18 เมษายน 2014, 07:33:13
กระทู้ใหม่กระทู้ใหม่

  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 104
1  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศอ.รส.เต้น!!แถลงตำหนิ′ปลัดยุติธรรม-ขรก.′เปิดห้องรับรอง′สุเทพ′ เมื่อ: 9 เมษายน 2014, 16:56:01
ศอ.รส.เต้น!!แถลงตำหนิ′ปลัดยุติธรรม-ขรก.′เปิดห้องรับรอง′สุเทพ′
เป็นการกระทำไม่เหมาะสม



นางสาวสิริมา สุนาวิน คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.
แถลงถึงกรณีที่ ปลัดกระทรวงยุติธรรมและข้าราชการลงมาร่วมประชุม
ในลักษณะให้การรับรองนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.
ภายหลังจากนำแนวร่วม เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา
ว่าการกระทำของปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นเรื่องที่ต้องตำหนิ
เพราะเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
เพราะปลัดกระทรวงยุติธรรมมีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ส่วนนายสุเทพและแกนนำคนอื่นๆอยู่ในฐานะผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีในข้อหากบฎ

ศอ.รส.จึงได้เชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวงมาประชุมเพื่อกำชับและตักเตือน
รวมถึงทำความเข้าใจในการปฎิบัติหน้าที่ของข้าราชการ
ขณะที่สถานการทางการเมืองยังไม่ปกติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ โดยย้ำว่าปลัดกระทรวงทุกคนต้องเข้าประชุมด้วยตนเอง



นอกจากนี้ ศอ.รส.ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
และเห็นควรให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด
เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ
ซึ่งล่าสุดรายงานของธนาคารโลกคาดการณ์ว่า
ในปี 2557 เศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัวต่ำที่สุดในอาเซียน
เนื่องจากปัญหาการเมืองในปัจจุบัน



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1397025824&grpid=00&catid=&subcatid=


คลิป ศอ.รส.ตำหนิปลัด ยธ.กระทำไม่เหมาะสมต้อนรับเลขาฯกปปส.
เรียกประชุม-กำชับปลัดทุกกระทรวง17เม.ย.นี้


<a href="http://www.youtube.com/v/fKCUykjZrDw?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/fKCUykjZrDw?hl=th_TH&amp;amp</a>


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1397033509&grpid=&catid=01&subcatid=0100



"ปลัดกิตติพงษ์" เปิดใจ หลังต้อนรับ "สุเทพ" ระบุเชื่อมั่นระบอบประชาธิปไตย ไม่รู้มีการถ่ายทอดสด
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396957268&grpid=03&catid=15&subcatid=1500   

2  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / 'จตุพร' นัดชุมนุมใหญ่ วันที่ศาล รธน. ชี้ชะตานายกฯ เมื่อ: 6 เมษายน 2014, 23:18:56


"ประธาน นปช." นัดมวลชนชุมนุมสู้ กปปส.
วันเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตัดสินคดีที่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี...

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นเวทีปราศรัย
นัดมวลชนชุมนุมใหญ่ชนกับกลุ่มคณะกรรมการประชาชน
เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)
ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี

อีกทั้งยังเป็นการแสดงจำนวนมวลชนของกลุ่ม นปช. ให้กลุ่ม กปปส.
เห็นว่า มีประชาชนไม่ยอมปล่อย
ให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับพวก
ย่ำยีประชาธิปไตยต่อไป ซึ่งการชุมนุนดังกล่าว
ทางแกนนำ นปช. ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกันระหว่างมวลชน
พร้อมยังเชิญชวนประชาชนที่ไม่เห็นด้วย
และไม่ชอบพฤติกรรมของกลุ่ม กปปส. มาร่วมแสดงพลังในวันนั้นด้วย

นอกจากนี้ ในเวลาเดียวกัน
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ลงพื้นที่
เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย พร้อมพูดคุยกับ นายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช.
เกี่ยวกับกรณีที่การ์ดตรวจพบการ์ดกลุ่ม กปปส.
แฝงตัวเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมของ นปช. กว่า 50 ราย

พล.ต.ต.ปิยะ ระบุด้วยว่า หลังจากนี้จะนำรายชื่อที่ได้กลับไปตรวจสอบ
ก่อนเชิญตัวมาสอบถามรายละเอียดที่เข้ามาในพื้นที่
หากไม่พบมีการกระทำความผิดก็จะปล่อยตัวไป



http://www.thairath.co.th/content/414965
3  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ชมภาพชุด เกาะติดชีวิตคนเสื้อแดงบน ถ.อักษะ กินอยู่อย่างไร มีคนต่างด้าวจริงหรือไม่ เมื่อ: 6 เมษายน 2014, 23:07:12
เรื่อง/ภาพ : ฟ้ารุ่ง ศรีขาว มติชนทีวี

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง คงจะเป็นคำกล่าวตามความเป็นจริงของทุกทัพ
ไม่ว่ากองทัพนั้นจะขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ชุดใด
อันรวมถึงขบวนทัพของคนเสื้อแดง
ที่มีภาพปรากฏทั้งการห่อข้าวมากินรวมกลุ่ม
การทำอาหารแจกจ่ายเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน บนถนนอักษะ
เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร  ในวันที่อากาศร้อนระอุ

อาหารในม็อบของคนเสื้อแดง มีตั้งแต่ ส้มตำ
ที่น้าๆ ป้าๆ ช่วยกันสับมะละกอ โขลกพลิก คลุกเคล้าก่อนตักใส่กล่องโฟมแจกจ่าย















นอกจากนั้น ยังมีบริการน้ำดื่ม วางบนจุดต่างๆ ตลอดเส้นทางชุมนุม



อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มที่เดินทางไกลและห่อข้าวมากินเองด้วย  เช่น
คนเสื้อแดงจากนครพนม
ที่ระบุว่าพวกเขาเดินทางมาตั้งหลายร้อยกิโลเมตรและไม่กลัวอะไรในการมาเข้าร่วมชุมนุม 



นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มเสื้อแดง
ที่นำเตาแก๊สปิกนิกและหวดนึ่งข้าวเหนียว มาประกอบอาหารเองด้วย



เมื่อสำรวจเรื่องอาหารการกินแล้วลองมาดูสีสันบรรยากาศของผู้เข้าร่วมชุมนุม
เริ่มจากหนุ่มชูป้ายผมรักชาติแต่ไม่รักชาติจนเสียสติ



หรือลุงเสื้อแดงจากสกลนครมาเป็นกลุ่มสวมหมวกดาวแดงมาเข้าร่วมชุมนุม



นอกจากนั้นยังมีคุณป้า ติดสติกเกอร์ที่หน้าอกเสื้อ ไม่เอานายกฯ เถื่อน 



แต่คุณพี่ที่เด็ดเดี่ยวที่สุดคงจะเป็นคนนี้ ที่สวมเสื้อแดง สะพายเป้ เดินทางเข้ามาด้วยตัวเอง



ส่วนจุดอันเป็นที่สนใจของสื่อต่างประเทศเป็นพิเศษ
ในการมาเก็บมุมภาพทั้งระยะใกล้และระยะไกลคือ
สะพานชั่วคราวเล็กๆที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างถนน2ฟากฝั่ง



การนัดชุมนุมของคนเสื้อแดง นปช. ในวันเสาร์ที่ 5 - จันทร์ที่ 7 เม.ย. 2557
เกิดขึ้นโดยมีการนัดหมายล่วงหน้าไม่นาน
ท่ามกลางกระแสข่าวลือและการกล่าวหาจากฝ่ายตรงข้าม
ที่ระบุว่ามีการขนคนต่างด้าวเข้าร่วมชุมนุม
เป็นเหมือนพลอตเรื่องเก่าเล่าซ้ำซาก
เพื่อสร้างความเป็น "คนอื่น" ของกระบวนการชุมนุมเสื้อแดง เช่น
การแชร์ภาพในโลกออนไลน์
ที่ทำให้เข้าใจว่า มีป้ายบอกทางไปห้องน้ำ
ที่เขียนด้วยภาษาของประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในที่ชุมนุม

ปรากฏว่าจากการสำรวจในที่ชุมนุมไม่พบป้ายดังกล่าว
พบเพียงป้ายที่เขียนเป็นภาษาไทย
โดยไม่มีทั้งภาษาอังกฤษและไม่มีตัวอักษรที่เขียนด้วยภาษาประเทศเพื่อนบ้าน





ส่วนผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ก็มีที่มาที่ไประบุได้ว่า
มาจากจังหวัดใดและมาชุมนุมเพื่ออะไร
ไม่ปรากฏกลุ่มคนต่างด้าวตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด





อ่านบทสัมภาษณ์คนเสื้อแดง

ถาม"คนเสื้อแดง"กลางแดดระอุบนถนนอักษะเข้ากรุงเพื่อ"ทักษิณ"หรือเพื่ออะไร?
(ชมคลิป)(คลิ๊ก!!)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396685179&grpid=00&catid&subcatid


ชมคลิปคำตอบ"คนเสื้อแดง"จากอ.พลจ.ขอนแก่นพวกเขามาทำอะไรกันที่ถนนอักษะ
(คลิ๊ก!!)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396697204&grpid=03&catid=01&subcatid=0100





http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396775458&grpid=01&catid=&subcatid=
4  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / สื่อนอกชี้ตุลาการรัฐประหาร"ปู" เมื่อ: 6 เมษายน 2014, 22:52:33

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน สำนักข่าวเอพีเอเอฟพี และสำนักข่าวอัลจาซีรา
พากันรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมาแสดงพลัง
สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศกร้าวว่าจะต่อต้านความพยายามใดๆ ก็ตาม
ที่มุ่งหมายถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่ง

โดยเอพีระบุว่า แม้จำนวนผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์
ที่ปักหลักชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมาเป็นเวลานานกว่า 5 เดือนแล้ว
จะลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็วในชั่วไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้
น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลยังคงมีความเสี่ยงสูง
ที่จะเผชิญการคุกคามทางกระบวนการทางกฎหมาย
โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า
ท้ายที่สุดรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์จะล้มลงจากการถูกรัฐประหารด้วยอำนาจตุลาการ
เพราะศาลและองค์กรอิสระของไทยถูกมองว่ามีอคติลำเอียงต่อกลไกทางการเมือง
ที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ซึ่งหากเกิดการทำตุลาการรัฐประหารขึ้นจริง ความรุนแรงจะเกิดขึ้นตามมา

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีและอัลจาซีรารายงานว่า
มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 3,000 นาย
ในการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่ม
คนเสื้อแดงบนถนนอักษะ ชานเมืองของกรุงเทพฯ
โดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของนายกรัฐมนตรี
เปิดเผยว่า ในช่วงเช้ามีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงออกมารวมพลังแล้วมากถึง 20,000 คน
แต่คาดว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาร่วมชุมนุมมากกว่า 200,000 คน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่คิดว่าจะมีการปะทะกันใดๆ
เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่ชุมนุมกันอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396797830&grpid=03&catid=&subcatid=


Thailand: Protesters rally in Bangkok to support PM


5 April 2014 Last updated at 20:16 BST

Thousands of people have gathered on the outskirts of Bangkok for a
two-day rally in support of Thailand's caretaker prime minister,
Yingluck Shinawatra.

The protesters want to show their support at a time when a series of
legal challenges threaten to bring down her government.

Jonathan Head reports from Bangkok.


http://www.bbc.com/news/world-asia-26907663


Read more
Thailand crisis: 'Red shirts' warn of civil war threat
[/u]
http://www.bbc.com/news/world-asia-26904622 
5  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ครึ่งล้าน! เมื่อ: 6 เมษายน 2014, 22:40:07


สมิงสามผลัด

ถกเถียงกันมากว่าคนเสื้อแดงที่นัดชุมนุมใหญ่วันนี้

ที่ถนนอักษะ ย่านพุทธมณฑล จะมากันเป็นล้านๆ คนหรือไม่

แกน นำ นปช.ไม่ว่าจะเป็น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.

และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาฯ นปช.

ประกาศชัดถ้อยชัดคำว่าคนเสื้อแดงจะมาชุมนุมกันเพียง 5 แสนคน

โดยมี นปช.ภาคอีสานยืนยันแล้วว่า
เคลื่อนพลมาร่วมชุมนุมที่ถนนอักษะไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน

ยังไม่รวมชมรมคนรักอุดรฯ ของ นายขวัญชัย ไพรพนา
รวมทั้ง นปช.ภาคเหนือ กลาง ตะวันออก และใต้

เชื่อว่าคนเสื้อแดงคงมากันมืดฟ้ามัวดินแน่

แต่ตัวเลขผู้ชุมนุมก็ยังไม่เว่อร์
คาดการณ์กันตามจริง คงจะมีประมาณ 4-5 แสนคน

ทีนี้ก็ต้องดูว่าสถานที่จัดชุมนุมจะรองรับคนได้มากน้อยแค่ไหน

เพจ CSI LA ได้คำนวณพื้นที่ถนนอักษะตลอดทั้งสายว่า
จะสามารถจุคนได้มากน้อยเท่าไหร่

โดยถนนอักษะมีขนาดความกว้าง 60 เมตร ยาว 3.91 ก.ม.

3,910 เมตร คูณ 60 เมตร จะเท่ากับ 234,600 ตารางเมตร

ถ้าไม่หนาเเน่นมากให้คิด 1 คนต่อ 1 ตารางเมตร

234,600 คูณ 1 เท่ากับ 234,600 คน

ถ้าหนาเเน่นเเบบงานคอนเสิร์ต จะคำนวณ พื้นที่ 2 คนต่อ 1 ตารางเมตร

234,600 คูณ 2 เท่ากับ 469,000 คน

หากคนเสื้อแดงมากันเต็มพื้นที่ถนนอักษะตลอดสาย
ก็น่าจะอยู่ราวๆ 4-5 แสนคน
ก็จะใกล้เคียงกับที่แกนนำนปช.ประเมินเอาไว้ล่วงหน้า

ส่วนประเด็นการชุมนุมแสดงพลังของเสื้อแดงครั้งนี้

แกนนำประกาศชัดเจนว่าชุมนุมใหญ่
เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการซ่อนรูป
และคัดค้านการรัฐประหาร

ที่ สำคัญการชุมนุมครั้งนี้เป็นการซ้อมระดับปฏิบัติการจริง
โดยกำหนดจะค้างคืน 2 คืน (5-6 เม.ย.)
พอเช้าวันที่ 7 เม.ย. จะแยกย้ายกันกลับบ้าน

แต่หากมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น คงต้องชุมนุมยืดเยื้อ

ตรงนี้แหละที่เป็นประเด็น คนเสื้อแดงครึ่งล้านคนโชว์พลังครั้งนี้

กลุ่มที่คิดจะใช้ "วิธีพิเศษ" เข้ามายึดอำนาจของประชาชน คงต้องไต่ตรองกันใหม่

การทำรัฐประหารจะไม่ง่ายดายแบบในอดีตอีกแล้ว



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5qWXlNelExT0E9PQ==&sectionid=
6  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / อธิบดีดีเอสไอสั่งถอดเทปคําพูด "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ประกาศตั้งรัฎฐาธิปัตย์(มีคลิป) เมื่อ: 6 เมษายน 2014, 22:34:09



เมื่อวันที่ 6 เม.ย.นายธาริต  เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.
ประกาศจัดตั้งเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์บนเวทีสวนลุมพินี ว่า
คําประกาศดังกล่าวตนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดําเนินการถอดเทป
ถ้อยคำปราศรัยของนายสุเทพฯซึ่งเบื้องต้นมีชัดเจนว่าถ้อยคำปราศรัย
ที่นายสุเทพประกาศกับกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการล้มล้างการปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตยขัดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายอาญา
และได้ตอกย้ำความชัดเจนต่อการกระทำผิดตามกฎหมาย ม.113
ที่ระบุว่าสมคบตระเตรียมสะสมกำลังพลเพื่อเป็นกบฏ
ซึ่งดีเอสไอกำลังดำเนินการสอบสวนและศาลอาญาออกหมายจับคดีกบฎ

 ทั้งนี้คำปราศรัยของนายสุเทพครั้งนี้พนักงานสอบบสวนจะเพิ่มพฤติการณ์
ในการกระทำความผิดเพราะเป็นความผิดต่อเนื่อง
โดยจะรวบรวมไว้ในสำนวนการสอบสวนเดิม
และจะนําเข้าที่ประชุมศอ.รส.จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรกับนายสุเทพฯ
เนื่องจากนายสุเทพมีหมายจับคดีกบฎอยู่แล้ว



<a href="http://www.youtube.com/v/euHkb9zwUjw?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/euHkb9zwUjw?hl=th_TH&amp;amp</a>


http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5qYzVNRGc0TkE9PQ==&subcatid=
7  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / “สุเทพ” เล่นระยำ ส่งสมุนป่วนม็อบแดง ล่าสุด จับได้แล้วกว่า 50 นาย เมื่อ: 6 เมษายน 2014, 22:29:22
เขียนโดย Administrator Blog 





วันที่ 6 เมษายน 2557 go6TV – ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา

19.20 น. ที่ถนนอักษะ

บริเวณที่ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

นายอารีย์  ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. สามารถจับกุมการ์ดกปปส.

ที่แอบปลอมตัวเข้ามาหวังจะสร้างความวุ่นวายและความรุนแรงในที่ชุมนุม

ซึ่งเบื้องต้นทางผู้สื่อข่าวภาคสนามได้แจ้งว่าสามารถจับกุมได้แล้วกว่า 50 นาย

และผลักดันให้ออกจากที่ชุมนุมไปแล้วบางส่วน




http://www.go6tv.com/2014/04/50.html
8  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" สไกร์ซัดกองทัพ "เราปล่อยให้ฆาตกร มายืนชี้หน้าสอนเรา " เมื่อ: 6 เมษายน 2014, 22:26:37
"โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" สไกร์ซัดกองทัพ
"เราปล่อยให้ฆาตกร มายืนชี้หน้าสอนเรา เรื่องประชาธิปไตย ได้อย่างไร?"



เขียนโดย  Go6 TV 




วันที่ 6 เมษายน 2557 (go6tv) นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม
ทนายความชื่อดังระดับโลก ของสำนักทนายความอัมสเตอร์ดัม
ได้โฟนอินเข้ามาร่วมปราศรัยในเวทีการชุมนุมของคนเสื้อแดง
ได้กล่าวตอบโต้ องค์กรอิสระ พรรคประชาธิปัตย์ และกองทัพอย่างเผ็ดร้อน
โดยมีข้อความดังนี้

“สวัสดีชาวไทยในกรุงเทพ ประเด็นแรกที่อยากจะบอกพี่น้องคนไทยคือ
ทั้งโลกกำลังมองมาที่ประเทศไทย
ทั้งโลกกำลังมองเห็นความเป็นจริง
กำลังมีแสงส่องมองมาที่พฤติกรรมพรรคประชาธิปัตย์อย่างทะลุถึงแก่น   
เราจะต้องยืนยันว่า ขณะนี้คนที่เป็นเจ้าของประเทศคือประชาชน
และเราจะไม่ยอมให้พรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายเข้ามาลิดรอนอำนาจของประชาชน

เราไม่อนุญาตให้สุเทพ ใช้คำว่าปฏิรูปได้ 
เราไม่สามารถอนุญาตให้อภิสิทธิ์ ใช้คำว่าประชาธิปไตยได้
เราไม่สามารถให้ ปปช. ใช้คำว่าปราบปรามคอรัปชั่นได้
เราไม่สามารถให้ กกต.มายึดคำว่า การเลือกตั้งได้
เราไม่สามารถให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเรียกตัวเองว่าเป็นศาลได้
เราไม่สามารถให้ประยุทธิ์ มาพูดคำว่าสันติภาพได้ 
และเราก็ไม่สามารถให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของไทย
มานิยามจำกัดความคำว่าสิทธิมนุษยชนของชาวโลก

เราจดชื่อไว้หมด ว่าใครคือ
เครือข่ายประชาธิปัตย์ ที่มาล้มล้างประชาธิปไตย ล้มล้างนิติธรรมแห่งรัฐ 
คนเสื้อแดงและคนของเพื่อไทยต่างหากที่จะนิยามคำว่า ปฏิรูป

สิ่งแรกที่เราจะทำคือ การยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศชั่วคราว
และไทยก็ต้องดำเนินการฟ้องร้องที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ 
รัฐมนตรีสุรพงษ์  กำลังมีคำถามที่ไม่เข้าใจเรื่องศาลอาญาโลก 
โทรมาหาได้ตลอดเวลา ผมจะอธิบายให้ฟัง 
ได้เวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องหยุดรอคอย สิ่งที่เป็นไปไม่ได้
เพราะฉะนั้น จงลงนามยอมรับอำนาจศาลอาญาโลกชั่วคราวทันที

ขณะนี้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการรัฐประหาร ซึ่งต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่ปี 52-53   
ทุกประเทศ ต่างชาติเห็นถึงความยากลำบากในการที่จะสมานฉันท์ 
และผมกำลังจะบอกว่าทำไมเป็นเช่นนั้น

ก็เพราะว่า กฎหมายอาญา มาตรา 112 
หากปราศจากการปฏิรูปมาตรา112 พรรคประชาธิปัตย์ก็ใช้มาตรานี้กำจัดศัตรูทางการเมืองต่อไป 
คนเสื้อแดงต้องแน่นใจว่า ไม่ก่อให้เกิดการข่มขู่คุกคามไปยังประชาชน เช่น
สมยศ และคนอื่นที่โดนใส่ร้ายด้วยมาตรานี้ 
สิ่งที่เราต้องปฏิรูป คือการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 และขณะนี้ไม่มีหนทางอื่นแล้ว
ที่จะต้องปฏิรูปกองทัพด้วย 
เป็นไปได้อย่างไร ที่จะให้ประยุทธิ์ มายืนสอนพวกเราเรื่องประชาธิปไตย
เคยมีใครไปบอกประยุทธิ์ไหม ให้ออกไปจากประเทศนี้
มีไหม ประยุทธิ์ต้องฟังรัฐบาล

และสิ่งที่สำคัญสุดท้าย คือการปฏิรูปหลักนิติธรรมของประเทศไทย   
สิ่งที่ปฏิรูปคือการปฏิรูปกฎหมายเพื่อความเป็นนิติธรรมของประเทศไทย 

เราต้องไปถามคนสองคน สุเทพ กับอภิสิทธิ์
ที่มีข้อกล่าวหาว่าฆาตกรรมประชาชน คนเหล่านี้เหรอจะมานำการปฏิรูป
 มีอย่างที่ไหน
ยอม ให้คนที่มีข้อกล่าวหาเป็นฆาตกรมาขัดขวางคนบริสุทธิ์ ไม่ให้ไปเลือกตั้ง 
เราควรเรียก กปปส. ว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายตาลีบันด้วยซ้ำ 
แท้จริงแล้ว ตาลีบันของไทยๆ เลวร้ายยิ่งกว่าตาลีบันที่ตะวันตกรู้จักด้วยซ้ำ
เรายังต้องต่อสู้ในทางการต่างประเทศ
เราไปที่ประชุมรัฐสภาโลก ที่เจนนิวา
เราประสบความสำเร็จที่ทำให้ รัฐสภาโลก
มีจดหมายประณาม ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตัดสิทธิ์ สส.ไทยมากกว่าสองร้อยคน
และพวกเราคงจำได้ว่า
รัฐสภาโลก ได้เคยส่งผุ้สังเกตการณ์มาช่วยจตุพร พรหมพันธ์ก่อนหน้านี้ 
และสหภาพรัฐสภาโลก ตั้งใจจะเข้ามาดูการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ
และ ปปช.ของไทย การแทรกแซงหรือการตรวจสอบจากต่างประเทศนั้น
เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น   จากพฤติกรรม กปปส. พรรคประชาธิปัตย์ กำลังทำอะไรอยู่
ชาวตะวันตกกำลังมองและไม่สามารถยอมรับได้
เพราฉะนั้น เราจะดำเนินการต่อสู้บนหนทางสันติวิธี
ในสายตาของชาวโลกต่อไปอย่างไม่ลดละ 
นาทีนี้ เป็นนาทีประวัติศาสตร์
ที่จะให้ทุกคนได้เห็นถึงความสำคัญของเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ 
สิ่งที่เป็นแผนของเรา คือ
การจะแทรกแซงนำชื่อของพรรคประชาธิปัตย์แต่ละคน ไปประจาน ประณามในเวทีโลก
การที่จะให้ชาวโลกรับรู้และปฏิเสธคนเหล่านี้ อาจใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี 
เราจะส่งรายชื่อไปยังองค์กรต่างๆ ในต่างประเทศด้านประชาธิปไตย
และส่งรายชื่อเหล่านี้ไปยังรัฐบาลต่างประเทศ
เพื่อระงับยับยั้งทั้งธุรกิจและเส้นทางการเงินของบุคคลเหล่านี้ 
เพราะฉะนั้น นายอภิสิทธิ์ ก็อาจจะไม่สามารถเดินทางไปอังกฤษ ลอนดอน
หรือต่างประเทศได้อย่างง่ายดายต่อไป

ขอให้พี่น้องเสื้อแดงได้โปรดรู้ว่า
เราไม่ได้เดินคนเดียว วีรชนที่สละชีวิตผ่านไปนั้น
เราไม่เคยลืม คนทั้งโลกได้รับทราบ รับรู้ 
น้องสาวของฟาบิโอลา  นักข่าวอิตาลีที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม
เค้ากำลังป่วยหนักเป็นมะเร็งอาการหนัก
แต่เขาก็รู้ว่าพี่น้องเสื้อแดงให้กำลังใจเธอ
และเธอ ก็พยายามพูดต่อสู้ฟ้องชาวโลกอยู่แม้เธอจะป่วย 


ในสัปดาห์เป็นต้นไป พรรคประชาธิปัตย์ กำลังวางแผนยึดอำนาจประเทศไทย
เพราะเค้าไม่สามารถชนะการเลือกตั้ง
เขาจึงต้องใช้ความช่วยเหลือจากศาลรัฐธรรมนูญ ปปช. และกองทัพ 
จึงกลายเป็นว่า กองทัพไทยยังสู้อยู่กับประชาธิปไตยและจะไม่มีวันชนะ 
กองทัพและประชาธิปัตย์ต้องตระหนักให้ดี 
และขออวยพรให้พี่น้องเสื้อแดงได้โปรดต่อสู้อย่างเข้มแข็งต่อไป”




http://www.go6tv.com/2014/04/blog-post_6.html


สัมภาษณ์ robert amsterdam หยุดล้มล้างประชาธิปไตย ถ.อักษะ 6-4-2014

<a href="http://www.youtube.com/v/ZQE-xFD-p08?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/ZQE-xFD-p08?hl=th_TH&amp;amp</a>
9  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "ศาลรัฐธรรมนูญ" เร่งรับคำร้อง "ชี้ขาดสถานภาพนายกรัฐมนตรี พ้นรักษาการ" วันพรุ่งนี เมื่อ: 1 เมษายน 2014, 14:25:20
เขียนโดย  Go6 TV





หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เผย เตรียมพิจารณา
รับหรือไม่รับคำร้องคดีชี้ขาดสถานภาพนายกรัฐมนตรี พ้นรักษาการหรือไม่ ในที่ประชุมพรุ่งนี้

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยกับ สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.
ว่า ที่ประชุมพรุ่งนี้ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
เตรียมพิจารณาวาระคำร้องของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา
ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดสถานภาพ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นรักษาการนายกรัฐมนตรี
ซึ่งการจะรับหรือไม่รับคำร้องดังกล่าวเพื่อวินิจฉัยคดีนั้น ขึ้นอยู่กับองค์คณะตุลาการจะเป็นผู้พิจารณา

