ โดยมักใช้เป็นประโยคทองที่ว่า “ไอ้นิสัยเลว” หรือ “ไอ้สันดานดิบ” 
 
        คำสอนของ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์นี่ช่างดีเสียจริงๆ ผมหวังว่า “เจ๊ปอง” น่าจะได้สติ และกลับตัวกลับใจ หันมาเป็นคนดี ไม่พูดจาเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น
 
       เหมือนกับที่กำลังประพฤติอยู่ทุกวันที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์นะครับ!
 

ลวดหนาม   
   
http://www.prachatouch.com/content.php?id=7829        
   
      
 
.
      
   
   

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