ทั้งนี้ ถ้าศาลรับไว้วินิจฉัย จะพิจารณาต่อเนื่อง
โดยเตรียมเชิญนายกรัฐมนตรี เข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
ซึ่งนายกฯ จะมาด้วยตนเอง หรือส่งเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรมาก็สามารถทำได้
แต่หากศาลไม่รับก็ถือว่าคำร้องตกไป


ขณะเดียวกัน นายพิมล กล่าวด้วยว่า
ยังมีคดีการเมืองอีกหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับนายกฯและรัฐบาล รวมถึงคดีต่าง ๆ
ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ขัดมาตรา 68 อีกหลายคดี
ซึ่งจะนำเข้าสู่วาระการประชุมด้วย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่ามีคดีอะไรบ้าง




http://www.go6tv.com/2014/04/blog-post.html
10  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / จับตา! ทหารเตรียม "กฏอัยการศึก" แล้ว เมื่อ: 1 เมษายน 2014, 14:22:03
เขียนโดย  Go6 TV





ที่กรมพลาธิการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
จะนัดหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพเพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองว่า
เห็นแต่ข่าว แต่ยังไม่มีการแจ้งมาอย่างเป็นทางการ
แต่ตามปกติคุยกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องประชุมกันบ่อย
แต่หากเห็นว่ามีความจำเป็นจึงนัดประชุมกัน เพราะทุกเหล่าทัพมีแนวทางการปฏิบัติอยู่แล้ว
ทั้งนี้ก็ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอยู่
แต่ไม่ได้มีอะไร ไม่ได้มีการปรึกษา
เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ต้องปรึกษาใคร ท่านสามารถสั่งการตนได้ ในเรื่องงานในหน้าที่

ส่วนจะมีการหารือเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย.หรือไม่นั้น
คิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
เป็นการชุมนุมของทุกพวกทุกฝ่ายตามปกติเหมือนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
หน้าที่ของทหารคงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงื่อนไขความขัดแย้ง
หรือการชุมนุมฝ่ายต่างๆ
เพราะหน้าที่ของเราคือ
การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินไม่ให้เกิดอันตราย บาดเจ็บหรือสูญเสีย

“เรามีการพูดคุย และหารือกันตลอดผ่านทุกกลไก
ทั้งการประชุมประชาคมข่าวกรอง การประชุมของสำนักนโยบาย และแผน
การประชุมทุกหน่วยงานของกองทัพ จากแนวทางที่เราได้คุยกันแล้ว
จึงได้พยายามกำหนดบทบาทให้ชัดเจนขึ้น โดยเน้นหนักเรื่องการดูแลพื้นที่โดยรวม
ทั้งพื้นที่จุดตรวจ พื้นที่เฝ้าระวัง พื้นที่ปฐมพยาบาล ที่ผ่านมายังไม่มีปัญหาอะไร
แต่อาจจะไม่เข้าใจอยู่บ้าง
สิ่งที่ได้เสนอศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) คือ
การที่เรามีกำลังพลไปอยู่จำนวนมากในหลายจุดเพื่อป้องกันเหตุในทุกสถานที่
เป็นการป้องกันอย่างครบวงจร ควบคุมดูแล ถนน เส้นทาง
การเคลื่อนที่และกลุ่มเป้าหมาย เพราะประชาชนไม่ได้มีแค่ผู้ชุมนุม
แต่มีประชาชนที่มีภูมิลำเนา และสัญจรไปมาอยู่บริเวณนั้น
อย่าไปมองว่าเราไปวางกำลังให้กลุ่มไหน
จะเห็นได้ว่าเราวางกำลังให้ทั้งสองพวก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


ส่วนแนวโน้มการประกาศกฎอัยการศึกนั้น
ขอไปศึกษากฎหมายดูว่าหากเกิดกรณีใดจึงจะประกาศได้
แต่ขออย่าให้เกิดเหตุ สำหรับที่เกรงว่าวันที่ 5 เม.ย.จะเกิดจลาจลนั้น
ขออย่าให้เกิด ซึ่งเรื่องนี้จะมาสมมุติไม่ได้




http://www.go6tv.com/2014/04/blog-post_1.html
11  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ‘จาตุรนต์’เผยสพฐ.จ่อสอบ “ผอ.คลิปฉาว” เบื้องหลังวงโยฯ ขอเงิน ‘เสี่ยคนดัง’ เมื่อ: 1 เมษายน 2014, 14:04:07
‘จาตุรนต์’เผยสพฐ.จ่อสอบ “ผอ.คลิปฉาว”
เบื้องหลังวงโยฯ ขอเงิน ‘เสี่ยคนดัง’ โพสต์บทเรียนชีวิต









 วันที่ 1 เม.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียง ชื่อ “วณิพกพเนจร”
เครดิต จ่าดราม่า โดยเป็นคลิปเสียงความยาว 21.20 นาที
โดยเป็นการสนทนาระหว่าง
เด็กวัยรุ่น กับผู้ที่เสียงคล้าย นายพชรพงศ์ ตรีเทพา
ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 และรองผู้อำนวยการ
ร่วมกันวางแผนให้นักเรียนไปขอเงินจากเอกชน บอกจะได้เงินมาฟรี ๆ 8-9 ล้าน
ด้านวงโยธวาทิต เสนอจะไปขอนายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง

 โดยผู้อำนวยการโรงเรียนก็เห็นดีด้วย
แต่สั่งห้ามบอกใครว่าตัวเองอยู่เบื้องหลัง
ขณะเดียวกันยังมีกล่าวอ้างว่ามีความสนิทสนมกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)สามารถของบประมาณส่วนหนึ่ง
เพื่อใช้ในการเดินทางไปแข่งขันได้แน่นอนว่า
เข้าใจว่าสพฐ.กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว คงต้องมีการสอบถามเพิ่มเติม

 ถามว่า กรณีนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนจะต้องมีโทษทางวินัยหรือไม่
นายจาตุรนต์กล่าวว่า คงต้องดูว่ามีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง
เข้าใจว่าตอนนี้สพฐ. ก็กำลังตรวจสอบเรื่องอื่นๆ อยู่ด้วย
แต่ไม่แน่ใจว่ามีเรื่องอะไรบ้าง คงต้องดูตามข้อเท็จจริง
เพราะขณะนี้ข้อมูลมีการถูกส่งต่อหลากหลาย ต้องรอสพฐ.ตรวจสอบก่อน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ได้พยายามโทรติดต่อไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา2
แต่นายพชรพงศ์ปิดเครื่อง

 ขณะที่หลังจากได้ฟังคลิปเสียงนี้แล้ว
นายตัน ภาสกรนที ได้โพสต์ข้อความผ่านทาง เฟซบุ๊ก
ถึงกรณีคลิปเสียงดังกล่าว
“ครู นักเรียน และ โรงเรียน สตรีวิทยา 2 ไม่เกี่ยว
ส่วนน้องๆ กลุ่มนี้ก็ควรจะโดนตำหนิ
และ เป็นบทเรียนของชีวิต ด้วยวุฒิภาวะยังน้อย ก็น่าให้อภัย
สำหรับท่าน ผอ. ก็โตโตกันแล้ว...
ถ้าคลิปที่ฟังเป็นเรื่องจริงนะ ฝากไปบอกด้วยว่า
เงินน่ะไม่ใช่ของบริษัทและพ่อแม่ผม
ถูกต้องแล้ว แต่เป็นเงินส่วนตัวของเมีย... เข้าใจตรงกันนะ”




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5qTXlPREU1TkE9PQ==&subcatid=


แชร์กันว่อนเน็ต คลิปลับวณิพกพเนจร !!





<a href="http://www.youtube.com/v/1bk741Tpw_4?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/1bk741Tpw_4?hl=th_TH&amp;amp</a>


http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5qSTRNelU1TUE9PQ==&sectionid=



"ตัน ภาสกรนที"ฉุน!โพสต์เฟซบุ๊ก"คลิปผอ.ฉาว"
ถ้าจริง "ฝากบอกด้วยเงินส่วนตัวเมียกู..ไม่ใช่เงินบริษัท"






ขณะที่ด้านนักสืบออนไลน์แห่งเว็บไซต์PANTIP
เผยความเคลื่อนไหวคาดว่า
วงโยธวาทิตสตรีวิทยา 2 อาจเดินทางกลับจากการแข่งขัน
ที่ประเทศเนเธอร์แลน์ด มายังสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลาประมาณ 12.25 นาที
โดยสารการบิน EMIRATES AIRLINES เที่ยวบินที่ EK384 วันที่ 1 เมษายนนี้



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396329003&grpid=00&catid=&subcatid=
12  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / การแจ้งความเอาผิดต่อตุลาการศาลณธน. เป็นสิ่งที่ทำได้ เมื่อ: 1 เมษายน 2014, 00:18:29




หมายเหตุ : วันที่ 31 มี.ค. เฟซบุ๊กของกลุ่ม
นักวิชาการสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือ สปป. โพสต์ข้อความ ดังนี้


 ตามที่มีข่าวลือกระจายกันในเฟซบุ๊กว่า
ประชาชนไม่ควรแจ้งความกล่าวโทษต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗ ตามกิจกรรมที่นัดหมายกันไว้
เพราะคณะนิติราษฎร์และสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย
ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังไมโมฆะ หากไปแจ้งความ
อาจโดนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความกลับว่า แจ้งความเท็จนั้น

สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยขอชี้แจง ดังนี้

๑. ในวันอาทิตย์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๗ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย
ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น
โดยพิจารณาจากใบแถลงข่าวที่ออกมาในเวลานั้น
และเห็นว่าไม่มีที่ใดที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
(อ่านแถลงการณ์ได้ที่:  http://goo.gl/7ahwtO )

๒. สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยและคณะนิติราษฎร์
ไม่เคยเสนอว่า ไม่ควรไปแจ้งความในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗
บุคคลผู้เสียหายมีสิทธิในการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงาน
ได้ตามที่ตนเห็นควร กิจกรรมนัดแจ้งความ
นอกจากจะเป็นการใช้สิทธิของแต่ละบุคคลแล้ว
ยังเป็นการรณรงค์ทางสัญลักษณ์ที่กระตุ้นเตือน
ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระทั้งหลายได้ดีอีกด้วย

๓. สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยเห็นว่า
หากกลุ่มต่างๆจะกำหนดยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหว
ก็เป็นความเห็นของแต่ละกลุ่มเอง โดยไม่จำเป็นต้องอ้างชื่อ
 “สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.)” หรือ "นิติราษฎร์"
จนสาธารณชนเข้าใจผิดว่าสมัชชาปกป้องประชาธิปไตยหรือนิติราษฎร์
คัดค้านการจัดกิจกรรมในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗ นี้

สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย
๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5qSTRORFE1Tnc9PQ==&sectionid=
13  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / อธิบดีศาล แถลง คดีอัลลูไวลี่ เปลี่ยนตัวผู้พิพากษา เพราะตุลาการมีความผิดร้ายแรง เมื่อ: 31 มีนาคม 2014, 14:42:01
อธิบดีศาล แถลง คดีอัลลูไวลี่ เปลี่ยนตัวผู้พิพากษา
เพราะตุลาการมีความผิดร้ายแรงถูกสั่งพักราชการ






 นายธงชัย เสนามนตรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
แถลงข่าวภายหลังศาลพิพากษา ยกฟ้อง
พลตำรวจโทสมคิด บุญถนอม กับพวกรวม 5 คน เป็นจำเลย
ในคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมหมัด อัลลูไวลี่  นักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย

ถึงกรณีที่นายอับดุลลิลาฮ์ โมฮัมหมัด อัลชุเอบี อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย
ระบุว่ามีการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาในคดี
โดยนายธงชัย ระบุว่า ก่อนหน้านี้ พลตำรวจโทสมคิด กับพวก ได้ยื่นคำร้อง
เพื่อขอเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน คือ นายสมศักดิ์ ผลส่ง
เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
เพราะนายสมศักดิ์ ได้ส่งคดีไปสืบที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เพื่อสืบพันตำรวจโทสุวิชชัย แก้วผลึก พยานโจทก์ในคดีนี้
แต่อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เห็นว่า นายสมศักดิ์ ใช้อำนาจโดยชอบแล้ว
จึงได้ยกคำร้องของ พลตำรวจโทสมคิด ไป


แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา
ประธานศาลฎีกา ได้มีคำสั่งให้พักราชการ นายสมศักดิ์ ผลส่ง
เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ นายสมศักดิ์ เคยถูกตั้งกรรมการสอบวินัย
เมื่อครั้งที่เคยเป็น หัวหน้าศาลจังหวัดสระบุรี
กรณีถูกร้องเรียนเรื่องการปล่อยชั่วคราว ขัดต่อระเบียบและขัดต่อข้อบังคับ
ดังนั้น คณะกรรมการตุลาการ หรือ กต.
จึงมีมติ ว่า นายสมศักดิ์ มีความผิดร้ายแรง
จึงสั่งพักราชการและต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ทันที
รวมถึงการเขียนสำนวนคดีที่ยังค้างไว้ 3-4 คดี ด้วย


 

 

และในฐานะ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
จึงต้องเปลี่ยน ให้ นายภชฤทธิ์ นิลสนิท ขึ้นเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน
และ นายรุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
มีอำนาจลงนามในคำสั่ง
ดังนั้น จึงขอยืนยันว่า การเปลี่ยนตัวผู้พิพากษา
เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายทุกประการ และเป็นไปด้วยเหตุผลอันสมควร

ส่วนกรณีที่ญาติของนายโมฮัมหมัด อัลลูไวลี่
จะมีการแถลงข่าวนั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิทธิของญาติ

 

นอกจากนี้นายธงชัย กล่าวถึง
การวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ถึงการดำเนินคดีของศาล
เกี่ยวกับการถอนประกันของกลุ่มเสื้อแดง และเสื้อเหลือง ว่ามีความล่าช้าแตกต่างกันนั้น
ยืนยันว่าไม่มีความแตกต่างกันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มี 2 มาตรฐาน
และขอให้ผู้ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับศาล
มีความเข้าใจ ในหลักของความจริงตามกฏหมาย และแสดงความคิดเห็นโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396244498&grpid=00&catid=&subcatid=


   ศาลอาญายกฟ้อง ‘พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม’ กับพวก คดีอุ้มฆ่า ‘อัลรูไวลี่’ นักธุรกิจซาอุฯ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1396243985&grpid=00&catid=&subcatid=
14  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศาลรับฟ้อง ผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ฯ ฟ้องกกต.ละเว้นปฎิบัติหน้าที่ เมื่อ: 28 มีนาคม 2014, 21:22:37
หลังจากเมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายชุมสาย ศรียาภัย สมาชิกพรรคเพื่อไทย
และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 6 สุราษฎร์ธานี
ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา
เป็นโจทก์เดินทางมาที่ศาลอาญา รัชดา ยื่นฟ้อง
นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.,
นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์, นายบุญส่ง น้อยโสภณ,
นายประวิช รัตนเพียร
และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.

เป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,
พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550
และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 จากกรณีการรับสมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าว


ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มี.ค. นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความนายชุมสาย
แจ้งว่า ศาลรับคำฟ้องแล้วและนัดไต่สวนวันที่ 21 เม.ย.นี้

โดยเหตุผลที่ยื่นฟ้องสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 56 - 1 ม.ค. 57
เป็นวันรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต
จำเลย มีหน้าที่ที่จัดการและควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
และรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุม
ทำการขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่มีกลุ่ม
ผู้ชุมนุมขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้งทั้ง 6 เขต
โดยวันเวลาตามฟ้องจำเลยจงใจไม่ออกประกาศ
หรือวางระเบียบที่จำเป็นต่อการจัดการเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด เช่น
การออกคำสั่งไปยัง กกต.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
หรือ ผอ.ประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ย้ายสถานที่รับสมัครไปยังที่ปลอดภัย
เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทำการขัดขวาง
โดยจำเลยมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 236 (1) ประกอบ 235
และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ มาตรา 36
ที่จะสั่งการและกำหนดสถานที่รับเลือกตั้งแห่งใหม่
เพื่อให้โจทก์และผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้งสามารถทำการสมัครได้
และภายหลังจากระยะเวลาการรับสมัครดังกล่าวได้สิ้นสุดลง
จำเลยที่รู้ดีอยู่แล้วว่าโจทก์และผู้สมัครอื่นไม่อาจสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าวได้
แต่จำเลยก็ยังไม่ใช้อำนาจในหน้าที่ตามกฎหมายออกประกาศเพื่อขยายวันรับสมัครรับเลือกตั้ง
ซึ่งการที่พวกจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าว
ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญได้
และเมื่อมีการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว
จำเลยก็ยังไม่ดำเนินการหรือสั่งการใดๆ ให้ กกต.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
หรือ ผอ.ประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการรับสมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 6

การกระทำของพวกจำเลยจึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์
และตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 56 นับจนถึงวันฟ้องจำเลยทั้งห้าก็ยังไม่ดำเนินการ
ให้ กกต.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือ ผอ.ประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี
แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
หรือฟ้องคดีแพ่งและอาญาต่อกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด
โดยการขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง
ขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายต่อไป
และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นกำหนด 10 ปี

ที่มา http://www.prachatai.com/journal/2014/03/52485



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395986112&grpid=03&catid=&subcatid=
15  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / เอก Restpect my vote บุกป่วนประชุมใหญ่ปชป.เจอจัดหนักหมัด-เท้า "แว่นกระเด็น" เมื่อ: 28 มีนาคม 2014, 21:10:47
เอก Restpect my vote บุกป่วนประชุมใหญ่ปชป.
เจอจัดหนักหมัด-เท้า "แว่นกระเด็น" ′เมียประจักษ์′ โผล่แจม







<a href="http://www.youtube.com/v/a8aHw8BpLZ4?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/a8aHw8BpLZ4?hl=th_TH&amp;amp</a>


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.30 น.วันที่ 28 มีนาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์
ระหว่างที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กำลังจะเข้าห้องประชุม
ในการประชุมสามัญประจำปีของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ในช่วงบ่าย
ปรากฏว่า เกิดความวุ่นวายขึ้นที่หน้าห้องประชุมชั้น 4 ของโรงแรม

โดยนายเอก อัตถากร หนุ่มแว่นดำที่เคยชูป้าย ′Respect My vote′
ป่วนงานปฏิรูปประเทศของพรรคที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ มาแล้ว
พร้อมพวกที่เป็นผู้หญิงอีก 2 คน สวมชุดดำมายืน
ที่บริเวณหน้าห้องประชุมชูป้าย ′Do You Hear The People Sing,
ปฏิรูปตัวเองเถอะ, We are the people, ไม่เอาพิมพ์เขียวสามานย์′
พร้อมกับตะโกนเรียกร้องว่าให้ปชป.ปฏิรูปตัวเองก่อนที่จะปฏิรูปประเทศ

ทำให้บรรดาผู้เข้าร่วมประชุมมารุมล้อมมีอาการตกตะลึงไปชั่วขณะ
จนนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ตั้งสติบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ
แต่กลับหยิบนกหวีดขึ้นมาเป่าไล่ บุคคลทั้ง 3
ทำให้บรรดาผู้เข้าร่วมประชุมต่างโห่ไล่ พร้อมหยิบนกหวีดมาเป่าไล่กันสนั่นโรงแรม
และตะโกนพร้อมกันว่า “ขี้ข้าทักษิณออกไป” พร้อมกับไล่ให้ออกไป

แต่บุคคลทั้ง 3 ยังดื้อยืนชูป้ายทำให้มีการผลักดัน
จนต้องถอยลงบันไดเลื่อน ไปจนถึงล็อบบี้ชั้น 1 สมทบกับหญิงชุดดำอีก 2 คน
ที่ยืนชูป้ายโจมตีพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน
โดยมีการระบุว่า 1 ใน 2 เป็นภรรยาของ พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร
ซึ่งระหว่างนั้นสมาชิกพรรคยังคงตะโกนต่อว่ากลุ่มคนดังกล่าวว่าเป็น “ขี้ข้าทักษิณ”
แต่คนกลุ่มนี้ตะโกนสวนกลับมาว่า “ขี้ข้าเผด็จการ”พร้อมเป่านกหวีดสีขาวใส่สมาชิกพรรคด้วย
               
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ชุลมุนมากขึ้น
เนื่องจากสมาชิกพรรคได้เดินลุกไล่กลุ่มนายเอกมา และรุมล้อมเป่านกหวีด
บางคนเข้าประชิดตัว 
และเกิดเหตุการณ์สาวหมัดใส่หน้านายเอกจนแว่นดำกระเด็นหล่นลงพื้น
ทำให้นายเอกสาวหมัดสวน แต่ไม่โดน
นอกจากนี้ยังมีมือมืดกระโดนถีบด้านหลังของนายเอกด้วย
แต่ก่อนที่เหตุการณ์ที่จะวุ่นวายไปมากกว่านี้
ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมได้มากันตัวนายเอกออกไปนอกโรงแรม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า
จากการตรวจสอบไปยังเฟซบุ๊กของนายเอก ที่ใช้ชื่อว่า “Ake Auttagorn”
พบว่า มีการโพสต์ข้อความว่าจะมาชูป้ายป่วนงานปชป.
พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมด้วย และมีการเตรียมป้ายข้อความดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว
เมื่อนายเอกเดินทางมาถึงที่โรงแรมได้มีการเช็คอินว่าอยู่ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์แล้ว
หลังจากเกิดเหตุ นายเอกยังโพสต์ข้อความอีกว่า“โดนต่อย โดนถีบทั้งมือและตีนครบ”
และ “ไม่ได้โกรธที่โดนต่อย แต่โกรธที่ต่อยจนแว่นกระเด็นหายไปเลยแจ้งความ!”





http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395989464&grpid=00&catid=&subcatid=
16  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / สาวชิดลมสุดทนแฉ! การ์ด กปปส. ข่มขู่กินไอติมฟรี แห่ต่อแถวร่วมร้อยไถกินหมดถัง เมื่อ: 26 มีนาคม 2014, 16:00:45
สาวชิดลมสุดทนแฉ! การ์ด กปปส. ข่มขู่กินไอติมฟรี
แห่ต่อแถวร่วมร้อยไถกินหมดถังไม่จ่ายสักบาท?



เขียนโดย  go6TV





สาวชิดลมสุดทนทวิตด่า "การ์ดเหี้ยๆ" หลังเห็นคาตาว่าการ์ด กปปส.ร่วมร้อย
รุมทึ้งกินฟรีไอติมพ่อค้าโดยไม่จ่ายตังส์สักคน
พ่อค้าไอติมยืนตาปริบๆ ไม่กล้าโวยกลัวโดนกระทืบ

 เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.ที่ผ่านมา
ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ซึ่งเป็นพนักงานสาวย่านชิดลม ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์
ประจานการ์ดม็อบ กปปส. ที่เดินรณรงค์ชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล ไปตามถนนสุขุมวิท
และได้แวะพักทานอาหารกลางวันที่แยกชิดลมนั้น 
ปรากฏว่ามีเหตุการณ์การ์ด กปปส.ไปข่มขู่พ่อค้าขายไอติม ไถกินไอติมฟรีไม่จ่ายเงินค่าไอติม
ยืนตักกินฟรีต่อแถวกันร่วมร้อยคน จนหมดถัง โดยมีข้อความว่า

 "เวลา 12.30 น. ที่ผ่านมา แยก ชิดลม หน้าตึก Mercury Ville
กปปส มาหยุดกินข้าวเที่ยงที่นี้

 การ์ด กปปส ไปถามพ่อค้าไอติมว่าไม่ช่วยกันหน่อยเหรอ
พ่อค้าไม่มีทางเลือก (ก็ต้องตักให้ฟรี)
พอการ์ดคนแรกได้ แหกปาก พี่เค้าแจกฟรี อีเหี้ยตั้งแถว

 คือพวกมรึงไปรีดไถ่คนอื่นพวกมึงตำดำๆหน้าเถื่อนๆ
ใครจะกล้าปฏิเสธว่ะ ถามหน่อย
เราไม่รู้จะช่วยพ่อค้ายังไง พวกมันมากันเป็นร้อย จะถามคลิปก็ไม่ได้

 คือถ้าเราถ่ายคลิปมา พวกการ์ดรุมกระทืบเราแน่
เราไม่รู้จะช่วยพ่อค้าคนนั้นยังไงเหมือนกัน
พ่อกำนันมึงรวยทำมั้ยไม่ไปขอพ่อมึงว่ะ การ์ดเหี้ยๆ

 คือในการ์ดของ กปปส. เราเชื่อว่ามีทั้งคนดีและคนไม่ดี
แต่การ์ดเหี้ยๆเนี้ยๆ อยากให้ทางแกนนำ หรือม็อบช่วยกันกวดขันหน่อยจะได้มั้ย ?

 มึงมาแยกชิดลมเนี้ยะ มึงนึกว่าพวกมึงเป็นเซเลปเหรอ
ต่อหน้ามึง พนง.ออฟฟิศเค้าก็ไม่กล้าว่าต่อหน้าหรอก
แต่พอเดินไปซัก 100 ม. เค้าโคตรชมพวกแกเลย"




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_5016.html
17  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ‘มาร์ค’สะดุดล้มที่บ้านพัก ไหปลาร้าหัก-หามส่งร.พ.รามาฯ ผ่าตัด เมื่อ: 26 มีนาคม 2014, 15:45:05


วันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม ในบ้านพัก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ขณะกำลังจะเดินทางออกจากบ้านพัก
ทำให้ไหปลาร้าด้านซ้ายหัก ล่าสุดส่งตัวเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

 เวลา 12.20 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
จะเดินทางออกจากบ้านพัก ย่านสาทร เพื่อเข้าร่วมงานแสดงความยินดีครบรอบ 44 ปี สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
ได้เกิดอุบัติเหตุสะดุดล้มที่บ้าน ทำให้ไหปลาร้าด้านซ้ายหัก มีรอยช้ำที่อกข้างซ้าย
จึงได้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าจะต้องผ่าตัดเชื่อมกระดูกในช่วงเย็นวันเดียวกัน จึงทำให้ต้องยกเลิกภารกิจตลอดวัน



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UZ3hNekk0TkE9PQ==&subcatid=





http://www.komchadluek.net/detail/20140326/181681.html
18  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "ณัฐวุฒิ" ถลกหนัง "พลากร สุวรรณรัฐ" เจรจาเทือก "เฮ้ย...คนน้อยนะ..คุณสุเทพ เมื่อ: 26 มีนาคม 2014, 04:17:22
"ณัฐวุฒิ" ถลกหนัง "พลากร สุวรรณรัฐ"
เจรจาเทือก "เฮ้ย...คนน้อยนะ..คุณสุเทพ คนไม่เห็นมากเลย"



เขียนโดย  go6TV





นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ พูดในรายการถลกหนังเทือก
ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเซียอัพเดท
โดยได้กล่าวถึงการเปิดรายชื่อ ว่า
ที่นายกรัฐมนตรีเถื่อน จำนวนรวม 10 รายชื่อในวันก่อนนั้น

 ปรากฏว่า มีข้อมูลที่น่าสนใจ
ข้อมูลหนึ่งว่า ก่อนมีการชุมนุมใหญ่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น
ได้มีบุคคลสำคัญคนหนึ่ง ที่เป็นถึง "องคมนตรี" คือนายพลากร สุวรรณรัฐ
ได้มาพบเจรจากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่แปซิฟิค คลับ ถนนสุขุมวิท 
พอเดินเข้าไปเจอ "เอ้ย...คนน้อยนะ คุณสุเทพ คนไม่เห็นมากเลย"

 การเปิดเผยกระแสข่าวชื่อนายพลากร สุวรรณรัฐ
ท่ามกลางกระแสข่าว "นายกรัฐมนตรีเถื่อน" นั้น สอดคล้องกับบทความวิเคราะห์การเมือง
ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อเดือนที่ผ่านมาที่เคยเขียนว่า
มีบุคคลชื่อย่อ อักษร พ.พาน ตำแหน่งระดับสูง
ได้สั่งงานกับข้าราชการระดับสูงบนเครื่องบินมาแล้ว

 การเปิดเผยชื่อนายพลากร สุวรรณรัฐนั้น 
นายพงศ์พโยม วาศภูติ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซต์ไทยแลนด์ เช้าวันนี้
กล่าวสนับสนุนนายพลากร สุวรรณรัฐ ว่าเป็นผู้ที่เหมาะสม(กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี) มาก

 "นายพลากร ได้ไปรับใช้สนองพระเดชพระคุณ เป็นองคมนตรี
ทำไมนายพลากร เป็นเต็งหนึ่ง นิสัยใจคอตรงไปตรงมา มีภาวะผู้นำ มีชาติตระกูลดี
คุณแม่เป็นหม่อมราชวงศ์ ปัจจุบันเป็นท่านผู้หญิง คุณพ่อ (พ่วง) ก็เป็นอดีตปลัดกระทรวงฯ 
จึงมีความโดดเด่น จึงเป็นธรรมดา ที่คนจะมองว่าท่านเหมาะสม"



http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_2687.html
19  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "ณัฐวุฒิ" ร่ายกลอนปะทะ "สมชัย-กกต.ไซเบอร์" วิวาทะว่าด้วยความเอียงในการเมืองไทย เมื่อ: 26 มีนาคม 2014, 03:59:23




หลังจากก่อนหน้านี้
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง
แต่งกลอนเผยแพร่ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว
ขณะเดินทางไปตรวจดูการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้า
นอกราชอาณาจักรที่ประเทศอิตาลี มีเนื้อหาว่า

 
ผ่าน Piza หอเอียง ที่เคียงคู่

ใครไม่รู้ ดูเอียงข้าง อย่างสงสัย

ไม่เป็นกลาง เอียงข้าง ประชาไทย

ต้องทำใจ งานใหญ่ ให้ต้องเอียง

 

จนพลบค่ำ มืดจึง ถึงที่หมาย

Rome เอียงอาย แอบอ้อน ซ่อนซุ่มเสียง

หรือหลับไหล ไม่ห่วงหา หน้าคู่เคียง

คอยมองเมียง เธออยู่ไหน ได้มาเจอ

 

ภารกิจ ส่งบัตร กลับประเทศ

ทั่วทุกเขต รวมได้ ไม่ไผลเผลอ

เสียงคนไทย ในต่างแดน แสนยากเจอ

ไม่โหวตเก้อ โหวตซ้ำ ให้ช้ำใจ


 

จากนั้น
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปฏิบัติหน้าที่รมช.พาณิชย์ และเลขาธิการ นปช.
จึงได้เขียนกลอนตอบโต้นายสมชัยว่า

 

@หอPiza ว่าเอียง ไม่เอียงเท่า
 ใจคนเรา เอียงข้าง รู้บ้างไหม?
 ไม่เป็นกลาง แต่แอบอ้าง ประชาไทย
 ทำงานใหญ่ ฉิบหาย ถ้าใจเอียง

 @จะเช้าค่ำ อยุติธรรม คือดำมืด
 Romeคงเห็น กำพืด จึงซ่อนเสียง
 ว่าหลงใหล ดื่มด่ำ ความลำเอียง
 ว่าบ่ายเบี่ยง หน้าที่ ทุกวี่วัน

 @ภารกิจ หย่อนบัตร ถูกขัดขวาง
 ลงคะแนน เลือกตั้ง เขาเหยียดหยัน
 เสียงคนไทย เมื่อไหร่เล่า จะเท่ากัน
 หรือต้องรอ จนถึงวัน ท่านเลิกเอียง?



ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

 ๒๕ มี.ค. ๕๗ (ตอนเขียนนั่งตัวตรงมาก)




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395767170&grpid=&catid=01&subcatid=0100
20  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "วรเจตน์" ชี้ ศาลรธน.ต้องสั่งให้การยุบสภาฯเป็นโมฆะ จึงจะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ เมื่อ: 26 มีนาคม 2014, 03:46:30


นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า เกิดความเข้าใจผิด
หลังจากที่หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงผล
คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก
ให้พระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2556
ในส่วนของการกำหนดวันเลือกตั้ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรค 2
ว่าการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นโมฆะ
ทั้งที่ถ้าพิจารณาตามเอกสารที่เผยแพร่ออกมานั้น
ไม่มีส่วนใดเลยที่บอกว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ


อย่างไรก็ตาม ผลที่ตามมาจากคำวินิจฉัยดังกล่าว
ก่อให้เกิดปัญหาในเชิงกฎหมายตามมาอยู่หลายประการ
โดยนายวรเจตน์ ได้อธิบายว่า
ปัญหาเกิดจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งประเด็นวินิจฉัย
ไม่ตรงกับที่ผู้ร้องเสนอเข้ามา กล่าวคือ
ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่า การจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
โดย กกต. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลหลายประการ
โดยผู้ร้องได้ยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน 
เพื่อให้ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยอ้างตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1)

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำร้องไว้พิจารณา
แต่ได้ตั้งประเด็นวินิจฉัย ไม่ตรงกับผู้ที่ร้องเสนอเข้ามา
โดยศาลได้ตั้งประเด็นวินิจฉัยไปว่า ตัวพระราชกฤษฎียุบสภาฯ พ.ศ. 2556
ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรค 2 หรือไม่ โดยนายวรเจตน์ เห็นว่า
การตั้งประเด็นวินิจฉัยของศาลที่ไม่ตรงกับคำร้องเช่นนี้
ก็เพื่อที่จะให้ศาลสามารถรับคำร้องไว้วินิจฉัยได้
เพราะหากจะพิจารณาตามคำร้องเดิมที่ส่งมา
ก็จะไม่เข้าข่ายการยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1)
ซึ่งการกระทำดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญทำให้วินิจฉัยได้ไม่สุดทาง


โดยตามคำวินิจฉัยกลางฉบับที่5/2557 อย่างไม่เป็นทางการ
ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า
ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า การไม่มีการรับสมัครส.ส.จำนวน 28 เขตเลือกตั้ง เป็นผล
ทำให้ พระกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2556 เฉพาะในส่วนที่มีการกำหนด
ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรค 2
เพราะมิได้จัดการให้มีการเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

ซึ่งถ้าใช้เหตุผลตามคำวินิจฉัยดังกล่าวนี้
ถือเป็นเหตุผลทางกฎหมายที่รับไม่ได้และไม่มีที่ไหนในโลก
เพราะเท่ากับว่า

การที่มีผู้ไปขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้ง
ได้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวพระราชกฤษฎีกาขัดต่อรัฐธรรมนูญ

และถ้าจะวินิจฉัยให้ตัวพระราชกฤษฎีกายุบสภา
เฉพาะในส่วนของการกำหนดวันเลือกตั้ง 
ขัดต่อรัฐธรมมนูญเพียงส่วนเดียวก็ไม่สามารถทำได้
เพราะการกำหนดวันเลือกตั้ง เป็นผลสืบเนื่องจากการยุบสภาฯ ดังนั้น

วิธีการที่จะทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือ
ต้องวินิจฉัยให้ การยุบสภา เป็นโมฆะ
เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรชุดเดิมกลับเข้ามาทำหน้าที่ใหม่
แล้วก็ประกาศยุบสภา
และกำหนดวันเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรค 2


"พระราชกฤษฎีกายุบสภา 
ได้กำหนดให้มีวันเลือกตั้งเป็นวันเดียว ทั่วราชอาณาจักรแล้ว คือ
วันที่ 2 กุมภาพันธ์
แต่ศาลไปเอาเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้ง มาปนกับ การจัดการเลือกตั้ง
ซึ่งรัฐธรรมนูญ เขาเขียนว่า ต้องกำหนดเป็นวันเดียวกัน
ไม่ได้บอกว่ามันต้องจัดพร้อมกัน"
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. กล่าว

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้ให้เหตุผลว่า
การกำหนดวันเลือกตั้งในพระราชกฤษฎีกาฯ ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญเพราะอะไร,
การดำเนินการจัดการเลือกตั้งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่,
การไปลงคะแนนเสียงของประชาชนจะทำอย่างไร
รวมถึงนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการตามพระราชกฤษฎีกา
ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ต้องรับผิดด้วยหรือไม่
ซึ่งตามเหตุผลจะไปเอาผิดกับผู้รับสนองพระราชกฤษฎีกาก็ไม่ได้
เพราะวันที่นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา
และกำหนดให้มีการเลือกตั้ง เป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์
ก็ไม่สามารถรู้อนาคตได้ว่าวันดังกล่าวจะจัดการเลือกตั้งได้หรือไม่
เพียงแต่กำหนดไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรค 2 ที่กำหนดให้
เมื่อประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร จะต้องตราพระราชกฤษฎีกา
กำหนดวันเลือกตั้งภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน

ส่วนคะแนนเสียง 20 ล้านเสียงที่ไปลงคะแนนในการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์
ก็ยังไม่ถูกทำลายลงในระบบกฎหมาย

แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเสมือนการบีบให้รัฐบาลและกกต.
ต้องออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่
ซึ่งจะทำให้คะแนน 20 ล้านเสียงถูกทำลายลงไปโดยปริยาย
แต่ทั้งนี้หากมีผู้นำประเด็นดังกล่าวไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีก
ก็จะมีประเด็นปัญหาให้ถกเถียงกันต่อไป

ทั้งนี้ผลกระทบในระยะสั้น
จากนี้ไปกกต.จะต้องมาตีความคำวินิจฉัยที่ไม่มีความชัดเจน
และจะเกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น
การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ เงินค่าสมัครก็ไม่คืน
การดำนเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งก็ยังดำเนินต่อ
แต่จะออกพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมให้มีการเลือกตั้งใหม่
แล้วเงินค่าหาเสียงของผู้สมัคร
รวมถึงงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งครั้งก่อน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
โดยต่อจากนี้ กกต.คงจะต้องหารือกับรัฐบาล
เพื่อแก้ปัญหาและจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว
ส่วนผลกระทบระยะยาวที่ตามมา คือ ต่อจากนี้
ถ้าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง
แต่ถ้ามีคนไปขัดขวางไม่ให้มีการรับสมัครเกิดขึ้นได้แม้แต่เขตเลือกตั้งเดียว
พระราชกฤษฎีกานั้นจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทันที



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395757697&grpid=00&catid=&subcatid=
21  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / กลุ่มเที่ยงตรงฯ นัด 1 เม.ย. "วันแจ้งความแห่งชาติ" ดำเนินคดีศาลรธน. เมื่อ: 26 มีนาคม 2014, 02:52:56




เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 มี.ค. กลุ่มเที่ยงตรง เที่ยงธรรม นำสันติสุข

นัดรวมตัวกันผ่านเฟซบุ๊ก 1,000 คน ร่วมทำกิจกรรม

รณรงค์จุดเทียนเขียนสันติภาพและรักษาประชาธิปไตย

ที่ลานสวนเบญจสิริ ถ.สุขุมวิท โดยผู้เข้าร่วมทำกิจกรรม

พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีขาวที่มีรูปนาฬิกา บอกเวลา 12.00 น. เที่ยงตรง เป็นสัญลักษณ์

โดยนัดให้วันที่ 1 เม.ย. เป็นวันแจ้งความแห่งชาติ ให้ผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศ

เข้าแจ้งความดำเนินคดีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ

ก่อนจะร่วมกันปล่อยลูกโป่งสีดำขึ้นสู่ท้องฟ้าและร่วมกันจุดเทียนก่อนแยกย้ายกันกลับ



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UYzFNekkxTVE9PQ==&subcatid=
22  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / 20ล.เสียงไม่โมฆะ สปป.ยัน ชี้ตัดสินปูทาง"ม.7" เมื่อ: 24 มีนาคม 2014, 11:58:35






สปป.ยัน เลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่โมฆะออกแถลงการณ์ 7 ข้อ
แย้งศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ไม่มีอำนาจรับเรื่องไว้แต่ต้น พ.ร.ฎ.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
คะแนนของ 20 ล้านเสียงยังอยู่ ยกเลิกไม่ได้ ชี้คำตัดสินคือจิ๊กซอว์ปูทางนายกฯคนกลาง



สปป.แถลงค้านมติศาลรธน.

เวลา 13.30 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ห้องประกอบ หุตะสิงห์ อาคารอเนกประสงค์ 1
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
กลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) ประกอบด้วย
นางพวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์
นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และนายเอกชัย ไชยนุวัติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
ร่วมกันอ่านแถลงการณ์
"คัดค้านคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ
กรณีวินิจฉัยโดยมุ่งหมายให้การเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ. 2557ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ"


แถลงการณ์ระบุตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยพ.ร.ฎ.ยุบสภาเฉพาะส่วน
ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรค 2 นั้น
สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.)
เห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลฯ มีปัญหาความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญและทางการเมือง ดังนี้

1.รัฐธรรมนูญมาตรา 245 (1) กำหนดให้ ผู้ตรวจการฯเสนอเรื่องต่อศาลฯ ได้เมื่อเห็นว่า
"บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ"
แต่กรณีที่ เป็นปัญหาไม่ใช่ "บทบัญญัติแห่งกฎหมาย"
ผู้ตรวจการฯ ย่อมไม่อาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
และที่ศาลฯ เท่ากับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง


มติศาลฯ หนุนฝ่ายต้านปชต.

2.ข้อ เท็จจริงมีการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรแล้ว
ใน พ.ร.ฎ.ยุบสภา คือวันที่ 2 ก.พ. 2557 จึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว
แต่ศาลฯ กลับ นำเอาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังและไม่เกี่ยวข้องมาเป็นฐานการพิจารณา คือ
กรณี ไม่สามารถรับสมัครได้ใน 28 เขต
ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติว่าการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นในวันเดียวกันทั่ว ราชอาณาจักร
บัญญัติให้วันเลือกตั้งต้อง "กำหนด" เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรเท่านั้น

3.การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นส่วนใหญ่
ที่ศาลฯ นำกรณีที่ไม่อาจรับสมัครในบางเขตได้เพราะมีผู้ขัดขวางมากล่าวอ้าง
ให้มีผลว่า พ.ร.ฎ.ยุบสภาขัดรัฐธรรมนูญ โดยมุ่งหมายจะทำลายการเลือกตั้งวันดังกล่าวลง
นอกจากไม่มีเหตุผลในทางกฎหมายรองรับแล้ว
ยังก่อให้เกิดการตีความคำวินิจฉัยว่าคะแนนเสียงของประชาชน
ที่ไปออกเสียงวันที่ 2 ก.พ.ถูกทำลายลงแล้วหรือไม่

4.อุปสรรคการเลือกตั้งมาจากการ ร่วมมือกันของ กปปส.
และบุคคลที่สนับสนุน กปปส.ทั้งในและนอกรัฐสภา
ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย
กกต.ก็ไม่ได้แสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จัดการเลือกตั้งให้สำเร็จลุล่วง
การวินิจฉัยของศาลฯ จึงส่งผลหนุนเสริมปฏิบัติการต่อต้านระบอบประชาธิปไตย

5.การร่วมมือกันขัดขวางระบอบประชาธิปไตยนี้จะดำเนินต่อไป
เพื่อสร้างสุญญากาศ ทางการเมือง
เปิดทางให้กับ นายกฯ และรัฐบาลนอกรัฐธรรมนูญเข้าสู่อำนาจ


ชี้เลือกตั้งยังไม่โมฆะ

6.นับ ตั้งแต่การรัฐประหารปี 2549 ถึง วันนี้
องค์กรอิสระและอำนาจตุลาการกลายเป็นเครื่องมือของกลุ่ม
พลังเสียงข้างน้อยใน ปฏิบัติการต่อต้านระบอบประชาธิปไตย
เพียงเพื่อทำลายกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามให้ได้อย่างรวดเร็ว
ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องร่วมกันรณรงค์
ให้มีการปฏิรูปองค์กรอิสระและอำนาจ ตุลาการ และสร้างกลไกถ่วงดุลตรวจสอบ

7.สปป.ยืนยันว่าทางออกของสังคมไทยเวลานี้
มีแต่การยอมรับหลักการ "คนเท่ากัน" "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย"
"ความชอบธรรมของเสียงข้างมาก"
และ "การเคารพในสิทธิเสรีภาพของบุคคลและเสียงข้างน้อย"
เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปที่จำเป็น ขจัดกลไกส่วนที่เป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย

นาย วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
กล่าวว่า กระบวน การเลือกตั้งยังไม่เป็นโมฆะ
ศาลฯ วินิจฉัยเพียงพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
แต่คะแนนเสียงที่ผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 20 ล้านคนยังอยู่
กกต.มีหน้าที่ประกาศผลการเลือกตั้งส่วนนี้
ถ้าทำลายคะแนนเสียง 20 ล้านเสียงนี้จะมีความผิด



 จิ๊กซอว์สู่นายกฯ คนกลาง

นาย เกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า
ขณะนี้ระบอบการเมืองของประเทศถือว่ามีปัญหา
เพราะยอมให้คนเพียง 6 คนล้มล้างและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ที่ไปเลือกตั้ง 20 ล้านเสียงได้
ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันใช้ 1 สิทธิ 1 เสียง ลดอำนาจของศาลฯ และองค์กรอิสระ

นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า
คำวินิจฉัยศาลฯ เป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ปูทางไปสู่การตั้งรัฐบาลนอกรัฐธรรมนูญ
และได้มาซึ่งนายกฯ คนกลาง
หนังม้วนนี้ฉายซ้ำมาหลายรอบแล้วในรอบ 7-8 ปี
เปลี่ยนนักแสดงไปเรื่อยแต่ ผู้อำนวยการสร้างทีมเดิมตลอด

นางพวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า
ความพยายามที่เกิดขึ้นหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจทหารเข้ามายึดอำนาจ
เพราะรู้ว่าน่าเกลียดจะถูกประชาชนต่อต้าน นานาชาติประณาม
จึงใช้องค์กรอิสระพรางตาคนดู ที่แย่ยิ่งกว่าคือ
การใช้อำนาจองค์กรอิสระเลวร้ายกว่าทหารทำรัฐประหาร
เพราะ องค์กรอิสระหวังเป็นที่พึ่งของประชาชน
เมื่อทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเอง
เท่ากับประชาชนไม่มีทางออก ไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยสันติวิธี
ที่เรากลัวกันมากคือสังคมไทยกำลังเดินลงสู่หุบเหวแห่งความรุนแรง



<a href="http://www.youtube.com/v/q_0DUAPwI6w?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/q_0DUAPwI6w?hl=th_TH&amp;amp</a>


http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UWXlNemt3TXc9PQ==&sectionid=


  วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เผย หลังจากนี้มีแต่พระพุทธเจ้าที่กำหนดวันเลือกตั้งได้ คะแนน 20 ล้านยังคงอยู่ !
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395560299&grpid=01&catid=&subcatid=

  ประจักษ์ ก้องกีรติ ฟันธง นายกฯคนกลาง อายุสั้นมาก เปรียบเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395561494&grpid=01&catid=&subcatid=


  เกษียร เตชะพีระ เผย 3 เรื่องใหญ่ในการเมืองไทย และอะไรควรแก้-อะไรควรยุบ ?
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395563222&grpid=01&catid=&subcatid=



หนุ่มแว่นดำ Respect My Vote ชูป้ายอะไรอีก ? จนทำให้"วรเจตน์"ยิ้ม !!!





ในช่วงท้ายของการแถลงการณ์ นายเอก อัตตากร  หนุ่มแว่นดำ
ผู้เคยสร้างวีรกรรม ชูป้าย Respect My Vote 
ได้ชูป้าย "ป่วย" และดอกไม้จันทน์ ประท้วงความไม่ถูกต้องในสังคม



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395564501&grpid=01&catid=&subcatid=
23  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / กาชาดยัน จี้ทบ.ถอดตรากากบาท ออกจากบังเกอร์ทั่วกรุง เมื่อ: 24 มีนาคม 2014, 11:38:56
กาชาดยัน จี้ทบ.ถอดตรากากบาท ออกจากบังเกอร์ทั่วกรุง
ชี้ซุ้มม็อบสวนลุมฯก็มี ย้ำใช้ผิดหลักสากลชัด





สภา กาชาดไทยยืนยันส่งหนังสือถึงกองทัพ
ให้ถอดสัญลักษณ์กาชาด กากบาทสีแดง ออกจากบังเกอร์ เต็นท์ทหารที่ติดอาวุธ
ย้ำไม่ถูกต้องตามหลักสากล



เตือนทหาร-วิธีใช้ตรากาชาด

ส่วน กรณีที่มีการเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับเอกสารของสภากาชาดไทย
ที่แจ้งถึงกองทัพบกให้ถอดเครื่องหมายกาชาดบริเวณบังเกอร์ออก
เนื่องจากผิดกฎกาชาดสากล เพราะมีทหารถืออาวุธอยู่นั้น
จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของจริง
ลงนามโดยนายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย
ระบุว่าตามที่ขณะนี้ ได้มีการชุมนุมทางการเมือง
ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และกองทัพไทย โดยกองทัพบกได้จัดหน่วยทหาร
ซึ่งประกอบด้วยทหารเสนารักษ์ และทหารติดอาวุธ ประจำในเต็นท์
ซึ่งมีเครื่องหมายกาชาด (กากบาทแดงบนพื้นขาว)
พร้อมข้อความ
เพื่อให้การดูแลและคุ้มครองประชาชนในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ที่มีการชุมนุม นั้น

โดยที่การใช้เครื่องหมายกาชาดได้รับการคุ้มครอง
โดยอนุสัญญาเจนี วา ซึ่งรัฐบาลไทยได้ลงนามร่วมเป็นการดี
และพระราชบัญญัติกาชาด ปี พ.ศ.2499
ที่ให้ใช้เครื่องหมาย ของบริการทางการแพทย์ในกองทัพไทย สภากาชาดไทย
จึงขอให้ท่านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้เครื่องหมายกาชาด
บนเต็นท์ของหน่วย ทหารดังกล่าว เนื่องจากทหารที่ประจำอยู่ในเต็นท์
มีทั้งทหารเสนารักษ์ และทหารติดอาวุธ



ห้ามติดร่วมกับบังเกอร์อาวุธ

หนังสือ ระบุต่อว่า ดังนั้น เพื่อให้การใช้เครื่องหมายกาชาดมีความถูกต้อง
และมิให้เกิดความสงสัยแก่ผู้ที่พบเห็น รวมทั้งองค์กรกาชาดสากล
ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายกาชาดโดยตรง
สภากาชาดไทยจึงขอเสนอแนวทางเพื่อให้กองทัพบกรับไปพิจารณา ดังนี้
1.ให้แยกทหารติดอาวุธออกจากเต็นท์ของทหารเสนารักษ์
โดยยังสามารถใช้เครื่องหมายกาชาดร่วมกับข้อความบนเต็นท์ว่าเป็นหน่วยแพทย์ ทหาร
2.ให้นำเครื่องหมายกาชาดออกจากข้อความบนเต็นท์
หากยังประสงค์ให้มีทหารติดอาวุธประจำการในเต็นท์เดียวกับหน่วยทหารเสนารักษ์
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากท่านด้วยดี

นพ.พิชิต ศิริวรรณ รองผอ.สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภา กาชาดไทย
กล่าวว่า ตามหลักสากลทหารเสนารักษ์
สามารถใช้ตราสัญลักษณ์กาชาดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
แต่ตามหลักสากล
เมื่อใช้ตราสัญลักษณ์กากบาทสีแดงของกาชาด จะต้องไม่มีการติดอาวุธ
โดยในต่างประเทศในภาวะสงครามก็มีเพียงอาวุธปืนพกเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น
แต่ไม่มีอาวุธเพื่อป้องกันสถานที่
อย่างไรก็ตาม การใช้ตราสัญลักษณ์ในขณะนี้
เมื่อพบว่ามีการใช้โดยไม่ถูกวัตถุประสงค์ ก็จะแจ้งเตือน
โดยพบว่าเต็นท์ในสวนลุมพินีใช้ตราสัญลักษณ์กาชาด
และไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งไม่ถูกต้อง แจ้งเตือนไปแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข
อยากขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ร่วมกันเคารพหลักการใช้ตราสัญลักษณ์อย่างถูก ต้องด้วย



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UWXlNems0T1E9PQ==&sectionid=
24  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "จาตุรนต์" เขียน8ความหมายของคำตัดสิน "เลือกตั้งโมฆะ" เมื่อ: 21 มีนาคม 2014, 18:12:13
"จาตุรนต์" เขียน8ความหมายของคำตัดสิน "เลือกตั้งโมฆะ"
ชี้แนวโน้มนำไปสู่ความสูญเสียใหญ่






นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ศึกษาธิการ
เขียนข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang
https://www.facebook.com/Chaturon.FanPage?hc_location=timeline
ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ มีเนื้อหาว่า

ความหมายทางการเมืองของการที่ศาลรธน.ตัดสินให้การเลือกตั้ง 2กพ.เป็นโมฆะ

1.เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งมีผล
เป็นการเพิ่มอำนาจให้แก่ผู้ตรวจฯและศาลรัฐธรรมนูญเองในการล้มการเลือกตั้ง

2.ฝ่ายที่ไม่เชื่อถือการเลือกตั้งมีกลไกมากขึ้น
ที่จะกำหนดว่าการเลือกตั้งจะไม่มีวันจบ
ตราบเท่าที่ไม่มีหลักประกันว่าปชป.จะต้องชนะและได้เป็นรัฐบาลเท่านั้น

3.เมื่อกปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งอย่างที่ผ่านมา
การเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นตามกำหนดแต่จะต้องเลื่อนไปเรื่อยๆ
ด้วยข้ออ้างว่าต้องเลือกตั้งในวันเดียวกันเท่านั้น มิฉะนั้นเลือกไปก็ต้องเป็นโมฆะอีก

4.เพิ่มทางเลือกให้แก่ปชป.ว่าจะลงสมัครหรือไม่
ซึ่งปชป.จะลงสมัครต่อเมื่อแน่ใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง
เช่นนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลถูกจัดการจนราบคาบหมดแล้ว
แต่แนวโนัมปชป.จะไม่ลงสมัครอยู่ดี
เพราะเห็นว่าจะไม่ชนะและยังกลัวจะขัดแย้งกับสุเทพและพวก

5.เมื่อปชป.ไม่ลงสมัคร การเลือกตั้งนี้ก็จะไม่มีวันจบ
องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญก็จะจัดการกับรัฐบาลและนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลต่อไป
เพื่อให้เกิดสภาพสุญญากาศทางการเมือง
จะได้นำไปสู่การใช้มาตรา3และมาตรา 7ตั้งรัฐบาลคนนอกและปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

6.เป็นโอกาสที่พรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหลาย
จะตัดสินใจว่าจะกำหนดท่าทีและนโยบายอย่างไรในการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้
เพื่อให้มีผู้สนับสนุนการเลือกตั้งมากขึ้นและนำไปสู่การปฏิรูปตามครรลองประชาธิปไตย

7.หากสังคมไทยไม่สามารถใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือ
ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้
การฉีกรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นนำไปสู่ความขัดแย้ง ความรุนแรง
ซึ่งในที่สุดก็จะเกิดการรัฐประหาร

8.การรัฐประหารที่เกิดขึ้นไม่ใช่ทางออกหรือจุดจบของความขัดแย้ง
แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ความรุนแรงและความสูญเสียครั้งใหญ่ของสังคมไทย


นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ ยังเขียนกลอนไว้บนหน้าเพจเดียวกัน มีเนื้อหาว่า

เมื่อผู้รักษากฎทำผิดกฎ

ผิดไปหมดซ้ำซากหลายหลากเรื่อง

จะโต้แย้งไปเล่าก็เปล่าเปลือง

ห่วงแต่ว่าบ้านเมืองจะย่อยยับ

ไม่มีใครฟังใครต่อไปแล้ว

ไม่มีแม้วี่แววจะถอยกลับ

จะสูญเสียเกินกว่าคณานับ

จะจนอับเพราะว่างเว้นความเป็นธรรม



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395385395&grpid=01&catid=&subcatid=


“จาตุรนต์” โพสต์ 8 ข้อ อธิบายความหมายคำตัดสิน “เลือกตั้งโมฆะ”

เขียนโดย Administrator Blog






http://www.go6tv.com/2014/03/8.html
25  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ชมคลิป "หม่อมเต่านา" เตือน "อำนาจเก่า" โลกเปลี่ยนไป-กดใครไว้ไม่ได้แล้ว เมื่อ: 21 มีนาคม 2014, 17:43:41




<a href="http://www.youtube.com/v/zJGZCO8_9AY?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/zJGZCO8_9AY?hl=th_TH&amp;amp</a>

โดย มติชนทีวี


Published on Mar 20, 2014

"หม่อมเต่านา" เตือน "อำนาจเก่า" โลกเปลี่ยนไป-กดใครไว้ไม่ได้แล้ว

มติชนทีวี สัมภาษณ์พิเศษหม่อมหลวงมิ่งมงคล โสณกุล หรือ หม่อมเต่านา
ในประเด็นการเมืองปัจจุบันที่มีการต่อสู้ระหว่าง
กลุ่มอำนาจเก่ากับกลุ่มอำนาจใหม่ ไปฟังเหตุผลว่าทำไมกลุ่มอำนาจเก่า
ควรสนับสนุนกติกาของการเมืองแบบใหม่
และควา­มคาดหวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
จะสามารถทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอยกลับไ­ปสู่การรัฐประหารอีกครั้ง

ติดตามอ่านสัมภาษณ์พิเศษ "หม่อมเต่านา" คำต่อคำจุใจ ทางมติชนออนไลน์ เร็วๆ นี้




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UTTROams0T0E9PQ==&sectionid=
26  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / โฆษกสปป.ชี้ ศาลฯ วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ คือ รัฐประหารเงียบ เมื่อ: 21 มีนาคม 2014, 17:38:32
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายเอกชัย ไชยนุวัติ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.สยาม
และโฆษกสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.)
กล่าวว่า เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.โมฆะ
เนื่องจาก 28 เขตในพื้นที่ภาคใต้ยังไม่สามารถเลือกตั้งได้
จึงถือว่าการเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วไปเทศนั้น ถือว่าผิด
เพราะวันเลือกตั้งนั้นถูกกำหนดจากพ.ร.ฎ.ยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2556
แต่วันลงคะแนน
รัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนในวันอื่นได้
อย่างกรณีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หรือการเลือกตั้งล่วงหน้า
วันลงคะแนนเสียงจึงเป็นวันอื่นได้ ส่วนปัญหาใน 28 เขตภาคใต้
ถือเป็นปัญหาในกระบวนการรับสมัครที่ยังทำไม่ได้เท่านั้น
นายเอกชัย กล่าวว่า หากปล่อยให้วินิจฉัยในลักษณะนี้ต่อไป
ในอนาคตหากมีใครไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง ก็เพียงแค่ไปปิดหน่วยเลือกตั้ง 1 หน่วย
ศาลก็ชี้ว่าการเลือกตั้งโมฆะได้แล้ว
ดังนั้น ประชาชนและนักการเมืองต้องออกมาร่วมแสดงออกคัดค้านคำวินิจฉัยในครั้งนี้
โดยเฉพาะนักการเมืองจะทิ้งประชาชนไม่ได้
พรรคการเมืองทุกพรรคต้องสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง
เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนพึงมี
ถ้าหากพรรคการเมืองไม่สนับสนุนการเลือกตั้ง ประชาชนก็จะเบื่อหน่าย รู้สึกเฉยชาต่อการเมือง
ในที่สุดเขาก็จะยอมให้ระบอบอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยมาปกครอง

"นี่คือการทำรัฐประหารเงียบ
ด้วยการทำลายสิทธิขั้นพื้นฐานของ 20 ล้านเสียงที่ไปลงคะแนนเลือกตั้ง
ยกตัวอย่างเช่นในห้องเรียนหนึ่งมีนักเรียน 20 คน มี 1 คน โกงข้อสอบ
แล้วอาจารย์บอกให้ยกเลิกการสอบทั้งหมด
ถามว่า 19 คนที่ไม่ได้โกงนั้นมีความผิดอย่างไร"
นายเอกชัยกล่าว




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UTTVNek13TUE9PQ==&subcatid=





http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UTTRNRGswTnc9PQ==&sectionid=


คนเชียงใหม่ชูป้าย ไม่เห็นด้วยคำตัดสินเลือกตั้งโมฆะ





วันที่ 21 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าคณะแพทย์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ และบริเวณริมรั้ว
มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มสาธารณสุข รักประชาชน รักประชาธิปไตย สวนดอก
และประชาชนชาวเชียงใหม่ ประมาณ 100 คน
พร้อมใจกันใส่ชุดดำ และเขียนข้อความใส่กระดาษและป้ายไวนิลล์ระบุ
ไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโฆฆะ

กลุ่มดังกล่าวนำป้ายไวนิลล์และป้ายกระดาษติดบริเวณริมรั้วคณะแพทย์ศาสตร์ มช.
และร่วมกันตะโกนว่า "หนึ่งเสียงของเรามีความหมาย" ก่อนจะแยกย้ายกันไป
โดยผู้บริหารของคณะแพทย์ศาสตร์ได้สั่ง
ให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำคณะมาปลดป้ายของผู้ชุมนุมออกทั้งหมดทันที
หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมกลับไปแล้ว

รศ.ดร.แพทย์หญิง กรรณิกา วิศุทธิ์ภากรณ์ ผู้ประสานงานกลุ่มฯ
เผยว่าคน 20 ล้านคนมาเลือกตั้ง
แต่คนเพียง 6-9 คน มาตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโฆฆะ
จะมาตัดสินคนทั้ง 20 ล้านคนให้เป็นโฆฆะไม่ได้
กกต.มีหน้าที่คืออะไร
การตัดสินดังกล่าวเหมือนเป็นการทำรัฐประหาร ไม่เคารพสิทธิของประชาชน
เราไปลงคะแนนเสียง เลือกที่จะรักษาสิทธิของเรา ก็ต้องมาลงเอยแบบนี้
เรามาครั้งนี้เพื่อมาแสดงพลังพร้อมกับในกรุงเทพฯ ที่มีการเคลื่อนไหวแสดงความไม่เห็นด้วย




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UTTVOREF3T1E9PQ==&subcatid=



เผยรายชื่อตุลาการ 3 เสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วยเลือกตั้ง 2 ก.พ.โมฆะ !!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557 หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3
การเลือกตั้ง ส.ส. 2 ก.พ.2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถือว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ
เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง วันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตุลาการเสียงข้างน้อย 3 เสียง ที่ไม่เห็นด้วย ประกอบด้วย   


นายชัช ชลวร


นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี


นายเฉลิมพล เอกอุรุ



คลิกอ่าน เปิดคำวินิจฉัยกลาง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง 2ก.พ. โมฆะ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395382033&grpid=03&catid=01&subcatid=0100


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395380919&grpid=00&catid=&subcatid=
27  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "พิพากษา 20 ล้านเสียง" คอลัมน์ ใบตองแห้ง เมื่อ: 21 มีนาคม 2014, 07:00:27


รัฐธรรมนูญมาตรา 245(1) บัญญัติอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน
ให้เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เมื่อ


"บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า"

อ่านภาษา คนยังไงก็มองไม่เห็นว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจร้องเลือกตั้งโมฆะ หลังเลือกตั้งใหม่ๆ
ผู้ตรวจฯ ก็เคยปฏิเสธคำร้องอดีต ส.ส.ปชป. โดยบอกว่าไม่มีอำนาจ
แต่ครั้งนี้ ผู้ตรวจฯ 3 คนกลับมีมติเอกฉันท์ส่งศาล แล้วศาลก็รับและ นัดไต่สวนทันที
ขณะที่คำร้อง กกต.ขอให้วินิจฉัยอำนาจ รับสมัครเลือกตั้งใหม่ 28 เขต ศาลรับไว้เฉยๆ ยังไม่นัด

เห็นท่าทีอย่างนี้ จะไม่ให้วิตกได้อย่างไร ว่าศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยล้มเลือกตั้ง

หนำซ้ำในการไต่สวน ตุลาการยังถามถึงการไม่เลื่อน เลือกตั้ง
ซึ่งประธาน กกต.โยนว่ารัฐบาลไม่ยอมให้เลื่อนตามที่ศาลวินิจฉัยไว้

ถ้า ใช้ประเด็นนี้ก็ตลก ปัญหาเป็นเพราะรัฐบาลไม่ยอมเลื่อนเลือกตั้ง
หรือเป็นเพราะมีผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง แล้วที่ศาลวินิจฉัยให้เลื่อนเลือกตั้งได้
ก็ไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ รัฐธรรมนูญบังคับ
ไม่มีตรงไหนบอกให้เลื่อนได้ ศาลตีความไปเอง

ผู้ ตรวจไม่มีอำนาจร้อง แต่ศาลก็รับ และนัดตัดสินไปแล้ว
ถ้ามองตามคำร้อง ยังมองไม่เห็นว่าศาลจะใช้เหตุผลใดชี้ให้ เลือกตั้งโมฆะ
เพราะปัญหาต่างๆ ที่ผู้ร้องอ้าง เกิดจากการ ขัดขวางเลือกตั้ง
ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ผิดกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถรับสมัคร
ทำให้ไม่สามารถลงคะแนนพร้อมกันได้ในวันเดียว

ผลกระทบที่เกิด จากการกระทำโดยไม่สุจริต ผิดกฎหมาย ของคนกลุ่มหนึ่ง
ไม่ว่ามากน้อยเพียงไร ก็ไม่สามารถนำไปลบล้าง
การแสดงเจตจำนงโดยสุจริตของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 20 กว่าล้านคน

อย่าหลงประเด็นนะครับ
คดีล้มเลือกตั้ง จำเลยไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ จำเลยไม่ใช่ กกต.
แต่จำเลยคือประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
ถ้าศาลตัดสินล้มเลือกตั้ง
ก็คือตัดสินว่าการแสดงเจตจำนงของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 20 กว่าล้านคน
เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ที่จริง นี่อยู่เหนืออำนาจศาลด้วยซ้ำ
การแสดงเจตจำนง ของผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอยู่เหนืออำนาจตุลาการ
ศาลจะล้มการเลือกตั้งได้ต่อเมื่อการแสดงเจตจำนงนั้นถูกบังคับ ขู่เข็ญ หรือถูกทำให้สำคัญผิด
สมมติเช่นเขตเลือกตั้งหนึ่ง กกต.ติดเบอร์ผิด ศาลสั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นได้

แต่การเลือกตั้งเมื่อวัน ที่ 2 ก.พ.ประชาชนไม่ได้ถูกบังคับขู่เข็ญ
ตรงข้าม ประชาชนถูกคุกคามไม่ให้ออกมาเลือกตั้ง หลายราย
ต้องฝ่าภยันตรายออกมาเลือกตั้งด้วยเจตจำนงอันแรงกล้า

ถ้า เทียบกับปี 49 ศาลล้มเลือกตั้งได้อย่างไร
ข้ออ้างเมื่อปี 49 คือ กกต.หันคูหาออก ทำให้ไม่เป็นความลับ
ซึ่งอันที่จริง วิธีหันคูหาออกใช้ในหลายประเทศ ไม่ทำให้การเลือกตั้งเสียไป
แต่ครั้งนั้นเป็นฉันทามติของสังคม อยากให้เลือกตั้งโมฆะเพื่อนับหนึ่งใหม่
ฝ่ายค้านก็รับปากเลิกบอยคอต
ศาลจึงหาทาง "ภิวัตน์" แบบทุกฝ่ายก็ขยิบหูขยิบตาไปนาไปไร่

จุดต่าง 2 ประเด็นคือ ในทางกฎหมาย ศาลสามารถควานหา "ลักษณะร่วม"
การหันคูหาออกทุกหน่วยทั้งประเทศมาถูไถว่าทำให้เจตจำนงของประชาชนเสียไป
ในทางการเมือง เป็นฉันทามติว่าให้เลือกตั้ง 2 เมษาโมฆะ แล้วกลับสู่กติกา เลือกตั้งกันใหม่

ถามว่าวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส.ยอมกลับสู่กติกาไหม

นอก จากไม่มีฐานทางกฎหมาย
ถ้าศาลสั่งให้เลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ในทางการเมือง ก็จะปิดช่องทางแก้ปัญหา ด้วยสันติ
เพราะต่อให้มีเลือกตั้งใหม่ แต่กว่าจะไปถึงตอนนั้น
ก็อาจมีการล้มรัฐบาล ล้มวิถีทางที่อำนาจมาจากการเลือกตั้ง ไปสู่การรวบอำนาจโดยอีกฝ่ายหนึ่ง

เรา ยอมรับความจริงหรือยังว่า การประจันหน้าระหว่างอำนาจ 2 ขั้ว คน 2 ฝ่าย
ไม่มีทางเอาชนะกันได้เบ็ดเสร็จ แยกประเทศ ก็ไม่ได้
ฆ่ากันยังไงก็ไม่หมด มีทางเดียวที่จะอยู่ร่วมกันได้คือ แบ่งปันอำนาจกัน

การแบ่ง ปันอำนาจไม่มีวิถีทางอื่น นอกจากกลับไปหาประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งคือหาผู้ชนะ อย่างสันติ ประชาธิปไตยคือ
หลักประกันว่าผู้ชนะจะไม่สามารถกินรวบ ผู้แพ้ยังมีอำนาจต่อรอง

แต่สถานการณ์วันนี้กลับกัน เสียงข้างน้อยกลับจะเอาชนะเบ็ดเสร็จ กินรวบ
โดยผนึกขั้วอำนาจที่ถืออาวุธ ถือกฎหมาย
เสียงข้างมากเหลืออำนาจต่อรองเพียงการเลือกตั้ง กับกติกาประชาธิปไตย

ถ้าชักอำนาจต่อรองจากการเลือกตั้งออกไป ก็ไม่เหลือ อะไรอีก
ไม่เหลือหนทางให้สู้ในกติกา ไม่เหลือแม้แต่กติกา
ซ้ำถ้าไม่พอใจ ลุกฮือขึ้นมา ยังจะถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายต้องการความรุนแรง แยกดินแดน
ไม่ฟังคำสั่งศาล ฯลฯ มีแนวโน้ม ที่จะถูกปราบปราม ถูกก ระทำข้างเดียว
ในขณะที่พวกบีบคอ คนไปเลือกตั้ง ปิดเมือง ปิดสถานที่ราชการ ไล่ยิงชาวบ้าน ฯลฯ
กลับไชโยโห่ร้อง ได้ชัยชนะ

สังคมไทยยังจะอยู่ร่วมกันได้หรือ



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UTXlPRFV4TXc9PQ==&sectionid=
28  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "แรมโบ้อีสาน" แจ้งความ "ทีนิวส์" ตัดต่อภาพหมิ่นประมาท เมื่อ: 20 มีนาคม 2014, 15:50:59


เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 20 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้อีสาน” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
และประธานกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) พร้อมทนายความ
 เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป.
เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารสำนักข่าวทีนิวส์
รวมทั้งเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ www.tnews.co.th และบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “Nui Cfour”
ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและภาพถ่ายทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ก
และโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ที่มีเครือข่ายติดตาม ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
และความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดยนำภาพถ่าย สำเนาข่าวที่เผยแพร่ตามเว็บไซต์สำนักข่าวต่างๆ
และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง มอบให้พนักงานสอบสวนไว้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

นายสุภรณ์ กล่าวว่า เหตุที่ต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้
เนื่องจากปรากฎภาพการจัดกิจกรรมบนเวทีของกลุ่ม อพปช.
ที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา
โดยมีการตัดต่อภาพดังกล่าวนำออกเผยแพร่ทางสำนักข่าวทีนิวส์ กล่าวหาว่า
กลุ่ม อพปช.มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ
มีการเผยแพร่แนวความคิดในการแบ่งแยกดินแดน
รวมทั้งการใส่ร้ายในกรณีอื่นๆ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง
เพราะทางกลุ่ม อพปช.มีความชัดเจนว่า
เริ่มต้นจากแนวความคิดของผู้นำที่รักประชาธิปไตย
ในภาคอีสาน 20 จังหวัด ก่อตั้งขึ้น
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ปกป้องประชาธิปไตยและต่อการการกระทำที่เป็นเผด็จการทุกรูปแบบ

นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า การกระทำของสำนักข่าวดังกล่าว
และผู้ที่เผยแพร่ขยายความต่อจากข่าวสารดังกล่าว
มีเจตนาต้องการให้ตนกับคณะกรรมการกลุ่ม อพปช.ถูกเพ่งเล็ง
จากหน่วยงานด้านความมั่นคง อาทิ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
ซึ่งอาจเข้าใจผิด นำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาดำเนินคดีกับตน
ในความผิดร้ายแรงว่าเป็นกบฎต่อแผ่นดิน มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ
ทั้งที่ความเป็นจริงเราติดอาวุธทางปัญญาให้กับมวลชน
ให้กับผู้ที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม อพปช.

“ผมยืนยันว่า อพปช.มีจุดประสงค์การตั้งกลุ่มที่ชัดเจน
และเราไม่มีการฝึกฝนหรือจัดตั้งกองกำลังใดๆ
เราเพียงแต่ให้ความรู้กับประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศเกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตย
และจะต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหาร หรือการยึดอำนาจรัฐด้วยวิธีที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
เรามีจุดยืนตรงนี้ โดยขณะนี้ได้เริ่มมีการเปิดรับสมัครสมาชิกเรื่อยมาตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม
โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 2 แสนคนทั่วประเทศ
และอนาคตก็อาจมีการจัดตั้งโรงเรียนเปิดสอน ให้ความรู้กับประชาชนต่อไป” นายสุภรณ์ กล่าว

นายสุภรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการรับสมัครบุคคลที่จะเข้าเป็นสมาชิก
เราก็มีคณะกรรมการแต่ละจังหวัดๆ ละ 10 คน เป็นผู้คอยคัดกรอง
ไม่ใช่ว่าใครจะสมัครเข้ามาก็ได้ หรือรับไว้ทั้งหมด ต้องมีผู้รับรอง มีการประชุม
ซึ่งเร็วๆ นี้ ก็จะมีการประชุมใหญ่
โดยตนจะนัดหมายกับประธานกรรมการของแต่ละจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง
และเราดำเนินการทั่วประเทศ
ขณะนี้ได้เริ่มที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกแล้ว
ก็จะทำไปเรื่อยๆ จนทั่วทุกภาค

ด้าน พ.ต.ท.พงษ์ไสว กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ก่อน
จะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5USTVPVEl3T1E9PQ==&subcatid=
29  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / เบาะแสใหม่กรณีบินมาเลย์หาย! ดาวเทียมออสซี่พบวัตถุ 2 ชิ้นกลางมหาสมุทรอินเดีย เมื่อ: 20 มีนาคม 2014, 15:45:13






เมื่อ 20 มี.ค. รอยเตอร์รายงานว่า
นายโทนี แอ็บบอตต์ นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย
เผยภาพถ่ายดาวเทียมพบวัตถุ 2 ชนิด
ที่อาจเกี่ยวข้องกับเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่สูญหายไป
บริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย
ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเครื่องบินกองทัพอากาศค้นหาตำแหน่งของวัตถุแล้ว
แต่ยอมรับการค้นหาอาจเป็นไปด้วยความยากลำบาก
และมีความเป็นไปได้ที่วัตถุจะไม่เกี่ยวกับเครื่องบินที่สูญหาย

ด้านทางการมาเลเซียตอบรับข้อมูลจากทางออสเตรเลียทันที
โดยระบุ "เรามีทิศทางใหม่ในการค้นหาแล้ว
และเตรียมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียต่อไป"
ขณะที่สื่อมวลชนหลายสำนัก เฝ้ารอการเปิดเผยภาพถ่ายยืนยันการค้นพบดังกล่าว
คาดว่ารัฐบาลมาเลเซียจะเผยแพร่โดยเร็ว



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5USTVNVGM1T1E9PQ==&subcatid=
30  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ชาวบ้านพนัสนิคม หว่านแหหาปลา เจอหัวระเบิดอาร์พีจี 25 ลูก! เมื่อ: 20 มีนาคม 2014, 15:42:18


เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่ชลบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.ตร.จากกอฝงบังคับการตำรวจภูธร ภาค 2
เข้ากู้วัตถุระเบิดที่สระน้ำ ม.4 บ้านหัวถนน ตำบลสระสี่เหลี่ยม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
มีเนื้อที่กว่า  10  ไร่ และพบระเบิดถูกนำมาทิ้งไว้ในสระ
เบื้องต้นพบแล้ว 25 หัวและคาดว่ายังมีอีกในสระน้ำ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นวัตถุระเบิด
ชนิดเครื่องยิงขนาด 60 มิลลิเมตรและขนาด 81 มิลลิเมตร
ผลิตจากไทย-สิงคโปร์  และ สหรัฐ
คาดวาน่าจะนำมาทิ้งเอาไว้ในจุดดังกล่าวประมาณ  1 เดือนเศษแล้ว
โดยก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านลงไปหาปลาหว่านแหและติดหัวระเบิดดังกล่าวขึ้นมา
เบื้องต้นจะนำกลับไปตรวจสอบว่าวัตถุระเบิดดังกล่าวมาจากไหน



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5USTROVFExTVE9PQ==&subcatid=
31  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / มือปืนป๊อปคอร์นสารภาพสิ้น! ร่วมกปปส.ยิงปะทะหลักสี่ เมื่อ: 20 มีนาคม 2014, 15:35:12


เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศอ.รส.แถลง ตร.จับกุมตัวนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ (ท็อป)
หรือ มือปืนป๊อปคอร์น ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงปะทะที่แยกหลักสี่ ได้วานนี้
ที่วัดพัฒนาราม ต.ตลาดล่าง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
โดยผู้ต้องหารับสารภาพวันที่ 1 ก.พ.ได้ร่วมกับ กปปส.ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16
ยิงใส่กลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้ง และเมื่อเหตุสงบได้คืนปืนให้ผู้ดูแลและหนีกบดานที่ต่างจังหวัด
และว่า รับค่าจ้างการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ วันละ 300 บาท ฝึกใช้
และได้ปืนจากหัวหน้าการ์ด โดยมีคนเอาถุงสวมปืนให้
ขณะที่ผู้ช่วย ผบ.ตร.เผยมือปืนป๊อปคอร์นให้การยอมรับ
มีอาวุธสงครามในพื้นที่ชุมนุม พงส.เตรียมรวบรวมหลักฐานขอหมายจับเพิ่มอีก

จากการสอบปากคำเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาเคยประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป
และได้เข้ามาเป็นการ์ด กปปส.ตั้งแต่เริ่มชุมนุมด้วยความสมัครใจได้ค่าจ้างวันละ300บาท
โดย มีนายเม่นเป็นหัวหน้ากลุ่มองค์ดำที่เป็น1ใน5ทีมการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ
โดยนายท็อประบุว่า อาวุธเอ็ม-16 ที่ใช้ก่อเหตุในวันนั้น นายเม่นเป็นผู้จัดหามาให้
ส่วนจะมีที่มาอย่างไรนั้นไม่ทราบและตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบของกลาง
ซึ่งนายท็อปอ้างว่าวันเกิดเหตุมีคนเอาปืนมาฝากไว้
และเกิดเหตุปะทะจึงจำเป็นใช้อาวุธ ยิงไปไม่ต่ำกว่า20นัด โดยไม่มีการฝึกการใช้อาวุธ
ทั้งนี้หลังก่อเหตุยังหลบหนีอยู่ในกลุ่มของผู้ชุมนุมแจ้งวัฒนะ
จากนั้นไม่กี่วันนายเม่นได้พาหลบหนีไปอยู่บ้านของภรรยานายเม่น ในอำเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปสอบเพิ่มเติมก่อนขออำนาจศาลฝากขัง
จะทำแผนหรือไมีต้องดูอีกครั้งเนื่องจากสถานที่เกิดเหตุใกล้กับที่ชุมนุม
ทั้งนี้มีรายงานว่านายท็อปได้เข้าร่วมชุมนุมตังแต่มีกลุ่มหน้ากากขาว
ก่อนร่วมกับกลุ่มกองทัพธรรมที่สวนลุมพินีและสะพานมัฆวานรังสรรค์
และก่อนหน้าเคยมีข้อหาคดียาเสพติดที่จังหวัดพิษณุโลกเมื่อหลายปีก่อน



<a href="http://www.youtube.com/v/34JEuXwanKs?version=3&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/34JEuXwanKs?version=3&amp;amp</a>


http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5USTRPVEUwTUE9PQ==&subcatid=
32  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ตร.เผยศาลอนุมัติออกหมายจับ “ลูกหมี” ขัดขวางเลือกตั้งเขตภาษีเจริญ เมื่อ: 19 มีนาคม 2014, 18:59:02



เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)
เพจเฟชบุ๊ค policespokesmen โดยทีมโฆษกตร เปิดเผยว่า  วันที่ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 
ร.ต.อ.โสภณ หมันชีด พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ เดินทางไปที่ศาลอาญาธนบุรี
เพื่อขอให้ศาลออกหมายจับนายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี  อดีตส.ส. ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์
และเป็นหนึ่งในแกนนำในกปปส.
โดยศาลอาญาธนบุรี ได้อนุมัติออกหมายจับนายชุมพล
ตามหมายจับที่ จ.223/2557 ลงวันที่ 18 มี.ค.2557
ในข้อหา"ร่วมกันกระทำการโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิได้
หรือขัดขวาง
หรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิไปเลือกตั้งไป ณ ที่เลือกตั้ง
หรือเข้าไปที่ ณ ที่ลงคะแนนเลือกตัั้ง หรือมิให้ไปถึง ณ ที่ดังกล่าว
ภายในกำหนดเวลาที่จะลงคะแนนเลือกตั้งได้"

“กล่าวคือ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2557 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า
นายชุมพล   แกน นำกปปส.พร้อม นายสมยศ แสงศรี
ได้นำมวลชนไปปิดล้อม สำนักงานเขตภาษีเจริญ หน่วยเลือกตั้งที่ 31 แขวงบางหว้า
เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
ต่อมาทาง ร.ต.อ.โสภณฯ พงส.ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้มารับทราบข้อกล่าวหา
ปรากฎว่า เมือวันที่ 21 ก.พ.2557 นายสมยศฯ ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อ ร.ต.อ.โสภณฯ
แต่นายชุมพลฯไม่มาตามหมายเรียกแต่อย่างใด
โดยในคดีดังกล่าวมีอายุความ 10 ปี”ทีมโฆษกตร.เปิดเผย



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5USXhPRGMxTXc9PQ==&sectionid=
33  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / จับ "มือปืนป็อปคอร์น" ขณะเดินช็อปปิ้งตลาดกลางเมืองสุราษฏร์ เมื่อ: 19 มีนาคม 2014, 18:42:31
จับ "มือปืนป็อปคอร์น" ขณะเดินช็อปปิ้งตลาดกลางเมืองสุราษฏร์
เผยหลบไปอยู่กับ "เมียแกนนำการ์ดแจ้งวัฒนะ" ที่สุราษฏร์ธานี



เขียนโดย  Go6 TV





ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศอ.รส.เปิดเผยว่า
ตนเพิ่งได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.
ว่าขณะนี้ จนท.ตร.สามารถจับมือปืนป๊อบคอร์น หรือนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์
ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลได้แล้ว
โดยนายวิวัฒน์ หรือมือปืนป๊อบคอร์น ถูกจับที่ตลาดแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.สุราษฎร์ธานี
 เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 19 มี.ค.57 โดยก่อนหน้านี้ จนท.ตร.ได้รับรายงานว่า
นายวิวัฒน์ฯ หลบหนีจาก กทม. ไปกบดานอยู่ที่บ้านภรรยาของลูกพี่คนหนึ่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี
โดยลูกพี่ของนายวิวัฒน์ฯ คนดังกล่าวเป็น หน.การ์ด กปปส. ซึ่งประจำอยู่ที่เวทีแจ้งวัฒนะ
ทั้งนี้ ภายหลังถูกจับนายวิวัฒน์ หรือ มือปืนป๊อบคอร์น
ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุในเหตุการณ์รุนแรงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่หลักสี่
ซึ่งปรากฎเป็นภาพข่าวใช้อาวุธปืนยิงจากถุงป๊อบคอร์นจริง
และขณะนี้นายวิวัฒน์ฯ อยู่ระหว่างการควบคุมตัวเพื่อสืบสวนขยายผล
ก่อนที่จะส่งตัวให้ พนง.สอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการปฏิบัติการจับมือปืนป๊อบคอร์นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ครั้งนี้
เป็นการสนธิกำลังระหว่าง กก.สืบสวน น.2 และ ตร.ภ.1
หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบต่อไป




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_1049.html


รวบแล้ว! มือปืนป๊อบคอร์น หนีกบดานสุราษฏร์ธานี - ตร.คุมสอบกทม.





เมื่อ 19 มี.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พลตำรวจโทวินัย ทองสอง
ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน
ตำรวจภูธรภาค 1 และ 2 ซึ่งเป็นชุดจับกุม สามารถจับกุมตัว นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ 
มือปืนป๊อปคอร์น ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหา ร่วมกัน พยายามฆ่าผู้อื่น
มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร
และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฯ เรื่อง ห้ามนำอาวุธปืนออกนอกเคหะสถาน
กรณีเหตุการณ์ปะทะบริเวณแยกหลักสี่ ได้แล้วหลังชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ติดตาม
โดยสามารถจับกุมได้ที่ขณะหลบหนีไปอาศัยอยู่กับเพื่อนที่ อ.คีรีรัตน์นิคม จ.สุราษฏร์ธานี
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวมาสอบปากคำที่กรุงเทพมหานคร
และจะมีการแถลงข่าวการจับกุมในวันพรุ่งนี้ 



<a href="http://www.youtube.com/v/ksWWx9yuoZc?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/ksWWx9yuoZc?hl=th_TH&amp;amp</a>


http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5USXlNVFF3T0E9PQ==&subcatid=
34  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ภาพชุดรูกระสุน M16 พรุนทั้งหลัง! มือมึดยิงบ้าน "จตุพร พรหมพันธุ์" แต่ผิดเป้า เมื่อ: 19 มีนาคม 2014, 18:37:49
ภาพชุดรูกระสุน M16 พรุนทั้งหลัง!
มือมึดยิงบ้าน "จตุพร พรหมพันธุ์" แต่ผิดเป้าโดนข้างบ้าน




เขียนโดย  Go6 TV


















นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. คนใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 2.00 น.
ได้มีคนร้ายเข้ามาใช้อาวุธสงครามกราดยิง เข้ามาที่บ้านพักของตน ในหมู่บ้านวิสต้าพาร์ค ย่านสายไหม
แต่กระสุนพลาดไปถูกบ้านข้างเคียง ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ 
ซึ่ง บ้านหลังดังกล่าว เป็นทาวเฮาส์ ที่ตนอาศัยอยู่ และใช้ชีวิตตามปกติ
โดยเมื่อคืนภรรยาก็อยู่ในบ้านพักด้วย
เบื้องต้น ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
คาดว่าอาวุธ ที่คนร้าย ยิงนั้น อาจเป็นปืนอาก้า หรือ m16
ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ

 อย่างไรก็ตาม บ้านของนายนิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช.
ซึ่งอยู่ หมู่บ้านติดกัน ย่านสายไหม นั้น
ก็ถูกคนร้ายลอบยิงด้วย โดยกระสุนไปถูกบ้านข้างเคียง ไม่มีคนเจ็บ
โดยภรรยาของนายนิสิต เตรียมเดินทางเข้าแจเงความลงบันทึกประจำวันที่ สน.สายไหม ในช่วงบ่ายวันนี้




http://www.go6tv.com/2014/03/m16.html



เอ็ม79ถล่มบ้าน "จตุพร" ประธาน นปช.กับ "นิสิต" แกนนำแดง

























http://www.dailynews.co.th/Content/crime/224114/เอ็ม79ถล่มบ้าน+_จตุพร_+ประธาน+นปช.กับ+_นิสิต_+แกนนำแดง
35  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ม็อบ กปปส. บุกสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม Asia Update ที่อาคารอิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อ: 18 มีนาคม 2014, 16:01:23
รวมภาพม็อบ กปปส. บุกสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม Asia Update
ที่อาคารอิมพีเรียล ลาดพร้าว


เขียนโดย  go6TV 



















รวมภาพม็อบ กปปส. บุกสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม Asia Update ที่อาคารอิมพีเรียล ลาดพร้าว



http://www.go6tv.com/2014/03/asia-update.html


ระทึก!!"ชุมพล-พุทธิพงษ์"นำกปปส.บุกถิ่น"นปช.
" โจมตี"จตุพร"ประธานนปช. ดุเดือด



เมื่อเวลา 10.40  วันที่ 18 มีนาคม  การเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว นำโดย
นายชุมพล จุลใส
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
และนายสกลธี ภัทธิยกุล แกนนำ กปปส. 
ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนด้วยรถยนต์ กว่า 20 คัน เคลื่อนขบวนจากเวที กปปส. สวนลุมพินี
มาที่ซอยลาดพร้าว 19 บ้านพักนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อประท้วงเชิงสัญลักษณ์
โดยมีการนำแผ่นป้ายที่มีข้อเรียกให้นายจารุพงศ์ยุติการรับใช้ระบอบทักษิณ   
แต่นายจารุพงศ์ไม่ได้อยู่ในตัวบ้าน เเละผู้ชุมนุมก็ไม่ได้บุกเข้าไปในตัวบ้านแต่อย่างใด
ต่อมาทางแกนนำจึงนำผู้ชุมนุมตั้งขบวนเพื่อเตรียมเคลื่อนไปยังจุดหมายต่อไปโดยไม่ระบุปลายทาง 

ต่อมาเวลา 11.00 น.กลุ่ม กปปส. ได้เคลื่อนมายังห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว 
สถานที่เเถลงข่าวประจำวันของกลุ่มเเนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการเเห่งชาติ (นปช.)
โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนายพุทธิพงษ์ เเละนายชุมพล
ต่างปราศรัยโจมตี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.เเละกลุ่ม นปช.  อย่างดุเดือด
พร้อมเรียกร้องให้เจ้าของสถานที่อิมพีเรียล เวิลด์ ให้หยุดสนับสนุนกลุ่ม นปช.ในการให้เช่าสถานที่
เพราะเท่ากับว่าสนับสนุนเเนวทางของนปช.



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395121424&grpid=00&catid=&subcatid=
36  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / นายกฯใส่เฝือก-นั่งรถเข็นถกครม.ปมเลิกพรก.ฉุกเฉิน เมื่อ: 18 มีนาคม 2014, 14:55:35




ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุม ครม.ว่า เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 18 มี.ค.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
เดินทางถึงโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม
เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ที่ห้องประชุมชั้น 1 อาคารโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน
ด้วยสีหน้าปกติ แต่เมื่อก้าวเท้าลงมาจากรถและลงน้ำหนักไปที่เท้าข้างซ้าย
นายกรัฐมนตรีได้แสดงอาการเจ็บ
โดยคนใกล้ชิดได้เข้าไปพยุงและเจ้าหน้าที่ได้นำรถเข็นมาให้นายกรัฐมนตรีนั่งทันที
ก่อนจะเข็นเข้าไปยังห้องประชุมครม.

 โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าที่แสดงอาการเจ็บปวดที่ข้อเท้าด้านซ้ายว่า
“ก็ยังรู้สึกเจ็บๆและตึงๆอยู่" ซึ่งแพทย์ระบุว่าต้องใช้เวลารักษาประมาณเดือนครึ่ง
แต่หากไม่ใช้ข้อเท้ามากก็จะหายเร็วขึ้น  ทั้งนี้จะเจ็บมากหากมีการลงน้ำหนักที่เท้าข้างซ้าย
แต่ถ้าเราไม่ลงน้ำหนักที่เท้าซ้ายแผลก็จะประสานและหายเร็วขึ้น”

 เมื่อถามว่า บาดเจ็บขนาดนี้จำเป็นต้องงดภารกิจต่างๆ หรือไม่
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปฎิเสธว่า “ไม่หรอกคะ ไปได้คะ และยังทำงานได้คะ”
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรียังคงใส่เฝือกอ่อนที่ข้อเท้าด้านซ้าย
และที่บริเวณเท้ามีอาการบวมมากขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับวาระการประชุมครม.ในวันนี้ (18 มี.ค.)
จะมีการพิจารณาประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อกลับมาใช้กฎหมายพ.ร.บ.มั่นคงแทน
โดยจะมีการประกาศใช้วันพรุ่งนี้(19 มี.ค)
และในเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ด้านความมั่นคง
จะประชุมร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
ในเรื่องของศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.)
เพื่อกำหนดโครงสร้างการบริหารงานภายใต้พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยรายงานข่าวแจ้งว่า
จะแต่งตั้งให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เป็นผู้อำนวยการฯ
และให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเลขาธิการฯ




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5URXhOakV6TUE9PQ==&subcatid=
37  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ‘เฉลิม’ ไล่องค์กรอิสระทำหน้าที่ตัวเอง ย้ำพท.ไม่เอาด้วย ลั่นไม่ไว้ใจ ‘ถวิล’ เมื่อ: 18 มีนาคม 2014, 14:31:26


เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 18 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)
กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ 6 องค์กรอิสระว่า สุดท้ายก็ไม่สำเร็จอย่างที่ตนได้บอกไว้
ดูเบื้องหลังรู้เลยว่าอยากให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลาง ไม่ได้เป็นตามระบอบประชาธิปไตย
จึงขอเรียกร้องให้แต่ละองค์กรกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดตามที่ได้รับมอบหมาย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่จัดการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องก็ไม่มีเหตุผล
กกต.ต้องทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง แต่อยากถามว่าทุกวันนี้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ทำอะไร
ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องว่าการเลือกตั้งโมฆะ
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการเลือกตั้งโมฆะก็เลือกตั้งใหม่ ขอให้เลิกคิดเรื่องอื่น

 พรรคเพื่อไทยกับประชาชนที่รักระบอบประชาธิปไตย เขายอมไม่ได้
ส่วนการที่กปปส.ไม่เห็นด้วยกับ 6 องค์กรอิสระ เพราะกปปส.มีวาระซ่อนเร้น
ส่วน 6 องค์กรก็เลอะเทอะ ไม่มีใครเอาด้วย
พรรคเพื่อไทยยืนยันเด็ดขาดไม่เอาด้วย นอกจากต้องจัดการเลือกตั้งให้จบตั้งรัฐบาลแล้วปฏิรูป
องค์กรอิสระไม่น่าเชื่อถือ ไม่สำรวจตัวเองทำอะไรไม่สำเร็จ เพราะไม่มีใจเป็นนักประชาธิปไตย

 เมื่อถามว่าหากมีการตัดสินคดีรับจำนำข้าว จะต่อต้านการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระหรือไม่
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ขอระบุ แต่ประชาชนส่วนใหญ่รับไม่ได้
ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ถูกร้อง ปปช.มีคดีไหนบ้างที่ถูกดำเนินคดี
ต่อข้อถามที่ว่าเมื่อมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
ที่นำมาประกาศใช้ทดแทนจะมีโครงสร้างอย่างไร
ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า ต้องรอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติก่อน ถ้าอนุมัติก็มีรูปแบบ
พร้อมกับระบุว่า ตำแหน่งเลขานุการศูนย์อำนวยการรักษาความความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)
ไม่จำเป็นต้องเป็นเลขา สมช.

และหากตั้งศอ.รส.พูดกับแบบนักเลงตนไม่ไว้ใจให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขา สมช. มาทำหน้าที่
เพราะทั้งขึ้นเวที กปปส.เป็นผู้ต้องหา มีหมายจับหมายเรียกคดีกบฏ
สมัยเป็นเลขา ศอฉ.ทำคนตาย ท้าทายรัฐบาลมาตลอด
ถ้าตนไว้ใจให้นั่งประชุมด้วยก็เป็นคนบ้าแล้ว

 ตนไม่มีวันต้องพึ่งสติปัญญานายถวิล เพราะเป็นมวยไม่มีราคา
ซึ่งหากตนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบมีความเป็นไปได้ที่จะให้พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร มาช่วยงาน


 เมื่อถามว่าเป็นห่วงความรุนแรงระเบิดรายวันหรือไม่
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นห่วง เพราะเมื่อคืนระเบิดก็ไปลงข้างสำนักงาน ปปช. ซ.ต้นสน
ตนติดตามสถานการณ์ตลอด




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5URXlNVGM0T0E9PQ==&subcatid=






http://www.komchadluek.net/detail/20140318/181090.html
38  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / พลังขวางรถถัง เมื่อ: 18 มีนาคม 2014, 08:04:14
วงค์ ตาวัน





กล่าว กันว่า การเมืองไทยในช่วง 9 ปี 10 ปีมานี้ 

เป็นการเมืองยุคม็อบต่างฝ่ายต่างขั้วต่างก็มีมวลชนของตัวเอง

เป็นพลังกดดันโค่นล้มฝ่าย ตรงข้าม

เป็นมุมมองที่ถูกต้องส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ถ้ามองแบบจับคู่ตรงข้าม
เสื้อเหลืองกับเสื้อแดง
นกหวีดกับแดง
ย่อมนำมาซึ่งความรู้สึกหวาดหวั่น เห็นภาพม็อบชนม็อบ

แต่หากมองให้ลึกลงไปในจุดยืนอุดมการณ์ของแต่ละม็อบ

จะพบว่าจุดยืนเหล่านั้น มีความหมายต่ออนาคตของเสรีภาพประชาชนคนไทย

ม็อบหนึ่ง มีอุดมการณ์ชัดเจน ต้องการให้การเมืองไทยถอยหลัง
กลับไปสู่ยุคที่ใช้"ความดี-ความชั่ว"เป็นเครื่องตัดสิน

ทั้งที่เป็นนามธรรม ไม่มีบรรทัดฐานอะไรชี้วัดชัดเจน!?

และสุดท้ายคนดีหมายถึงคนที่มีความรู้สูง
เป็นศาสตราจารย์ เป็นด๊อกเตอร์ เป็นชนชั้นที่มีความเพียบพร้อมในสังคมนั่นเอง

คนยากจน
ถูกมองว่าเป็นคนไร้ความรู้ ดิ้นรนฉกชิง ถูกนายทุนการเมืองหลอกซื้อได้ง่าย

การเมืองของม็อบสีนี้ คือ
การเมืองย้อนยุคดึงอำนาจกลับไปอยู่ในมือชนชั้นสูง และชนชั้นกลางในเมือง

ขณะที่ม็อบเสื้อแดง เป็นขบวนของชาวรากหญ้าและผูกพันอยู่กับทักษิณ

แต่มองอุดมการณ์ที่เปิดเผยมาตลอด
จะพบว่าอยู่บนเส้นทางเสรีประชาธิปไตย พิทักษ์ สิทธิทางการเมืองของชนชั้นล่าง

ตรงข้ามกับเสื้อเหลือง ไปจนถึงม็อบนกหวีดอย่างชัดเจน

การเคลื่อนไหวเมื่อปี 2552 จนถึง 2553 ที่ถูกปราบ 99 ศพนั้น
เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องรัฐบาลอภิสิทธิ์-สุเทพให้ยุบสภา

มา ในวิกฤตการเมืองปีนี้ แม้เสื้อแดงจะเป็นม็อบปกป้องรัฐบาล
แต่เป็นรัฐบาลผู้ชนะเลือกตั้งในปี 2554 ที่ประชาธิปัตย์กุมอำนาจรัฐ
ไม่มีเหตุถูกจับกุมเรื่องซื้อเสียงเลยแม้แต่น้อยนิด ไม่ใช่เลือกตั้งทุจริตแน่ๆ

อีกทั้งการขับไล่รัฐบาลขณะนี้ ประกาศอย่างเปิดเผยว่า
เพื่อเอารัฐบาลคนกลางที่ไม่มาจากการเลือกตั้ง
แล้วตั้งสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน


เพื่อจะปฏิรูปการเมือง ที่สำคัญคือ
ต้องการแก้กติกาเลือกตั้ง เพื่อทำให้อำนาจในมือประชาชนเปลี่ยนไป

เสื้อแดงจึงกลายเป็นพลังสำคัญ
ในการปกป้องรัฐบาลจากการเลือกตั้งและประชาธิปไตย

ทำให้รถถังไม่กล้าเคลื่อน

การปรับเปลี่ยนผู้นำสู่ยุคนายจตุพร พรหมพันธุ์
ยิ่งแสดงถึงการพร้อมรับสถานการณ์รุนแรง

ไม่ว่าจะเหม็นสาบเสื้อแดงเช่นไรก็ตาม

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า
มีจุดยืนรักษาประชาธิป ไตยและอำนาจประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ!



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UQTJOemc0Tmc9PQ==&sectionid=
39  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / แหล่งข่าวกล่าวว่า - เส้นทางวิบากกรรม "ตู่-เต้น" คุมหัวขบวนใหม่นำทัพเสื้อแดง เมื่อ: 18 มีนาคม 2014, 07:49:09



<a href="http://www.youtube.com/v/KItGIGs1WCI?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/KItGIGs1WCI?hl=th_TH&amp;amp</a>


โดย มติชนทีวี


Published on Mar 17, 2014

กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือ กลุ่มมวลชนเสื้อแดง

ได้แม่ทัพคนใหม่ เป็น บิ๊กตู่ "จตุพร พรหมพันธ์" แกนนำนปช.สายบู๊ลิ้ม

โดยมี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นั่งเป็นเลขาธิการ กลุ่มนปช.

เพื่อนำมวลชนเคลื่อนไหวไปสู่ยุทธศาสตร์ตาม­เป้าหมาย

แต่ดูเหมือนเส้นทางต้องฝ่าด่านหินหลายด่าน ไปติดตาม แหล่งข่าวกล่าวว่า




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UQTJNamd4T1E9PQ==&sectionid=
40  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / หลักฐานชัดๆ ม็อบโล้นซ่า ไล่ยิงรถยนต์ชาวบ้านกลางดึกบนถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อ: 18 มีนาคม 2014, 07:39:22
หลักฐานชัดๆ ม็อบโล้นซ่า  ไล่ยิงรถยนต์ชาวบ้านกลางดึก
บนถนนแจ้งวัฒนะตะคอกถาม "มึงก็รู้ใช่ป่ะว่ามีม็อบ รู้ใช่ปะ?"



เขียนโดย  go6TV

<a href="http://www.youtube.com/v/eB2-lHbYjtA?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/eB2-lHbYjtA?hl=th_TH&amp;amp</a>



































วันที่ 17 มีนาคม 2557 (go6TV) แชร์ว่อนเนต ม็อบ กปปส. สุดระยำ
กราดปืนยิงใส่รถยนต์สองคันที่หลงเข้าไปในถนนแจ้งวัฒนะกลางดึก
การ์ดตะคอก “มึงก็รู้ใช่ปะว่ามีม็อบ รู้ใช่ปะ รู้นะ”
ก่อนที่ทหารจะช่วยเคลียร์ให้รถยนต์กลับออกไปได้ในสภาพรูพรุน

ผู้ถือไอดีเฟสบุ๊ค Bee Bee Pb ได้เผยแพร่คลิปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
เล่าเหตุการณ์สยองขวัญ ว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะขับรถ ในรถดังกล่าว
มีผู้ใหญ่สองคน เด็กสองคน และสุนัขหนึ่งตัว และรถยนต์ข้างหน้าของเพื่อนอีกหนึ่งคัน 
ขับมาตามถนนแจ้งวัฒนะ  แต่พอถึงศูนย์ราชการ มีด่าน กปปส.ปิดถนนอยู่ 
โดยคนขับเข้าใจว่าวิ่งผ่านได้ เพราะในเวลากลางวันยังวิ่งขับรถผ่านได้เป็นปกติ
แต่ไม่รู้ว่ากลางคืนถูกปิดโดยม็อบ 
เมื่อขับรถผ่านเข้าไปปรากฏว่ามีการโยนยางรถยนต์ ใส่รถยนต์ ยิงปืนใส่นับสิบนัด
และรถยนต์คันก่อนหน้า ขณะเกิดเหตุได้พยายามเจรจาขอผ่านทาง
และมีทหารช่วยคุย แต่โดนการ์ดกร่างข่มขู่   

ในเหตุการณ์นี้ มีผู้ใช้เฟสบุ้คเข้าไปขอคลิปเซฟไว้ขึ้นเป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
เพราะได้รับการยืนยันว่าในเหตุการณ์ดังกล่าวมีคนถูกยิงเข้าที่ปอด ได้รับบาดเจ็บด้วย

ในคลิปดังกล่าว มีผู้ร่วมเหตุการณ์ ได้เขียนเฟสบุ๊ค เหล่าเหตุการณ์ไว้ดังนี้

 Bank Jirochwong ผมโดนยิงใส่หลายนัดคับ
รถผมอยู่หน้าคันสีขาวในคลิป ดวงดีไม่เป็นอะไร
ส่วนรถคันสีขาวเป็นของรุ่นน้องผม โดนยิงเข้ากระจกหน้า2นัด ดีที่ไม่โดนคน

 Bee Bee Pb เส้นแจ้งคะ พอดีตอนไปมันจะมีทางเข้าตรงศูนราชการทะลุได้
ไอ่เราก็นึกว่าไปได้เหมือนตอนกลางวันเห็นไม่มีอะไรกั้นไว้ก็เลยเข้า
ก็เห็นมีรถเลยตามๆกันไป แล้วพอออกมาตรงตีนสะพาน โยนยางรถยนต์ใส่แล้วยิง
ก่อนหน้านี้มีอีกคันไอ่เราก็ได้ยินเสียงนึกว่าแบค
แต่พอออกไปอ้าวยิงกัน วนรถกลับก็ไม่ได้พวกนั้นแม่งก็เล็งปืนมาทางรถ
ทหารรีบวิ่งมาบอกอย่ายิงๆ
แม่งก็วิ่งมาที่รถพลังใส่ใหญ่โตเหลือเกินจะลากแฟนลงบอกให้ลงจากรถ
มันก็ไม่ดูตาม้าตาเรือจะเอาเรื่องอย่างเดียวไม่สนใจ
คนในรถมีผู้ใหญ่2คือเรากับแฟนละก็เด็ก2คนกับหมาบางแก้ว1ตัว
ถ้ามันไม่มีปืนกะจะเถียงแล้ว เห็นมันมีปืนเลยต้องเงียบ 5555 ดีไม่มีใครเป็นไร

 Bee Bee Pb ปืนจริงคะ ขอย้ำว่าจริงdc2 โดนยิงเป็น10ๆนัด
ตอนนี้มีคนมาขอแชร์คลิปเป็นหลักฐานเพราะโดนยิงเข้าปอดไปแล้วคนนึง

 Hum Painhai ผมขับAudi TTs อยู่หลังDC2แดง อยู่หน้าคันในคลิปครับ
ในคลิปเป็นช่วงที่โดนยิงเสร็จใหม่ๆ ผมก้มหมอบ แล้วถอยหลังหนีกระสุนครับ

 Sanya Hatsra ผมก็ไม่เข้าใจนะครับว่ามันจะยิงรถผมทำไม
ท่อยังไม่ดังเลยรถผมอะ
แล้วช่วงตอนที่พวกผมผ่าน ไม่มีรถแบ็คฟายซักคันเลยด้วย ขับกันเงียบมากๆ

 Bee Bee Pb ไม่เคยซ่ากับใครก่อนนะค่ะ
แล้วอีกอย่างเมื่อคืนเอารถเดิมไป ไปแบบเงียบๆ คิดว่าผ่านได้ไม่มีอะไรกั้นไว้
ถ้าไปไม่ได้น่าจะมีอะไรมากั้นไว้เพราะตรงนั้นตอนกลางวันคนผ่านทั้งนั้นคะ
และอีกอย่างไม่มีปุ้งปั้งอะไรนั้น




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_2290.html
41  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / “พานทองแท้” ยกวลี “นักการเมืองโกง” ยังไม่เลวร้ายเท่า “กรรมการฯโกง” เมื่อ: 17 มีนาคม 2014, 16:06:16
“พานทองแท้” ยกวลี “นักการเมืองโกง”
ยังไม่เลวร้ายเท่า “กรรมการฯโกง” อธิบายการเมืองแบบเห็นภาพ



เขียนโดย Administrator Blog


วันที่ 17 มีนาคม 2557 go6TV – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2557 (วานนี้)
นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra
(https://www.facebook.com/oakpanthongtae) โดยมีเนื้อหาดังนี้




“นักการเมืองโกง” ยังไม่เลวร้ายเท่า “กรรมการฯโกง” ครับ

กิจการงานใด ที่มีคู่แข่งขันตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป มักจะต้องมีองค์กรที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง
ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มาเป็นผู้กำหนดกติกาที่เป็นธรรม แล้วให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตาม
มีบทลงโทษหนักเบาตามความเหมาะสม ในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทำผิดกติกาหรือเอาเปรียบคู่แข่งขัน

ที่สำคัญที่สุดคือ คนที่มาเป็นคณะกรรมการฯในองค์กรอิสระนั้นๆ ต้องเป็นกลางอย่างแท้จริง
จะแอบเชียร์ แอบชื่นชอบ แอบสลิ่ม.. ไม่ว่าจะเป็นสลิ่มเงียบ หรือสลิ่มเปิดเผย
มีใจเข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่ได้ คู่แข่งขันและกองเชียร์ของฝ่ายที่ถูกเอาเปรียบ
เขาไม่มีวันยอม ทำแบบนี้มีแต่จะสร้างปัญหา กรรมการผู้นั้นไม่มีวันเป็นผู้ยุติปัญหาได้หรอกครับ

ช่วงหลังๆมานี่ผมรู้สึกว่า กกต.สมชัยฯ มีท่าทีแปลกๆหลายเรื่องครับ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง
มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม
แต่ประพฤติตัวหลุดๆ ให้คนสงสัยในความเป็นกลางอยู่หลายๆเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นแขวะนายกฯปูให้ไปประชุมที่โฟว์ซีซั่นบ้าง
ถ่ายรูปร่วมกับม็อบของพรรคการเมืองอย่างชื่นมื่นเปิดเผยบ้าง
มีแนวความคิดที่จะจัดประชุมหาทางออก ในถิ่นของฝ่ายคัดค้านรัฐบาล
เพื่อให้เห็นว่ามีคนค้านเยอะบ้าง
จนกระทั่งอดีตสส.เก่ง การุณ เปรียบเทียบให้กกต.สมชัยฯมาประชุมที่ดอนเมือง
ก็ลงมาทะเลาะกับเก่งจะชวนเก่งมาคุยที่ กกต.อีก

หนักสุดเห็นจะเป็นการเผอิญฝันล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ตรงกับข้อวินิจฉัยขององค์กรอิสระอื่นเป๊ะ
ราวกับเตี๊ยมกันมาแต่แรกครับ
ที่สำคัญคือเรื่องความฝันและท่าทีอื่นๆ อีกหลายเรื่องของ กกต.ท่านนี้
เผอิญไปสอดคล้องกับแนวความคิดของพรรคประชาธิปัตย์
และสวนทางกับพรรคฯอื่นที่อยู่ตรงข้ามกับปชป.อยู่เรื่อย
จนบัดนี้หลายๆคนเริ่มรู้สึกว่า กกต.สมชัยฯ ต่อสู้เพื่อพรรคประชาธิปัตย์
มากกว่าสมาชิกพรรคฯบางคนเสียอีก เป็นความจริงหรือไม่ครับ..??

เป็นประเทศอื่นที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน แค่กรรมการฯในองค์กรอิสระทำตัวให้เป็นที่กังขา
ในความเป็นกลางเพียงนิดเดียว ทั้งๆที่ไม่มีเจตนาจะเอนเอียงใดๆ
เค้าลาออกแสดงความรับผิดชอบไปนานแล้วครับ
เขาไม่ปล่อยให้ประโยชน์ส่วนตนมาทำลายระบบคุณธรรม
และสร้างปัญหาต่อเนื่องให้สังคมอย่างไม่รู้จบ กับข้อกังขาของคนที่ต้องทำหน้าที่อันสำคัญยิ่งเช่นนี้

เรื่องสำคัญอีกเรื่อง ที่สังคมคอยจับตาในวัน 2 วันนี้ก็คือ
การที่กกต.ท่านนี้รวบรวม 6-7 องค์กรอิสระ ที่กำลังมีข้อกังขาในทำนองเดียวกัน
ออกมาอ้างตัวจะช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ของคู่ขัดแย้งทางการเมืองทั้ง 2ฝ่าย
ก็คงจะต้องรอดูกันต่อไปว่าข้อเสนอนี้นั้น จะเป็นทางออกที่เป็นกลางกับทุกๆฝ่าย
หรือว่าเป็นข้อเสนอที่อยู่กลางใจของ กปปส.และ ปชป.เต็มๆหรือไม่..??
ข้อเสนอนี้จะพาประเทศชาติเข้ารกเข้าพง ออกนอกประชาธิปไตยหรือไม่..??
และการกระทำของกกต.ท่านนี้ ตรงกับภารกิจองค์กร
ที่มีหน้าที่ต้องจัดการเลือกตั้ง ให้มีการแข่งขันที่บริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่..??

ก็คงจะต้องรอดูกันครับ ว่าจะเป็นทางออกให้กับประเทศจริงๆ
หรือว่าเป็นเพียงการเปิดหน้าเล่น ให้เห็นชัดเจนว่าองค์กรไหนอยู่ข้างพรรคฯใด..?
และเป็นความคิดที่จะสอดคล้องเอนเอียงไปทางขั้วใดหรือไม่..?

ถ้าออกมาเอียงก็ทำให้มันเนียนๆแล้วกันครับ
อย่าให้พี่น้องประชาชนเขารู้สึกว่า องค์กรอิสระนั้นใหญ่คับฟ้า คิดจะทำอะไรก็ทำ
อยากจะชี้เป็นชี้ตายให้ใครก็ได้
จะนำคะแนนที่คนหลายสิบล้านคนออกไปหย่อนบัตร ไปโยนทิ้งโดยไม่ต้องเห็นหัวประชาชนก็ได้

ถ้าผลออกมาลุแก่อำนาจแบบนี้ กลียุคแน่นอนครับ..!!




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_17.html
42  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ปลัด กห.เล็งเรียกคืน "เข็มเหินเวหา" จากหน.การ์ด คปท. หลังติดโชว์คุมม็อบ เมื่อ: 17 มีนาคม 2014, 16:00:09


พล.อ.นิพัทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายนัสเซอร์ ยีหมะ
หัวหน้าการ์ดเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)

ได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว
ยืนถือประกาศนียบัตรและเข็มนักเหินเวหากิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ 

ลงชื่อพล.อ.ท.วรฉัตร ธารีฉัตรผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.)
พร้อมโชว์เครื่องหมายปีกร่มนักเหินเวหากิตติมศักดิ์
ว่า ได้รับการชี้แจงจากพล.อ.ท.วรฉัตรว่ากองทัพอากาศได้มอบให้นานแล้ว
ซึ่งเข็มดังกล่าวเป็นเข็มกิตติมศักดิ์ ที่มอบให้ผู้ทำประโยชน์ให้กองทัพอากาศ
โดยคนทั่วไปสามารถรับมอบได้
ทั้งนี้นายนัสเซอร์นำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม มีการนำไปโอ้อวดคือ
การไปติดเข็มที่หน้าอกระหว่างทำหน้าที่การ์ดให้กับผู้ชุมนุม

จึงจะทำหนังสือขอเรียกคืนกลับมา.



http://www.dailynews.co.th/Content/politics/223559/กห.เล็งเรียกคืน+_เข็มเหินเวหา_+จากหน.การ์ด+คปท
43  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ‘บิ๊กตู่’ไม่ปลื้ม‘จตุพร’นั่งแกนนำนปช.คนใหม่ เมื่อ: 17 มีนาคม 2014, 15:44:10


เมื่อถามถึงสถานการณ์ต่อจากนี้จะรุนแรงหรือไม่
เพราะมีการเปลี่ยนตัวประธาน นปช. เป็นนาย จตุพร พรหมพันธุ์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ให้ความสำคัญกับคนพวกนี้ จะมียุทธศาสตร์หรือไม่
ตนไม่สนใจเป็นเรื่องของคนทำผิดกฎหมาย ทุกพวกทุกฝ่าย
เดี๋ยวจะหาว่าตนลำเอียง ก็ผิดกฎหมายกันทั้งหมด จะฝ่ายซ้ายหรือขวา
ก็ผิดกฎหมายวันหน้าก็ต้องมาสู้กันด้วยกฎหมาย
และเดินเข้าสู่การลงโทษดำเนินคดีคนละหลายร้อยคดี
ถามว่าฝ่าย นปช. มีอยู่กี่คดีในศาลและอยู่ระหว่างประกันตัวอยู่ใช่หรือไม่
และหากมีการยกเลิกประกันตัวก็เดือดร้อนมาประท้วงอีก
สรุปแล้วประเทศนี้จะอยู่ด้วยอะไร อยู่ด้วยคนส่วนใหญ่หรือกฎหมาย
และอย่าขอทุกกลุ่มอย่าทำผิดกฎหมายให้มากนัก

 “จะมารบกับทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐก็เอา
คนแบบนี้จะไปร่วมมือกับเขาได้อีกหรือ ถ้าต่อสู้ด้วยกระบวนการประชาธิปไตย
หรือต่อสู้ด้วยความไม่ชอบธรรม ก็ว่ากันไป ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ
แต่อย่าใช้ความรุนแรง
แต่ถ้าใช้หลักการว่า ต้องสู้กับ ทหาร เจ้าหน้าที่ ใช้อาวุธสงความ ใช้ความรุนแรง
หรือแม้แต่ประกาศให้บุกธนาคารเพื่อเอาเงิน
ให้ถาม ประธาน นปช.ว่าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร
มาถามเจ้าหน้าที่แล้วให้มาตอบสู้กับโจร ไม่ใช่เรื่อง ถ้าแรงใส่ทหารมา ผมก็แรง
เพราะฉะนั้นจะมาสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้
ผมถามว่า ประกาศชัดเจนจะมาสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ประกาศแบ่งโน้นแบ่งนี้
ก็ลองทำมาแล้วกัน ผมไม่ได้ท้าทาย
แต่ผมไม่ยอมให้ใครมาแบ่งโน้นแบ่งนี้เหมือนกัน”ผบ.ทบ.กล่าว

 เมื่อถามว่า จะเป็นการผลัก นปช.ให้ไปอยู่อีกฝั่งหรือไม่
โดยเฉพาะการที่กองทัพแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่าย นปช.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถามว่าเขาทำผิดกฎหมาย ด่ากองทัพ อยู่หรือไม่
ถ้าไม่เกี่ยวกับกองทัพ ตนจะไปยุ่งอะไรกับเขา ส่วนตัวก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน
ต่างคนต่างไม่รู้จักกันและตนก็ไม่อยากรู้จักกับเขา แล้ว ตนจะไปขัดแย้งกับเขาตรงไหน

 เมื่อถามว่า จุดยืนของกองทัพอยู่ตรงไหน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กองทัพมีจุดยืนเป็นของประชาชนและประเทศชาติ
แล้วตนไปยืนขัดกับเขาอยู่ตรงไหน ไปแย่งที่ยืนหรือไม่ มีแต่ที่ไปเขียนให้ตนกับเขาเป็นศัตรู
เพราะตนไม่เป็นศัตรูกับใคร แต่บางครั้งจำเป็นเพราะต้องปกป้องนำพากองทัพ
ต้องดูว่ากองทัพทำหน้าที่อะไร ซึ่งหากกลุ่ม กปปส.พูดแบ่งแยกประเทศหรือล้มสถาบัน
ตนก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน แต่นี้เขาพูดทำนองนี้หรือยัง ก็ยังไม่ได้พูด
แล้ว นปช.พูดอย่างไร แล้วฝ่ายไหนต้องแก้ไขก่อน

 เมื่อถามว่า ต้องพูดคุยกับประธาน นปช.หรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาไม่มีเกียรติพอ และตนก็ไม่ให้เกียรติเขา
ในเมื่อคนไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่นแล้วตนจะให้เกียรติเขาทำไม
เพียงแต่เสียดาย พ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่ให้คนเหล่านี้เดินนำหน้า มันไม่มีเกียรติ
ถ้าอะไรไม่ชอบธรรมและไม่เหมาะสมก็ฟ้องร้อง เรียกมาตามกระบวนการ
ไม่ใช่ไปด่าหรือไปยุ่งเกี่ยวสถาบัน ด่าทหาร ศาล องค์กรอิสระ โดนไปหมด
ขอถามว่าคนพวกนี้หรือจะให้เป็นผู้นำเรา
คนที่เป็นผู้นำได้ต้องมีเกียรติ และไม่ใช่มีด้วยตัวเอง แต่คนอื่นมีให้เอง
แต่ถ้ายังใช้วิธีการเลวๆ พูดหยาบคาย ฟังไม่ได้
คนแบบนี้หรือที่ท่านจะให้เขาเป็นใหญ่ เหมือนเราไปยกย่องคนไม่ดีมาเป็นผู้นำ

 เพราะฉะนั้นวันนี้ คนไทยต้องตาสว่าง และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่มีใครได้อะไร
ไม่มีใครแพ้ชนะ หรือสำเร็จมีแต่แย่ด้วยกันทั้งหมด
พอทหารเข้ามาช่วย ก็ด่าเล่นงานทหารอีก มากล่าวหาว่าทหารไปแบ่งพวกแบ่งฝ่าย
มันไม่ใช่ ถามว่าถ้าอยู่เฉยๆ ได้หรือไม่ ไม่ออกมาช่วยประชาชนก็ไม่ได้
ทหารที่ออกมาดูแล 60-70 เปอเซ็นต์ ก็เป็นลูกเป็นหลานทั้งสองฝ่าย
แต่มีคนตรงกลางมายุแหย่ มวลชนที่อาจจะเป็นเครือญาติกับทหารที่ออกมาปฎิบัติหน้าที่
ต้องมาต่อสู้ มารบกันเอง ขอถามว่า คนแบบนี้เป็นผู้นำประเภทไหน
ตนมองว่าเราต้องว่าจะดำเนินคดีกับคนพวกนี้อย่างไร
ทั้งในส่วนที่พูดให้เกิดความเกลียดชัง พูดให้เกิดความรุนแรง
ตอบโต้การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ บุกรุกสถานที่ บุกเข้าธนาคารเอาเงินมาใช้
พูดอย่างนี้ได้อย่างไร




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5UQXlPREV6TUE9PQ==&subcatid=



(ชมคลิป) ผบ.ทบ. ลั่นไม่ให้เกียรติแกนนำ นปช. แนะคนไทยต้องตาสว่าง





<a href="http://www.youtube.com/v/Ryj0ocmQhAk?version=3&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/Ryj0ocmQhAk?version=3&amp;amp</a>



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1395035507&grpid=02&catid=&subcatid=
44  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / นายกฯ ล้ม ให้โชค หวยออก เลขทะเบียนรถตู้ 5404 เมื่อ: 16 มีนาคม 2014, 16:06:36

ภาพจาก เดลินิวส์


วันนี้ สลากกินแบ่ง ประจำวันที่ 16 มีนาคม  รางวัลที่ 1 ออกเลข 531404   

ซึ่งบรรดาเซียนหวยต่าง บอกตรงกันว่า ออกเลขเดียวกับทะเบียนรถตู้ของนายกฯ

ระหว่างเดินทาง เยี่ยมเยียนประชาชนเป็นการส่วนตัวที่ จ.เชียงใหม่

และรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาท พร้อมน้องไปป์ บุตรชาย

โดยขณะก้าวลงจากรถตู้  เลขทะเบียน   5404    ได้เกิดหกล้ม  แต่ ไม่ได้รับบาดเจ็บ




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394960434&grpid=03&catid=&subcatid=
45  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / คำถามยิ่งลักษณ์ เริ่มต้นจาก "หวาดเกรง" เป็น "ความกล้า" เมื่อ: 16 มีนาคม 2014, 16:02:12


มติชนออนไลน์ : ถ้อยอัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
"แถลง" มาจากจังหวัดขอนแก่น
ไม่ว่าจะในเรื่องของ "องค์กรอิสระ"
ไม่ว่าจะในเรื่องของ "ชาวนา"

ชัด

"เราอย่าใช้กฎหมาย หรือใช้องค์กรต่างๆ มาตัดสิทธิ
หรือห้ำหั่นกันไปคนละข้างเลย
คำตอบที่เราควรได้คือ ความสามัคคีของคนไทย"

"ถ้าต่างฝ่ายต่างห้ำหั่นกันด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเราคงอยู่ด้วยกันลำบาก"

"ถ้าเรารู้จักที่จะบอกว่า เหลือพื้นที่ให้กับทุกคนในสังคมให้อยู่ร่วมกัน
เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน
เราต้องมองหน้ากันอยู่ในประเทศไทยด้วยกัน
เราอยากเห็นทุกคนในสังคมเดินไปไหนด้วยกัน"

"อยากเห็นว่าแม้จะมีความเห็นต่างกัน
แต่เราอยู่ด้วยกันในสังคมเดียวกันได้ ไม่ใช่มองหน้ากันไม่ได้เลย"


ชัดว่าเป็นการ "แถลง" ใน "สถานะ" ใด

เสมือนว่าจะเป็นการ "แก้ต่าง" ให้กับวงศ์วานในตระกูล "ชินวัตร"
แต่ลองฟังอย่างเปิดใจกว้าง
ก็จะสำเหนียกและตระหนักชัดว่า ไม่ใช่กล่าวในทาง "ส่วนตัว"

เป็นการกล่าวในสถานะแห่ง "นายกรัฐมนตรี"



ประหนึ่งว่าสถานะแห่งความเป็น "นายกรัฐมนตรี"
กับ สถานะแห่งความเป็นส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แยกกันไม่ออก

เป็นความจริง

แต่ตลอดระยะเวลา 2 ปีเศษ
และโดยเฉพาะการประสบกับกระแส "ต้าน" อย่างรุนแรง
และแข็งกร้าวในห้วง 4 เดือนหลังมานี้ได้
ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ "เกิดใหม่"

เรียกตามสำนวน "นายผี" คือ ได้ปรากฏ "ทิพยรูป" ขึ้น

ไม่เหลืออยู่แล้ว "ละอ่อน" อย่างที่หลายคนเห็นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
ตรงกันข้ามสถานการณ์ที่กระหน่ำซัดเข้ามาโดยรอบได้
ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความแข็งแกร่งและมั่นคงอย่างยิ่ง

"ทิพยรูป" แห่งความเป็น "นายกรัฐมนตรี"
ได้เสริมสร้างภาวะแห่งความเป็น"ผู้นำ" ขึ้นมา

1 จึงเป็นแถลงเพื่อสร้างความเข้าใจกับ "ประชาชน"

ทั้งประชาชนอันถือได้ว่าเป็น "มวลชน"
ซึ่งมีความรัก ความภักดี และทั้งประชาชนอันถือว่ายืนอยู่คนละฟากฝ่ายในทางความคิด
ไม่ว่าจะเคียดแค้นชิงชังมาก่อน
หรือคุกรุ่นขึ้นในกระแสแห่งการปลุกระดม สร้างความเกลียดอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกัน 1 เป็นการแถลงไปยัง "ศัตรู" ในทางการเมือง



หากเอ่ยคำว่า "ศัตรู" หรือ "ปรปักษ์" ทางการเมืองเฉพาะหน้า
หลายคนอาจเห็นว่าเป็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

และหลายคนอาจคิดว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์

กระนั้น หากหยั่งลึกลงไปในแต่ละถ้อยคำ
ในแต่ละบริบทแห่งการแถลงสำแดงเหตุผลรองรับ
เป้าหมายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรไปไกลกว่านั้น

สัมผัสได้จากคำว่า "เมตตาธรรม"

สัมผัสได้จากการใช้คำว่า "เรา" แทนตัวเอง
และเสนอเป็นคำถาม "จะไม่ให้คนไทยอยู่ด้วยกันแล้วหรือ จะเป็นกันอย่างนี้แล้วหรือ"

นี่มิได้เป็นการ "สื่อ" ไปยังคนระดับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อย่างแน่นอน

จะสื่อไปทำไมในเมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ประกาศสถานะแห่งตนอย่างเด่นชัดว่าเสมอเป็นเพียง "ร่างทรง"

จึงเท่ากับเป็นการสื่อไปยังคนอันบงการ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

จึงเท่ากับเป็นการสื่อไปยัง "ตัวจริง" อันเชิดชักหุ่นในร่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

เป็นการสื่อบนพื้นฐานแห่งความเป็น "นายกรัฐมนตรี" ต่อคนที่มี "อำนาจ" 
ในการบงการและควบคุมกระบวนการเคลื่อนไหวทั้งหมด

ทำไมจึงทำกับ "นายกรัฐมนตรี" ได้อย่างนี้

ไม่ว่าจะเป็น นางออง ซาน ซูจี แห่งพม่า

ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แห่งประเทศไทย

เมื่อถูกกระหน่ำฟาด สาดทั้งน้ำร้อน สาดทั้งน้ำเย็น อย่างโหดเหี้ยมครั้งแล้วครั้งเล่า
ที่เคยกลัวก็กลับไม่กลัว ที่เคยขลาดหวาดเกรงก็ไม่ขลาดหวาดเกรง

เมื่อ "กลัว" อย่างถึงที่สุดก็เข้าสู่จุดแห่ง "กล้า"

 
.............

 
(ที่มา:มติชนรายวัน 15 มี.ค.2557)




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5Ea3dPRGt3T0E9PQ==&sectionid=
46  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / เปิดพิรุธปริญญา 6 ใบ "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" สื่อนอกแฉ ปริญญา 3 ใบแรกที่กล่าวอ้าง เมื่อ: 16 มีนาคม 2014, 15:38:24
เปิดพิรุธปริญญา 6 ใบ "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์"
สื่อนอกแฉ ปริญญา 3 ใบแรกที่กล่าวอ้าง ไม่มีสอนใน "อ็อกฟอร์ด"



เขียนโดย  go6TV



เว็บไซต์ นิวแมนดาลา เสนอบทความ ปริญญา 6 ใบของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์


 สื่อนอกแฉ! เอกนัฏ พร้อมพันธุ์  แจ้งวุฒิการศึกษากับรัฐสภาว่าจบปริญญาถึง 6 ใบ
แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีถึงสามปริญญาบัตรของอ๊อกฟอร์ด ที่แอบอ้าง ไม่มีเปิดการสอน
และอีกสามปริญญา เป็นการสอนแบบ "สหวิทยาการ" คือสอนเนื้อหาสามสาขาวิชา ในหลักสูตรสี่ปี


 เว็บไซต์ newmandala   
http://asiapacific.anu.edu.au/newmandala/2014/03/15/akanat-six-degrees-promphan /   
ได้เผยแพร่บทความถึงพิรุธ ในวุฒิการศึกษาของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
บุตรชายของนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ กับนางศรีสกุล พร้อมพันธุ์
และเป็นลูกเลี้ยงของนายสุเทพ เทือกสุบรรณว่า


จากกรณีทีมงานได้อ่านประวัติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  ที่แจ้งแก่รัฐสภาไทย
เป็นฐานข้อมูล ว่าจบการศึกษา ได้รับปริญญาบัตร ถึง 6 ใบนั้น 
โดยมีรายชื่อปริญญาดังนี้



เว็บไซต์รัฐสภา ที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ แจ้งวุฒิการศึกษา ปริญญาตรี-โท รวม  6 ใบ



 1. B.A., Honors (Business Administration) , University of Oxford, United Kingdom
 2. B.Sc., Honors (Engineer), University of Oxford, United Kingdom
 3. B.A., Honors (Economics), University of Oxford, United Kingdom
 4. M.B.A. Honors (Business Administration), University of Oxford, United Kingdom
 5. M.Sc,. Honors (Engineer), University of Oxford, United Kingdom
 6. M.Phil. Honors (Economics), University of Oxford, United Kingdom

 เว็บไซต์ดังกล่าว ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ปรากฏว่ามีประเด็นที่น่าเป็นพิรุธดังนี้

 1. มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ไม่มีปริญญา B.A. in Business Administration
   มีเพียงแค่ MBA. สำหรับปริญญาโทเท่านั้น
 2. มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ไม่มีปริญญา B.A. in Economics and Management,
   แต่มีเฉพาะ Economics โดยเฉพาะเท่านั้น
 3. มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ไม่มีปริญญา BSc in Engineering.

 อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด มีปริญญาแบบ "สหวิทยาการ" คือรวมสามสาขาในหนึ่งปริญญา
คือในสาขา Engineering, Economics and Management ซึ่งใช้เวลาศึกษารวมกัน 4 ปี
และปริญญาโทสาขาเดียวกัน ในชื่อของ  MEng (Master of Engineering).
และปริญญาตรีกับโท ที่เอกนัฏเรียนจริง น่าจะใช้ชื่อว่า an undergraduate master's degree in EEM 
เราจึงคาดว่า ปริญญาที่นายเอกนัฏ เรียนจบมานั้น
น่าจะเป็นสาขาดังกล่าวนี้ ทั้งปริญญาตรี และปริญญาโท รวม 2 ใบ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปี 2009 นายเอกนัฏ ได้เคยให้สัมภาษณ์ ไว้ในขณะนั้น ว่า
เขาเรียนจบปริญญาโท 1 ใบ ในสาขา Engineering, Economics  และ Management.


เว็บต่างประเทศระบุ สาขาวิชาที่อ้างอิงนั้น มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ไม่ได้เปิดสอน

 และเมื่อตรวจค้น ในวิกิพีเดีย ประวัตินายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
ก็ระบุว่า จบปริญญาตรีพร้อมปริญญาโท สาขา วิศวกรรมศาสตร์-เศรษฐศาสตร์-บริหารธุรกิจ
(เกียรตินิยม) หลักสูตร4 ปี จากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย


ประวัตินายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ ในวิกิพีเดีย ระบุจบการศึกษาตรีพร้อมปริญญาโท
แต่ถัดจากนั้น ได้แก้ไขเป็นจบปริญญาตรีหนึ่งใบและปริญญาโท อีกหนึ่งใบ
ไม่ตรงกับที่แจ้งรัฐสภาว่ามีปริญญารวม 6 ใบ

 และจากการตรวจสอบลิ้งประวัติที่อยู่ในวิกิพีเดีย 
ก็สามารถเปิดดูหลักสูตรในมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ก็ปรากฏตรงกันว่า นายเอกนัฎ
เรียนในสาขา Engineering, Economics and Management  หลักสูตร 4 ปี
หากเทียบกับประเทศไทย ก็เท่ากับปริญญาตรี-โท เท่านั้น


ชื่อหลักสูตรจริงๆ ที่นายเอกนัฏ เรียนจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด


ภาพเปรียบเทียบ วุฒิการศึกษาที่นายเอกนัฏ แจ้งรัฐสภา  กับวุฒิการศึกษา
ที่นายเอกนัฏ จบจริงแตกต่างกัน



ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 00.05 น. วันที่ 16 มีนาคม 2557 ในวิกิพีเดีย
 ได้มีการแก้ไขประวัติการศึกษาของนายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ ใหม่
โดยเหลือเพียงแค่จบปริญญาแค่ 2 ใบเท่านั้น



http://www.go6tv.com/2014/03/6-3.html
47  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / เรดาร์ทหารชี้ "มาเลเซียแอร์ไลนส์" จงใจบินออกนอกเส้นทางหลายร้อยไมล์ เมื่อ: 15 มีนาคม 2014, 08:02:34
เรดาร์ทหารชี้ "มาเลเซียแอร์ไลนส์"
จงใจบินออกนอกเส้นทางหลายร้อยไมล์ สงสัยอาจมีการปิดข้อมูล






ข้อมูลเรดาร์ทหารระบุ เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ซึ่งสูญหายเกือบ 1 สัปดาห์
จงใจบินออกนอกเส้นทางการบินหลายร้อยไมล์
จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนกำลังปิดบังข้อมูล

แหล่งข่าวใกล้ชิดทีมสอบสวนเหตุเครื่องบนมาเลย์สูญหาย
ได้ออกมาอ้างการวิเคราะข้อมูลของมาเลเซียระบุว่ามาเลเซียแอร์ไลส์เที่ยวบิน MH370
ซึ่งมีคนบนเครื่อง239คน ได้มีการเปลี่ยนเส้นการบิน
จากกรุงกัวลาลัมเปอร์-กรุงปักกิ่ง ไปบินในเส้นทางทิศตะวันตกแทน
โดยใช้เส้นทางการบินเชื่อมตะวันออกกลาง และทวีปยุโรป

แหล่งข่าวเปิดเผยต่อไปว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนพบครื่องบินที่ยังไม่มีการยืนยัน
แต่เชื่อว่าเป็น MH370 ได้บินในระหว่างเส้นทางตรวจสอบ
หลังเรดาร์ทหารสามารถจับสัญญาณได้ครั้งสุดท้าย
ห่างจากชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย
ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เครื่องอาจจขับโดยนักบินหรือไม่ก็บางคนที่มีความรู้เรื่องพิกัดการบิน

หากวิเคราะห์ข้อมูลเรดาร์ทหารครั้งล่าสุด
พบว่าเครื่องMH370ได้บินผ่านเกาะอันดามันของอินเดียและหมู่เกาะเล็กๆ
ระหว่างทะเลอันดามัน กับอ่าวเบงกอล
ทั้งนี้ ทำให้ตั้งทฤษฎีที่ว่า มีบางคนรู้วิธีขับเครื่องบิน และจงใจเปลี่ยนเส้นทาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงมาเลเซีย กล่าวในเรื่องนี้ว่า สิ่งที่กำลังพิจารณา
ขณะนี้คือ การก่อวินาศกรรมด้วยการจี้เครื่องบิน

ทั้งนี้ แหล่งข่าวดังกล่าวปฎิเสธที่จะเปิดเผยชื่อ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้สัมภาษณ์กับสื่อ
และอาจกระทบต่อการสอบสวน

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวการค้นหาเครื่องบินวันนี้
รักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซียได้ปฎิเสธข่าวที่ว่า เครื่อง MH370
ได้บินต่ออีก 4 ชั่วโมงว่า ไม่เป็นความจริง
และระบุ ทีมค้นหาได้ขยายพื้นที่ปฎิบัติการไปยังมหาสมุทรอินเดียแล้ว




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394797087&grpid=01&catid=&subcatid=
48  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / งามหน้า! "กองทัพอากาศ" ให้ประกาศนียบัตรกิตติมศักดิ์ "หัวหน้าการ์ดม็อบกบฏ กปปส" เมื่อ: 15 มีนาคม 2014, 07:42:46
งามหน้า! "กองทัพอากาศ" ให้ประกาศนียบัตรกิตติมศักดิ์
"หัวหน้าการ์ดม็อบกบฏ กปปส" กองทัพอากาศต้องมีคำตอบ!



เขียนโดย  Go6 TV





วันที่ 14 มีนาคม 2557 (go6TV) งามหน้าซ้ำสอง
กองทัพอากาศมอบประกาศนียบัตร "นักเหินเวหากิตติมศักดิ์" ให้แกนนำหัวหน้าการ์ดกบฏ กปปส.
เจ้าตัวโชว์หราภูมิใจว่ากองทัพอากาศมอบให้เพราะต่อสู้เพื่อประเทศชาติ

 ฮือฮากันไปทั่วเมือง เมื่อ "น้านัส ชีพจรลงเท้า"
หรือ นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ดกบฏ กปปส.
ได้รับเกียรติบัติยกย่องจากกองทัพอากาศ ให้เป็น "นักเหินเวหากิตติมศักดิ์ ของกองทัพอากาศ"
ได้รับประกาศนียบัตร เข็มสัญลักษณ์ โดยในประกาศนียบัตร มีข้อความว่า

 "กองทัพอากาศ ประกาศนียบัตรฉบับนี้แสดงว่า
นายนัสเซอร์ ยีหมะ ได้รับเกียรติเป็นนักบินเหินเวหากิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ
ตั้งแต่ วันที่ 12 เดือน มีนาคม พุทธศักราช 2557 ขอให้มีความสุขความเจริญเทอญ 
ลงชื่อ พลอากาศโทวรฉัตร อารีฉัตร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน"

 นายนัสเซอร์ ได้เขียนข้อความ ประกอบภาพว่า

 "มีพฤติกรรมโดดบ่อย..  ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ
ให้เกียรติมอบประกาศนียบัตรเป็น "นักเหินเวหากิตติมศักดิ์" ณ 12 มีนาคม 2557 
เพราะเห็นว่าต่อสู้เพื่อประเทศชาติ และบ้านเมือง ขอบพระคุณมากนะครับ... 
ครั้งนี้ผมยืนยันว่า การมอบครั้งนี้ ทอ.ไม่ได้ดูแค่ "เจตนา" นะครับ"











http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_5425.html
49  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / แม่ทัพภาค 2 หน้าแตกยับ! คลิปยืนยันชัดเจน "พล.อ.เปรม" พูดว่า "ฝากไปบอก ผบ.ทบ. เมื่อ: 15 มีนาคม 2014, 07:36:29


แม่ทัพภาค 2 หน้าแตกยับ!
คลิปยืนยันชัดเจน "พล.อ.เปรม" พูดว่า "ฝากไปบอก ผบ.ทบ. ให้มาอ่านหน่อยนะ"



<a href="http://www.youtube.com/v/mvfy25meN-Q?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/mvfy25meN-Q?hl=th_TH&amp;amp</a>
คลิปนาทีที่ 1.05 เป็นต้นไป

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2557 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เดินทางไปเปิดอนุสาวรีย์พลเอกกฤษณ์ สีวะรา ที่ค่าย กฤษณ์สีวะรา อ.เมือง จ.สกลนคร
เพื่อให้กำลังพลข้าราชการทหารที่รับราชการปัจจุบัน และเกษียณอายุราชการแล้ว
โดยมี พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้การต้อนรับและร่วมในพิธี
จากนั้น พล.อ.เปรม ได้เดินชมรูปปั้นอนุสาวรีย์พร้อมวางพานพุ่มดอกไม้สด และพวงมาลัย
ที่อนุสาวรีย์ พลเอกกฤษณ์ สีวะรา พร้อมยังอ่านข้อความอักษรบันทึกที่ฐานรูปปั้นอนุสาวรีย์
และบอกกล่าวกับ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้ผู้บัญชาการทหารบก มาอ่านข้อความที่ระบุไว้ว่า
"ทหารเรายืนอยู่บนเกียรติอันสูงส่งที่ประชาชนคนไทยหวังเป็นที่พึ่งขั้นสุดท้ายของเขา"
ก่อนที่ แม่ทัพภาคที่ 2 จะกล่าวรับปาก

แต่ต่อมาวันเดียวกัน พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าว
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ฝากบอก ผบ.ทบ. มาอ่านป้ายข้อความ
"ทหารเรายืนอยู่บนเกียรติอันสูงส่งที่ประชาชนคนไทยหวังเป็นที่พึ่งขั้นสุดท้ายของเขา"
ที่จารึกบนอนุสาวรีย์พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ของกองทัพภาคที่ 2
จึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างขึ้น ว่า เป็นความเข้าใจผิดของคนที่ไปสื่อสาร
เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ พล.อ.เปรม เดินไปตรวจอนุสาวรีย์ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา
และท่านเห็นข้อความดังกล่าวมีช่องว่างที่ดูไม่สวยงาม
ท่านจึงบอกว่า "น่าจะให้ ผบ.มาดูตรงนี้หน่อย" ซึ่ง ผบ.ในที่นี้
ท่านหมายถึง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกสกลนคร ไม่ใช่ ผู้บัญชาการทหารบก
โดยตนยืนอยู่ตรงนั้นได้ยินทุกอย่าง


ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปตรวจสอบคลิปที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ได้เดินทางไปเปิดอนุสาวรีย์พลเอกกฤษณ์ สีวะรา ที่ค่าย กฤษณ์สีวะรา อ.เมือง จ.สกลนคร
ในเว็บไซต์ยูทูบที่มติชนทีวีได้อัพขึ้น พบว่า
พล.อ.เปรม ได้พูดถึง ผบ.ทบ.จริง ว่า "ฝากไปบอก ผบ.ทบ. ให้มาอ่านหน่อยนะ"




http://www.go6tv.com/2014/03/2.html
50  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / อึ้ง!!"อัยการ"แสดงจุดยืน!ไม่ร่วม7องค์กรอิสระเจรจาหาทางออกประเทศ เมื่อ: 14 มีนาคม 2014, 19:47:02
อึ้ง!!"อัยการ"แสดงจุดยืน!ไม่ร่วม7องค์กรอิสระ
เจรจาหาทางออกประเทศ ระบุเป็นหน่วยงานบังคับใช้กม.



เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
กล่าวถึงกรณีที่ 7 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมปรึกษาหารือ
เกี่ยวกับการหาทางออกของประเทศ และหาข้อสรุปถึงแนวทางการเจรจา
เพื่อความขัดแย้งทางการเมือง  ว่า ในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุด
โดยนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุดได้
ส่งนายประสิทธิ์ ประทุมรัตน์ อัยการอาวุโส เป็นตัวเเทนของสำนักงานอัยการสูงสุด
เพื่อรับฟังหลักการ พร้อมทั้งได้แถลงในการประชุมถึงจุดยืนว่า 
สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย
จึงไม่อาจไปเป็นตัวกลางเจรจากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ 
อย่างในกรณีของ กปปส.ซึ่งมีเเกนนำบางคนก็มีหมายจับของศาลอาญา
ซึ่งอัยการก็ไม่สามารถจะต่อรองในเรื่องนี้ได้

เพราะเป็นหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย หรือจะให้อัยการเสนอ
หรือไปช่วย กปปส.ขับไล่รัฐบาลก็ไม่เหมาะสม
การไปประชุมวันนี้จึงเป็นเพียงเเค่การไปรับฟังหลักการ 
เเละแถลงจุดยืนของอัยการดังกล่าวตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394800593&grpid=03&catid=&subcatid=
51  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / พันศักดิ์ วิญญรัตน์ เปิดแนวคิด "รถไฟความเร็วสูง ขับเคลื่อนประเทศ" เมื่อ: 14 มีนาคม 2014, 19:41:48



ที่มา : สปริงนิวส์ / ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ สัมภาษณ์


<a href="http://www.youtube.com/v/CpUkYOTPpOU?version=3&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/CpUkYOTPpOU?version=3&amp;amp</a>



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EYzRNRFF4TlE9PQ==&sectionid=
52  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ‘ชัชชาติ’ฉุน ตอกกลับ‘อภิสิทธิ์’ ยันทำหน้าที่ตัวเองดีที่สุด ปชช.ตัดสินเอง เมื่อ: 14 มีนาคม 2014, 19:38:42
‘ชัชชาติ’ฉุน ตอกกลับ‘อภิสิทธิ์’ ยันทำหน้าที่ตัวเองดีที่สุด ปชช.ตัดสินเองใครดี-เลว







 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มี.ค.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
 ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่านค้าน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า “เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา
ท่านอดีตนายกอภิสิทธิ์ ได้กรุณาให้เกียรติผมด้วยการให้สัมภาษณ์ทางช่อง BLUESKY ว่า
“ทำไมเอาความแกร่งสุดในปฐพีไปรับใช้ระบบเลวร้าย
ขอเรียนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเองไม่เคยพูดว่าใครดีหรือเลว
ก็แค่พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตามความสามารถและกรอบกติกาที่มี
ส่วนใครจะดีหรือเลว ท่านกับผมคงตัดสินแทนคนอื่นไม่ได้
เพราะเราทั้งคู่มีส่วนได้เสีย ต้องให้ประชาชนเป็นคนตัดสินครับ”

 
 ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ให้สัมภาษณ์ทาง บลูสกาย แชนแนล ถึง กรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรีคมนาคม 
กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านหลังผ่านสภาก็หมดความรับผิดชอบของรัฐบาลแล้วว่า
โดยระบบแล้ว สภากับรัฐบาลไม่ได้แยกกันอย่างเด็ดขาด
และสภาได้พยายามเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายให้มีกระบวนการตรวจสอบ
ให้ถูกต้องเหมือนกับกฎหมายงบประมาณ แต่รัฐบาลก็ไม่ยอม 
คุณชัชชาติอาจจะบอกว่าตนเองมีหน้าที่แต่ในส่วนงานคมนาคม ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน
ที่เป็นงานของกระทรวงการคลัง แต่ควรจะมองถึงภาพใหญ่กว่านั้นด้วย
เป็นเรื่องน่าเสียดายที่มีการยกย่องในโลกออนไลน์ให้เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
แต่ไปรับใช้ระบบที่เลวร้าย
 
“แนวของคุณชัชชาติก็จะบอกว่าผมมีหน้าที่จะสร้างรถไฟ
จะสร้างถนนส่วนเรื่องเงินเรื่องอะไรนั้นไม่ใช่ส่วนของผมเป็นส่วนของกระทรวงการคลัง
ซึ่งก็ถามว่าจริงมั้ย ก็ถูกนะ ในแง่การรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง
แต่ว่าก็น่าเสียดายว่า ทำไมคุณชัชชาติไม่ดูภาพใหญ่กว่านั้น
ไหนๆ ในเน็ตเขาก็บอก แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีแล้วไม่ใช่เหรอ
ทำไมเอาความแข็งแกร่งที่สุดในปฐพีไปรับใช้ระบบซึ่งมันเลวร้าย
ทำไมไปปล่อยให้คนอื่นนั้น พูดง่ายๆ นะครับ
กรณีนี้จะเรียกว่าเป็นการปล้นสิทธิ์ของประชาชนในการตรวจสอบ
แล้วเพื่อเอาเงินมาให้ตัวเองใช้ ทำไมไม่มองในมุมนี้บ้าง”อภิสิทธิ์ กล่าว




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EYzNOVEExT0E9PQ==&sectionid=
53  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศาลแพ่ง สั่งคุ้มครองชั่วคราว "สาธิต เซกัล" ห้ามมิให้เนรเทศออกนอกราชอาณาจักร เมื่อ: 14 มีนาคม 2014, 19:32:04


17.00 น.  ศาลแพ่งมีคำสั่ง โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้วเห็นว่า
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่ากรณีมีเหตุอันควรที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราว
ก่อนพิพากษากรณีฉุกเฉินมาใช้ตามคำร้องของโจทก์
หรือไม่เห็นว่า โจทก์เป็นคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย เข้ามาในราชอาณาจักร
ตั้งแต่ขณะมีอายุ 5 ปี จนกระทั่งอายุ 21 ปี ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
โจทก์ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีประกอบแต่คุณงามความดี
และทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยหลายด้าน



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EYzVPRFV5Tnc9PQ==&subcatid=


ศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้เนรเทศ "สาธิต เซกัล" ออกนอกราชอาณาจักร (ชมคลิป)


<a href="http://www.youtube.com/v/_b03KYt65wI?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/_b03KYt65wI?hl=th_TH&amp;amp</a>


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394793049&grpid=00&catid=&subcatid=
54  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / แฉแผนโค้นรัฐบาล"เสี้ยมเอง สร้างสถานการณ์เอง เสียบเอง และสมบัติผลัดกันชม" เมื่อ: 14 มีนาคม 2014, 19:25:01
"พานทองแท้" แฉแผนโค้นรัฐบาล
"เสี้ยมเอง สร้างสถานการณ์เอง เสียบเอง และสมบัติผลัดกันชม"



เขียนโดย  Admin 


วันที่ 14 มีนาคม 2557 go6TV –  เมื่อเวลา 16.00 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร
บุตรชาย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra
(https://www.facebook.com/oakpanthongtae) โดยมีเนื้อหาดังนี้




รูปหน้าปก "โลกวันนี้วันสุข" ฉบับ "นายกฯ ตาอยู่" ต่อยอดความคิดได้เยอะครับ

ในเมื่อ..ตาอยู่อยากเป็นนายก..!! แล้วใครควรจะเป็นตาอินกับตานาดีหละ..??

ตาอินกับตานาผมว่า ไม่ต่างอะไรกับพี่น้องประชาชนไทยในวันนี้ครับ
จากที่เคยสมัครสมานสามัคคีกัน
จนต่างชาติตั้งฉายาเมืองไทยว่าเป็น "Land of Smile" หรือ "สยามเมืองยิ้ม"
ในปัจจุบันพี่น้องไทย กลับถูกนักการเมืองปั่นหัวให้ทะเลาะกัน
แบ่งสีแบ่งฝ่ายจนมองหน้ากันไม่ติด ครอบครัวเดียวกันยังต้องทะเลาะกัน
เพื่อนฝูงกันกลับต้องเลิกคบกัน กินเหล้าด้วยกันก็ฆ่ากันตาย
2สี2ฝ่ายแทบจะหาข้อตกลงที่จะอยู่ ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้
จนต้องพึ่งพา "ตาอยู่" คนกลางมาช่วยตัดสินแก้ปัญหา...

"ตาอยู่" ที่เข้าคิวคอยจะมาเป็น "นายกฯนอกประชาธิปไตย"
ยุคนี้หากินกันง่ายเหลือเกินครับ
เมื่อปี49 ใช้วิธีสนับสนุนอยู่เบื้องหลังม็อบป่วนเมืองกู้ชาติ
คอยปั่นหัวคนสองฝ่ายให้ทะเลาะกัน สั่งให้ทหารออกมาปฏิวัติ
แล้วปล่อยข่าวว่าไม่เอาทหารเป็นนายกฯ
พอเผลอปั๊บตั้งปุ๊บ Old soldier never die
อายุเท่าไหร่ก็เป็นนายกฯไทยได้ ไม่มีวันเกษียณ..

สรุปว่าปี49 ใช้หลัก 3ป. "ป่วนเอง ปฏิวัติเอง เป็นเอง" มันซะเลย..!!

ปี57นี้ใช้วิธี 4ส. คลาสสิคกว่ากันเยอะครับ
"เสี้ยมเอง สร้างสถานการณ์เอง เสียบเอง และสมบัติผลัดกันชม"
เริ่มจากเข้าไปเสี้ยมด้วยการพูดจา หว่านล้อมพรรคการเมืองที่แพ้ซ้ำซากว่า
สู้ตามกติกาก็แพ้ทักษิณฯทั้งชาติ แล้วยังจะต้องรอไปอีก4ปี
ลงแข่งขันใหม่ ก็ยังแพ้ทักษิณอีกเหมือนเดิม กลายเป็นฝ่ายค้าน 4+4 ปี
แข่งกันด้วยกติกาสากลแบบนี้ จะต้องแพ้ซ้ำซากอีกตั้งไม่รู้กี่หน
แล้วจะทนเลือกตั้งกันอีกต่อไปทำไม..??

สู้เข้าสู่การเป็นรัฐบาลด้วยวิธีพิเศษไม่ได้
ลาออกมาช่วยกันสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง
ปิดอาคารสถานที่ให้ธุรกิจเจ๊งไปสักสี่ซ้าห้าแสนล้าน มีคนตายสัก 50คน 100คน
เดี๋ยวมีระเบิดลงตรงนู้นตรงนี้
สร้างภาพให้ต่างชาติเห็นความรุนแรง ป่วนบ้านป่วนเมืองพักเดียว
คนไทยก็จะหมดความอดทน นักธุรกิจก็จะถอดใจ พูดเป็นเสียงเดียวกัน...

"เมิงอยากจะทำอะไร อยากจะใช้ระบอบ "เทือกตั้ง มาร์คเชียร์ ชวนชอบ ป๋าดัน"
จะเอาระบอบอะไรมาปกครองบ้านเมืองก็เชิญ ได้ทั้งนั้น
รีบๆทำเสียให้มันจบๆไป
ธุรกิจจะได้อยู่ได้ไม่เจ๊ง ประชาธิปไตยกินไม่ได้ เอาไว้ก่อน ช่างแม่ม..!! "

เท่านี้ก็จบครับ เรื่องเงียบบ้านเมืองสงบ
เอารถถังที่ซื้อมาด้วยเงินภาษี ของตาอินกะตานานี่แหละ
ออกมาวิ่งนำพาประเทศ ใส่พานให้ "นายกฯ ตาอยู่" เสียบเข้ามาปกครองประเทศไทย
ด้วยระบอบเทือกตั้ง แช่แข็งประเทศสักปีสองปี
เดี๋ยวจะเขียนกติกาแบบไทยๆให้ใหม่ รับรองว่าเลือกตั้งอีกที ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน..!!

Back Up Plan ก็มีครับ ถ้าเลือกตั้งด้วยกติกาใหม่แล้ว
พรรคการเมืองลูกแหง่ยังบ้องตื้น ไม่มีปัญญาชนะทักษิณฯอีก
ก็จะใช้แผนสอง ด้วยการช่วยยุบพรรคฝ่ายตรงข้าม
แล้วไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารมันซะเลย พรรคการเมืองลูกแหง่เอ๋ยย..
พ่ออุ้มขนาดนี้แล้ว ยังไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ให้มันรู้ไปสิวะ..!!

สมบัติผลัดกันชม แบ่งเค้กบริหารประเทศ ผลัดกันได้เป็นนายกฯ
ทั้งตาอยู่ ทั้งลูกแหง่แล้ว โปรดอย่าถามว่าทำไมประเทศไทยเหลือแต่ก้าง...
ใครหรือที่ทำร้ายประเทศไทย..??

ร่องรอยมันยังมีเหลือ พอบอกฝ่ายให้เห็น..รางๆครับ..!!




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_7646.html
55  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ซวยแล้วเมิง! "หญิงบริการ" ในม็อบสารภาพเป็น "เอดส์" โดนตบตี-ไม่ใส่ถุงยาง เมื่อ: 14 มีนาคม 2014, 12:54:28
ซวยแล้วเมิง! "หญิงบริการ" ในม็อบสารภาพเป็น "เอดส์"
โดนตบตี-ไม่ใส่ถุงยาง แต่ขายบริการให้การ์ด กปปส.เพื่อความสะใจ



เขียนโดย  Go6 TV 





มูลนิธิอิสรชนร่วมกับบ้านมิตร ไมตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
แถลงสรุปสถานการณ์ผู้ใช้ ชีวิตในที่สาธารณะปี 2556
และผลกระทบทางการเมืองที่ส่งผลต่อผู้ใช้ชีวิตในที่ สาธารณะ
โดยนายนที สรวารีเลขาธิการมูลนิธิอิสรชน
เปิดเผยว่าจากการสำรวจผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะในปี 56 พื้นที่กรุงเทพมหานคร
มี ทั้งหมด 3,140 รายเป็นเพศชาย 1,944 รายเพศหญิง 1,196 รายแบ่งเป็น

1.คนเร่รอน 900 คน

2.คนที่ใช้ที่สาธารณะหลับนอนชั่วคราว 824 คน

3.ผู้ติดสุรา 806 คน

4.ผู้ป่วยข้างถนน 683 คน

5.คนจนเมือง 597 คน

6.คนไร้บ้าน 461 คน

7.พนักงานบริการ อิสระ 398 คน

8.คนเร่รอนไร้บ้าน 323 คน

9.ผู้พ้นโทษ 56 คน

10.ครอบครัวแรงงานเพื่อน บ้าน 34 คน

11.ชาวต่างชาติเร่ร่อน 22 คน

12.ผู้มีความหลากหลายทางเพศ 15 คน

โดยมีแนว โน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี
เขตที่พบคนใช้ชีวิตในที่สาธารณะมากที่สุดคือเขตพระนคร 559 คน
เขตบางซื่อ 275 คน
เขตจตุจักร 228 คน
และในช่วงที่มีสถานการณ์ทางการเมืองมีการชุมนุมต่างๆ เกิดขึ้น
จะส่งผลให้มี กลุ่มคนใช้ชีวิตในที่สาธารณะเพิ่มขึ้นตลอด
ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีบุคคลตกค้างจากการชุมนุม
ตั้งแต่ พ.ศ.2516-ปัจจุบันรวมกว่า140 คน
และการชุมนุมแต่ละครั้งส่งผลกระทบต่อความเครียดและการป่วยทางจิต

นายนทีกล่าวต่อว่า
นอกจากนี้ในช่วงการชุมนุมพบว่ามีกลุ่มผู้ขายบริการทางเพศมากขึ้น
เนื่องจากช่วงเวลาการชุมนุมบุคคลเหล่านี้ถือเป็นที่ต้องการอย่างมาก
โดยผู้ขายบริการจะเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณที่มีการชุมนุมต่างๆ
ซึ่งจากการลงพื้นที่ พูดคุยกับผู้ขายบริการ
พบว่าบางส่วนเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์แต่ก็ยังมาขายบริการ ในช่วงการชุมนุม
ซึ่งคาดว่ามีกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวน 398 คน
บางครั้งหญิงขายบริการก็ถูกข่มขู่ใช้บริการฟรี
โดยไม่สวมถุงยางอนามัยถึง ขั้นลงไม้ลงมือก็มี
ทำให้ผู้ขายบริการที่รู้ทั้งรู้ว่าตนเองเป็นเอดส์
ก็ยังไป ขายบริการให้การ์ด กปปส.เพื่อความสะใจ


อย่างไรก็ตามปัญหาผู้ที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ
ถือเป็นส่วนที่ทุกคนต้องช่วย กันดูแลและแก้ปัญหาโดยกทม.
ในฐานะการผู้ดูแลเมืองถือเป็นส่วนสำคัญมากในการ เข้าไปทำความเข้าใจ
และดูแลกับบุคคลเหล่านี้แต่กทม.ยังไม่มีการจัดการปัญหาคน เร่รอนอย่างเป็นระบบ
มีเพียงการตั้งบ้านอุ่นใจเพื่อเป็นที่พักพิงแก่คนเร่ ร่อน
แต่ก็เป็นเพียงที่หลับนอนเท่านั้นไม่มีการติดตามประสานงาน
เพื่อช่วยแก้ ปัญหาซึ่งตนเห็นว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัญหาทางการเมือง
ที่ทำให้กทม.และ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)
ไม่ร่วมมือกันดำเนินการ
ซึ่ง กทม.ควรปรับทัศนะเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาดังกล่าวให้มากขึ้น

ที่มา : news center/dailynews

ขอบคุณภาพจาก : www.prachatai.com




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_14.html
56  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / บช.น.พบคลิปหลักฐาน แฉภาพไอ้โม่งโยนศพทิ้งน้ำสะพานพระราม 8 - อำพรางให้เป็นกปปส. เมื่อ: 13 มีนาคม 2014, 19:24:57




เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น.
พร้อมด้วย
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.น.7
พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ รองผบกน.7
พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รองผบก.สส.บช.น.
พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.สส.บก.น.7 ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บก.น.2
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประชุมคลี่คลายคดีชายนิรนามถูกยิงเสียชีวิตและทิ้งศพ
ไว้บริเวณ ถนนกำแพงเพชร 6 ท้องที่สน.ประชาชื่น
และคดีศพชายนิรนามถูกทำร้ายยัดศพใส่กระสอบป่านโยนทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา
ใกล้โรงเเรมริเวอร์ไซด์ ท้องที่สน.บวรมงคล ซึ่ง 2 คดี แต่งกายคล้ายกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.
รวมถึงคดีของนายยืม นิลหล้า รปภ.ซึ่งถูกการ์ดกปปส.ทำร้ายร่างกาย
และนำศพไปโยนทิ้งที่แม่น้ำบางปะกง แต่รอดชีวิตมาได้ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่เกิดขึ้น 3 คดี
ขณะนี้คืบหน้าไปพอสมควร ฝ่ายสืบสวนมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงคนร้ายได้
ทั้งภาพวงจรปิดและข้อมูลจากพลเมืองดีที่นำมามอบให้ตำรวจ
ซึ่งคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีแผนประทุษกรรมที่คล้ายกัน
แต่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด
และเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองขณะนี้หรือไม่
ต้องขอเวลาให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนกว่านี้ก่อน
รวมถึงให้ภาพที่ฝ่ายสืบสวนได้ข้อมูลมาเป็นตัวเดินเรื่องและสาวไปถึงตัวกลุ่มคนร้าย

ด้านพ.ต.อ.เมธี กล่าวว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของนครบาล
คดีแรก เป็นคดีพบศพชายนิรนามถูกยิงเสียชีวิตและนำศพมาทิ้งไว้ที่ริมถนนกำแพงเพชร6
สวมเสื้อสัญลักษณ์คล้ายผู้ชุมนุม กปปส.
ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ข้อมูลว่าชายคนดังกล่าวคือ นายบุญเที่ยง คำอิ่ม อายุ 41 ปี เป็นชาว จ.ชัยภูมิ
คดีที่ 2 คดีชายนิรนามถูกฆ่ายัดกระสอบและนำศพมาโยนทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา
โดยศพลอยไปติดใกล้โรงเเรมริเวอร์ไซด์ พบว่าสวมเสื้อสัญลักษณ์คล้ายกับผู้ชุมนุมกปปส.เช่นกัน
แต่ขณะนี้ยังไม่พิสูจน์ทราบไม่ได้ว่าเป็นใคร มีเพียงบุคคลที่หน้าตาคล้าย
เมื่อตรวจสอบไปพบว่ายังมีชีวิตอยู่
และคดีที่ 3 เป็นคดี รปภ.ถูกทำร้ายร่างกายและยัดใส่กระสอบไปโยนทิ้งแม่น้ำบางปะกง
โชคดีมีพลเมืองดีผ่านมาเห็น จึงรอดชีวิต

พ.ต.อ.เมธี กล่าวอีกว่า ทั้ง 3 คดีมีความคล้ายคลึงกันหลายประการ
1.ถูกทำร้ายร่างกายเหมือนกัน
2.ถูกมัดมือมัดเท้า 3.เสื้อที่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บใส่ ไม่ใช่เสื้อของผู้ตาย
 แต่เป็นเสื้อที่คนร้ายนำมาใส่ให้
ซึ่งนายยืม รปภ.ที่รอดชีวิต เป็นคนให้ปากคำกับตำรวจว่า
หลังจากถูกทำร้ายก็ถูกถอดเสื้อออกไปและมีการนำเสื้ออีกตัวมาใส่ให้
4.มีสายข้อมือลายธงชาติสวมอยู่ที่ข้อมือ และสายนกหวีดคล้องที่คอ
5.จากการตรวจสอบประวัติของนายบุญเที่ยงและนายยืมพบว่าเคยเป็นการ์ดของนปช.
6.อำพรางศพโดยการนำไปโยนทิ้งน้ำในช่วงกลางดึก
และสุดท้ายเหยื่อทั้งสามรายเป็นเพศชายเหมือนกันซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อมโยงกันของ 3 คดี 

“นอกจากนี้ยังมีภาพสำคัญที่จะนำมาเป็นเบาะแส เป็นภาพชายกลุ่มหนึ่งขับรถต้องสงสัย
นำศพไปโยนทิ้งบนสะพานพระราม 8
ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีการปิดสะพานพระราม 8 ทั้งหัวและท้าย ไม่ให้รถยนต์ขึ้นไป
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครทำความสะอาด ก่อนจะเปิดให้ใช้สะพาน
เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นไปปิดถนนบนสะพานพระราม 8
สำหรับรถคันดังกล่าวเป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
มีชายสวมไอ้โม่ง 4 คนนั่งอยู่ในรถ โดยนั่งด้านหน้า 2 คน และหลัง 2 คน
ขับมุ่งหน้ามาจากแยก จปร. จากนั้นได้เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ กทม.
ก่อนจะขับรถยนต์ขึ้นไปบนสะพานมุ่งหน้าฝั่งธนบุรี
แต่เมื่อถึงกลางสะพานได้กลับรถคล้ายจะลงสะพาน
แต่ปรากฏว่าคนขับได้จอดรถพร้อมกับโยนวัตถุบางอย่างลงมาบนขอบสะพานซึ่งเป็นทางเดิน
จากนั้นมีชาย 2 คนลงมาช่วยกันยกวัตถุดังกล่าวโยนทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา
ก่อนจะขับรถลงสะพานและยิงปืนขึ้นฟ้า 3 นัด แล้วหลบหนีไปทางแยกจปร.

พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวอีกว่า ทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมแผนประทุษกรรมของคนร้าย
เพื่อใช้ประกอบเป็นแนวทางการสืบสวน
ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นจุดทิ้งอำพรางศพ ไม่ใช่จุดที่ทำร้ายร่างกาย
และมีการเคลื่อนย้ายศพ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างพิสูจน์ทราบ
เพราะจุดเกิดเหตุจะเป็นตัวที่บอกรายละเอียดได้
ผู้เสียชีวิตถูกทำลายหลักฐานความเป็นตัวตนเดิมและนำเอาเสื้อผ้าอุปกรณ์ต่างๆ มาสวมให้
แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ากลุ่มคนร้ายมีวัตถุประสงค์อะไรที่ทำแบบนี้
ต้องขอเวลาตำรวจทำงานสักระยะ
ส่วนรถกระบะคันดังกล่าว ตำรวจพอมีเบาะแสบ้างแล้วแต่ยังเปิดเผยไม่ได้

เมื่อถามว่าผู้ตายและผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คดีนี้
มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชุมนุมและเกี่ยวกับกลุ่มของนายอิสสระ สมชัย แกนนำกปปส.หรือไม่
พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอให้มีหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้
ให้ภาพและหลักฐานเป็นตัวเดินเรื่องไปสู่การจับกุมดีกว่า

เมื่อถามว่าขณะนี้ได้เบาะแสหลักฐานดีเอ็นเอผู้ที่ทำร้ายทั้ง 3 รายแล้วหรือไม่
พล.ต.ต.ฐิติราชกล่าวว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล
ต่อข้อว่าถามว่าได้มีการตรวจสอบรถกระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ สีฟ้า ว่าติดสัญลักษณ์ใดหรือไม่
พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ
โดยต้องการให้พี่น้องประชาชนที่มีข้อมูลเบาะแสช่วยส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนต่อไปด้วย



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EY3dOakU0TVE9PQ==&subcatid=







<a href="http://www.youtube.com/v/iBtz4kwi1Jo?version=3&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/iBtz4kwi1Jo?version=3&amp;amp</a>



http://www.go6tv.com/2014/03/2-8.html
57  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / บ้านอยู่ "นครศรีธรรมราช" นั่งรถไฟมาขัดขวางการเลือกตั้งถึง"ราชเทวี"โดนหมายจับซะ ! เมื่อ: 12 มีนาคม 2014, 18:48:18
เขียนโดย  Go6 TV









ผู้ต้องหาขัดขวางการเลือกตั้ง 3 ราย เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามหมายจับศาล

1.ที่ สน.บางโพงพาง
นายชัยชนะ เดชเดโช ได้เดินทางมอบตัวต่อ พนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง
ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 81/2557 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557

ด้วยเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2557 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า
ผู้ต้องหา ได้เข้าทำการขัดขวางการเลือกตั้งที่ สำนักงานเขตยานนาวา
แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.
เป็นเหตุให้ประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้
ต่อมาวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว

2.ที่ สน.พญาไท

1.นายทินกร ปลอดภัย อายุ 34 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 44/2557 ลง 6 ก.พ.2557

2.นายปรีติ เชาวลิต อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 45/2557 ลง 6 ก.พ.2557

ได้เข้ามอบตัวต่อ ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท

ด้วยเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทั่วไป
ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ทำการปิดล้อมที่สำนักงานเขตราชเทวี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม.
เป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้
ต่อมาวันที่ 6 ก.พ. 57 ศาลอาญา ได้อนุมัติออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_12.html
58  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ประวัติศาสตร์จารึก!ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติ 8:0 รถไฟฟ้าความเร็วสูงขัดรัฐธรรมนูญ เมื่อ: 12 มีนาคม 2014, 18:44:05
ประวัติศาสตร์จารึก!
องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติ 8:0 รถไฟฟ้าความเร็วสูงขัด รัฐธรรมนูญ



เขียนโดย  Go6 TV





เลขาฯศาล รธน.เผย
ศาลมีมติเอกฉันท์ 8-0 ร่าง พรบ.2 ล้านล้านมีเนื้อหาขัด รธน.
และมีมติเสียงข้างมาก 6-2 กระบวนการร่างขัด รธน.
ทั้งยังมีมติรับคำร้อง
กกต-และ คำร้องให้เลือกตั้ง 2 กพ.เป็นโมฆะ ของผู้ตรวจฯ


เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 12 มีนาคม
นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า
ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน8ต่อ0
วินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้านบาทขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ในส่วนของเนื้อหา ตาม มาตรา 169 วรรคหนึ่ง
และมาตรา 170 ส่วนในเรื่องของกระบวนการร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น
คณะตุลาการมีมติเสียงข้างมาก 6ต่อ2
ให้กระบวนการในการร่าง ขัดต่อบทบัญญัติขอรัฐธรรมนูญ




http://www.go6tv.com/2014/03/80.html
59  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / น้องเหยื่อกปปส.แจ้งวัฒนะยันพี่ชายไม่เกี่ยวการเมืองแค่จะลงไปขยับกรวยถูกซ้อมสาหัส เมื่อ: 10 มีนาคม 2014, 16:57:00
น้องเหยื่อกปปส.แจ้งวัฒนะ ยันพี่ชายไม่เกี่ยวการเมือง
แค่จะลงไปขยับกรวย แต่ถูกซ้อมสาหัส





ภาพ : สภาพใบหน้านายมารุต ก่อนและหลังถูกทำร้าย


วันที่ 10 มี.ค. นายธรรมรัตน์ จันทร์นวล น้องชายนายมารุต จันทร์นวล
เจ้าของรถ วีออสซึ่งขับเข้าไปบริเวณเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ
แล้วถูกกลุ่มการ์ด กปปส.ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส
ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าวว่า
พี่ชายของตนมางานเลี้ยงแสดงความยินดีกับเพื่อนที่ทำงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
ในเวลาเกิดเหตุได้ขับรถมาส่งเพื่อนที่แยกหลักสี่ ก่อนขับรถข้ามมายังถนนแจ้งวัฒนะ
เพราะคิดว่าสามารถขับรถผ่านพื้นที่ชุมนุมได้ จึงขับรถเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว
แต่เมื่อเข้าไปเห็นกรวยวางขวางอยู่ จึงลงรถไปเพื่อขยับกรวย
แต่ยังเดินไปไม่ถึงกรวย มีกลุ่มคนไม่ต่ำกว่า 5 คนเข้ามารุมทำร้าย
โดยไม่บอกสาเหตุว่าเข้ามาทำทำร้ายเพราะเหตุใด
โดยพี่ชายของตนได้พยายามร้องของว่าอย่าทำร้ายเขา
และพยายามบอกว่าชื่นชอบการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.
แต่ไม่มีใครยอมฟังและรุมทำร้ายอย่างต่อเนื่องจนสลบไป

นายธรรมรัตน์ ให้สัมภาษณ์ต่อว่า
พี่ชายของตนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกใบหน้าแตกหลายแห่ง หนังตาบวมปิด
มีเลือดออกภายในตา กระจกตาถลน เลือดออกภายในโพรงช่องหูและเยื่อแก้วหู
ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าในระยะยาวจะมีผลกระทบต่อการมองเห็นและการได้ยินหรือไม่
และจะทำให้ใบหน้าเสียโฉมด้วยหรือไม่
นอกจากนี้ยังปัสสาวะเป็นเลือด และมีกระสุนฝังอยู่ในขา
สำหรับทรัพย์สินที่หายในวันเกิดเหตุมีทั้งสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท แหวน 1 วง
พระเลี่ยมทองหลวงพ่อพรหมมูลค่าประมาณ 50,000 บาท
โทรศัพท์ไอโฟน และเงินสดติดตัวอีกประมาณ 5,000 บาท

นายธรรมรัตน์ ใหัสัมภาษณ์ต่อว่า
ส่วนระเบิดที่พบในรถของพี่ชายนั้นยืนยันว่าไม่ใช่ของอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ยืนยันได้ว่าพี่ชาย ไม่เคยไปร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มใดเลย
และที่ผ่านมาก็วิพากษ์วิจารณ์ข้อดี ข้อเสียของการเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกฝ่าย
ที่สำคัญพี่ชายไม่เคยมีเรื่องกับใคร
ส่วนที่สื่อบางส่วนพยายามเชื่อมโยงและตัดต่อข้อมูลว่าพี่ชายตนเป็นลูกน้องนายโกตี๋นั้น
ขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังมีเฟสบุ๊ก ที่เป็นแฟนเพจทางการเมืองนำข้อความไปโพสทำให้เกิดความเสื่อมเสียนั้น
ถ้ายังไม่มีการลบข้อความที่เผยแพร่ ก็จะเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในส่วนของเรื่องคดีความ ขณะนี้ได้เข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดกับการ์ดกปปส.แล้วที่สน.ทุ่งสองห้อง
ซึ่งต่อจากนี้ก็คงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องติดตามนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

“หลังเกิดเหตุยังไม่มีใครเข้ามารับผิดชอบกับที่เรื่องเกิดขึ้น กปปส.ก็ยังไม่เข้ามารับผิดชอบ
ซ้ำยังแถลงข่าวใส่ร้ายพี่ชายของตนอีก
ทำให้ครอบครัวของตนตอนนี้เครียดมาก พ่อแม่ถึงกับนอนไม่หลับ
ส่วนพี่สะใภ้ที่กำลังตั้งครรภ์ก็เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องไปยังผู้ที่ชุมนุมทางการเมือง
ในขณะนี้ว่าทุกคนมีสิทธิ์ออกมาชุมนุม
เรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องประชาธิปไตย
แต่วิธีการเรียกร้องควรอยู่ในกรอบของกฎหมาย
และไม่ทำให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อนและได้รับความเสียหาย
และควรมีการควบคุมฝูงชนและการ์ดไม่ให้ก่อเหตุเช่นนี้กับใครอีก
และได้แต่หวังว่าเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้
จะไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวใครอีก” นายธรรมรัตน์ ให้สัมภาษณ์




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EUTBNelkyTkE9PQ==&subcatid=
60  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ด่วน! จับทหาร 2 นายขนปืน M16 ระเบิดและกระสุนนับพันนัด เข้ากรุงเทพ เมื่อ: 10 มีนาคม 2014, 16:48:08
เขียนโดย  Go6 TV




















เมื่อเวลา 23.00 วันที่8มี.ค. บริเวณด่านความมั่นคงร่วม บก.น.5
ที่ตั้งจุดตรวจบนถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.นำโดย
พ.ต.ต.วริศร์ ศรแก้ว สวป.บางนา
พ.ต.ต.โศจิกรณ์ จำเจิญมา สวป.ลุมพินี
นำกำลังได้ตรวจค้นรถกระบะ ฟอร์เรนเจอร์สีดำ แบบสีประตู ทะเบียน 2 กน 5117 กทม.
ที่ขับมาจากแยกชิดลมมุ่งหน้าแยกสารสิน
ตำรวจตรวจค้นพบชาย2คน ท่ามีพิรุธ
และพบกล่องเหล็กบรรจุกระสุนปืนสีเขียวลายทหาร 2 กล่อง
วางอยู่ที่พักเท้าด้านหลังคนนั่งข้างคนขับ ข้างในมีกระสุนปืนเอ็ม16 จำนวน 1,976 นัด
และพบปืนเอ็ม4เอ1 จำนวน1 กระบอกอยู่ซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งหลังคนขับ
นอกจากพบปืนพกสั้น ยีห้อคิดเบอร์ ขนาด 11.มม.1กระบอก
แม็กพร้อมหระสุนเต็มแม็ก2แม็ก
แม็กบรรจุกระสุนเอ็ม4เอ1แบบยาว1แม็กและแบบสั้น1แม็ก สนับมือ1อัน มีดพกสั้น1เล่ม

ก่อนตำรวจนำตัวสิบเอกพิษณุ เฟื่องรุ้ง ทหารสังกัด ร31 พัน2 รอ.รบพิเศษ ลพบุรี
และสิบตรีณัฐวุฒิ เชิดสูงเนิน ทหารสังกัดเดียวกัน มาสอบสวนที่ สน.ลุมพินี
ต่อมา พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.และพ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี
เดินทางมาสอบสวนทหารทั้ง2นาย โดยรอนายทหารพระธรรมนูญสอบร่วมด้วย



http://www.go6tv.com/2014/03/2-m16.html
61  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ยิงสนั่น"สวนลุมฯ!! คนขับแท๊กซี่เผยนาทีระทึก กระสุนถากหน้าผาก รถพรุน เมื่อ: 9 มีนาคม 2014, 15:27:22
เมื่อเวลา 02.45 น.วันที่ 9 มีนาคม ร.ต.ท.ณัฐพล ล่อดงบัง พงส.สน.ลุมพินี
รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณใกล้ประตู 1 สวนลุมพินี ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย
พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี
พ.ต.ท.เดชา พรมสุวรรณ์ พงส.ผนพ.สน.ลุมพินี
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่ทหารบก
ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้าประตูดังกล่าว ช่องทางซ้ายสุด ของถนนวิทยุ(ขาเข้า)
พบรถแท็กซี่ โตโยต้า ลีโม่ สีส้ม ของสหกรณ์ บวรแท็กซี่ จำกัด ป้ายเหลือง
หมายเลขทะเบียน ทร-6715 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายนราศักดิ์ พูลมา อายุ 30 ปี โชเฟอร์แท็กซี่
ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถูกสะเก็ดกระสุนถากที่หน้าผากด้านซ้าย
ตรวจสอบสภาพรถถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด
เข้าตั้งแต่บริเวณประตูหน้าด้านซ้ายฝั่งผู้โดยสารไปจนถึงกระโปรงหลังด้านซ้ายกระจกรถเสียหายทุกบาน
และมีเศษกระจกกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน บริเวณล้อรถหน้าและหลังฝั่งซ้ายแตก
นอกจากนี้บริเวณริมรั้วใกล้จุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกอยู่เป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นนำตัวผู้ขับขี่รถแท็กซี่ไปรักษาตัวที่รพ.ตำรวจ
ก่อนทำการสอบสวน ส่วนผู้โดยสารที่นั่งมาหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้หลบหนีไป

สอบสวน นายนราศักดิ์ ให้การด้วยอาการหวาดผวาว่า
ก่อนเกิดเหตุรับผู้โดยสารเป็นชายไม่ทราบชื่อ ที่มีอาการมึนเมาสุราจากย่านถนนพระราม 2
โดยจะมาเที่ยวหาความสุขกับผู้หญิงที่สวนลุมพินี จึงขับพาผู้โดยสารมาวนโดยรอบสวนลุมฯ
ก่อนได้มาหยุดจอดเพื่อต่อรองราคาบริเวณดังกล่าว
แต่กลับถูกกลุ่มอ้างเป็น การ์ดดูแลผู้ชุมนุมตะโกนออกมาจากภายในสวนลุมฯ ว่าให้รีบออกไปจากจุดดังกล่าว
แต่ทว่าผู้โดยสารที่นั่งมาตะโกนกลับต่อว่ากลับไป ทันใดนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายประทัดยักษ์ 1 ครั้ง
ตนเองและผู้โดยสารจึงรีบเปิดประตูรถหนีกันจ้าละหวั่น ก่อนมีเสียงปืนคล้ายอาวุธสงครามรัวเป็นชุด 2 ครั้ง
ก่อนมารู้ตัวว่าถูกสะเก็ดกระสุนที่ศีรษะดังกล่าว
 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด
อย่างไรก็ตามต้องทำการสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อรวบรวมเป็นสำนวน 
และรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)
เพื่อหาขนาดของอาวุธปืนที่แน่ชัด รวมทั้งวิถีกระสุนปืน ก่อนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394345309&grpid=00&catid=&subcatid=
62  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศาลอนุมัติหมายจับ "อิสสระ สมชัย" แกนนำกปปส. ข้อหาพยายามฆ่า "ยืม นิลหล้า" เมื่อ: 7 มีนาคม 2014, 20:56:26
ศาลอนุมัติหมายจับ "อิสสระ สมชัย" แกนนำกปปส.
ข้อหาพยายามฆ่า "ยืม นิลหล้า" รปภ.หนุ่ม






 วันที่ 7 มี.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย
ผกก.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงความคืบหน้าคดี นายยืม นิลหล้า อายุ 33 ปี
รปภ.ที่ถูกคนร้ายรุมซ้อมทำร้ายร่างกายและถูกจับมัดแขนขาโยนแม่น้ำบางปะกงว่า
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ขอให้ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราออกหมายจับนายอิสสระ สมชัย แกนนำกปปส.
และพวกอีก 5 คน ตามภาพสเก๊ตซ์คนร้ายจากคำให้การของผู้เสียหาย

 โดยศาลอนุมัติหมายจับรวม 5 ข้อหา ได้แก่

1.ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

2.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ จนได้รับอันตรายและบาดเจ็บสาหัส

3.ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส

4.ร่วมกันลักทรัพย์

5.ร่วมกันเอาเอกสารของผู้อื่นโดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน

ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามตัวกลุ่มคนร้ายจากพยานและหลักฐาน
รวมทั้งกล้องวงจรปิดมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

 พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกร.พ.ตำรวจ กล่าวถึง
อาการบาดเจ็บนายยืมว่า ผู้ป่วยถอดสายปัสสาวะออกแล้ว
แต่ยังใส่สายระบายลมที่รั่วจากช่องปอด
ทำให้มีอาการเหนื่อยบ้าง และเจ็บเวลาพลิกตะแคงตัว ใบหน้าที่บวมเริ่มยุบลง
ส่วนผลการเอกซเรย์ปอดพบยังมีลมรั่วค้างในช่องปอด
จึงไม่สามารถนำสายระบายออกได้ และต้องปรึกษาศัลยกรรมทรวงอก




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5ERTVOamt5T1E9PQ==&subcatid=
63  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "โล้นอิสระ" พลาด!!! บอกเฉยเลย "เลขาฯ ศาล มาพบขอร้องอย่าย้ายเวทีหนี จนกว่า ... เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 20:15:45
"โล้นอิสระ" พลาด!!! บอกเฉยเลย
"เลขาฯ ศาล มาพบขอร้องอย่าย้ายเวทีหนี จนกว่าจะตัดสินคดีฝ่ายรัฐบาลสำเร็จ"



เขียนโดย  Go6 TV





เว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า
วันที่ 6 มี.ค. "พุทธอิสระ" แนวร่วมม็อบกปปส. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก
http://www.facebook.com/buddha.isara
ถึงประเด็นการขอคืนพื้นที่ ถ.แจ้งวัฒนะ และศูนย์ราชการ มีเนื้อหาดังนี้


หลายวันที่ผ่านมานี้

ศรส. โดยรัฐบาลพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะขอคืนพื้นที่
ซึ่งก็ปฏิบัติการทั้งทางฝ่ายตำรวจและฝ่ายทหาร ด้วยข้ออ้างที่ว่าเรามากีดขวางการจราจร
ซึ่งในขณะเดียวกันการขอคืนพื้นที่ดูจะตรงกับเวลา
ที่ศาลปกครองจะพิจารณาตัดสินคดีของคุณถวิล เปลี่ยนสี
ที่ต้องกลับเข้ามารับตำแหน่งเลขาฯ สมช. ในวันที่ 7 มีนาคมนี้
และศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาคดีกู้เงิน 2 ล้านล้านของฝ่ายรัฐบาล

อีกทั้งยังมีการพิจารณาคดีอีกหลายคดี
ที่ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกา
จะต้องพิจารณาคดีของฝ่ายรัฐบาลภายในเดือนสองเดือนนี้อีกหลายคดี
หลังจากนายทหารระดับนายพลทั้งสองคนของปลัดกระทรวงกลาโหมมาเจรจาขอคืนพื้นที่
เลขาศาลก็มาขอพบและขอร้องว่า อย่าเพิ่งย้ายเวที เกรงว่าหากผู้ชุมนุมออกไปจากพื้นที่นี้แล้ว
จะมีผู้ชุมนุมพวกใหม่ที่เขามาชุมนุมและกดดันศาล
เหมือนอย่างผู้ชุมนุม นปช.ไปชุมนุมกดดัน ปปช. และข่มขู่คุกคามดังที่ปรากฏในภาพข่าว
ศาลจึงขอให้เราอยู่ก่อนจนกว่าจะมีการพิจารณาคดีความของฝ่ายรัฐบาลสำเร็จ

เหตุการณ์ที่ปรากฏนี้มันทำให้ฉันเห็นได้ว่ารัฐบาลพยายามใช้ทุกขบวนการ
ที่รัฐบาลสามารถใช้ได้ ทำการขัดขวางองค์กรอิสระและศาลสถิตยุติธรรม
ที่จะดำเนินการแก่พวกรัฐบาล โดยไม่เลือกวิธี เหล่านี้
ที่รัฐบาลเรียกว่าประชาธิปไตย ประชาธิปไตยของรัฐบาล
ประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง ประชาธิปไตยของคนตระกูลชิน
ประชาธิปไตยของคุณทักษิณ
ต้องเป็นประชาธิปไตยที่พวกเขาต้องได้ประโยชน์
หากเสียประโยชน์พวกเขาจะออกมาเรียกร้องว่าไม่เป็นธรรม
 โดยกลั่นแกล้ง สองมาตรฐาน ลำเอียง
แต่หากศาลเดียวกัน ผู้พิพากษาคนเดียวกัน องค์กรอิสระเดียวกัน
ตัดสินเป็นประโยชน์แก่พวกคุณทักษิณ คนตระกูลชิน คนเสื้อแดง รัฐบาล
พวกนี้ก็จะออกมาบอกว่าเป็นธรรม ถูกต้อง ใช่ครับพี่ ดีครับผม นิยมครับท่าน
ศาลท่านสถิตยุติธรรม องค์กรอิสระเป็นกลาง มีความเที่ยงธรรม

ฉันได้ยินได้เห็นเรื่องพวกนี้มาเป็นสิบปีแล้ว
ซึ่งบางทีก็พยายามเข้าใจได้ว่า พวกเขาโดนกระทำในบางเรื่องมาจริงๆ
จนเขาจะรู้สึกว่าหากฉันไม่ได้ประโยชน์
นั่นแสดงว่าฉันโดนรังแก เช่นนี้ล่ะมันถึงได้ยุ่งไม่จบสิ้น

ฉันขอเสนอว่า พวกเรามาช่วยกันสร้างกติกาใหม่ที่ทุกคนยอมรับได้ดีไหม
แล้วมาช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน ช่วยกันสร้าง
โดยยึดประโยชน์ของชาติประชาชนเป็นที่ตั้ง
ไม่ใช้ประโยชน์ของนักการเมือง พรรคการเมือง คนตระกูลชิน หรือพวกใดพวกหนึ่ง
แต่ต้องเป็นประโยชน์ของทุกคนในประเทศนี้
สนใจไหม มาเถิดพี่ไทย น้องไทย ลูกไทย หลานไทย มาช่วยกันสร้างสิ่งที่ตนเองฝัน
มาที่เวทีแจ้งวัฒนะ เรายินดีต้องรับทุกคนไทย ทุกเวลา

พุทธะอิสระ
๖ มีนาคม ๒๕๕๗

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ทีมงานของพุทธอิสระ
ได้ลบโพสต์ข้างต้นทิ้ง และเขียนข้อความชี้แจง ว่า

ประกาศจาก Admin

บทความเรื่อง "หลายวันที่ผ่านมานี้" ที่ได้โพสต์ในวันนี้

ทาง Admin ได้ทำการเผยแพร่โดยพละการด้วยความเข้าใจผิด
ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ยังไม่ได้รับอนุญาตและตรวจทานจากหลวงปู่

จึงขอถอดบทความดังกล่าวออก และหากท่านใดที่ได้ทำการแชร์ไปแล้ว
ขอให้ลบบทความดังกล่าวทิ้งด้วย


กราบขออภัยในความผิดพลาดเป็นอย่างสูง


Admin - M




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_3804.html
64  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / น้ำผึ้ง หยดใหม่ ข้อหา แยกประเทศ ข้อหา-ข้ออ้าง? เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 18:11:33


ประเด็นว่าด้วยเรื่อง "แยกประเทศ" เป็นหัวข้อร้อนแรงประจำสัปดาห์

มิใช่เพียงเพราะแกนนำของม็อบนกหวีดหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อหลักในการโจมตีรัฐบาล

หรือเพียงเพราะ ผบ.ทบ.ออกคำสั่ง

ให้ทหารในสังกัดไปดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่ "เข้าข่าย" เท่านั้น

แต่ยังเพราะกรณีดังกล่าว

ได้รับการตอบโต้-ชี้แจงอย่างหนักหน่วงเอาจริงเอาจังไม่แพ้กันจากผู้ถูกพาดพิง

และไม่บ่อยนักที่นายกรัฐมนตรีจะแสดงจุดยืน "ชัดเจน" เช่นนี้


4มี.ค. หลังการประชุมสภากลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วันนี้ได้เน้นย้ำว่า
จะต้องร่วมมือกันและไม่ให้เกิดเหตุการณ์การแบ่งแยกดินแดน
เพื่อที่จะนำความสงบความสามัคคีมาสู่ประเทศไทย

"ตอนนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว
โดยไม่คำนึงถึงความเข้าใจของประชาชนก็จะเกิดปัญหา
จะต้องดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมกับควบคู่การทำความเข้าใจกับประชาชน

"และจะต้องปฏิบัติด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกันของทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่เช่นเดียวกัน


"โดยไม่เลือกปฏิบัติว่าพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นพิเศษ"



ย้อนกลับไปวันที่ 2 มี.ค. พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3
ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. สั่งการ
ให้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จ.เชียงใหม่ กับ กลุ่มเสื้อแดง จ.พะเยา

ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่า
มีการดำเนินการที่สุ่มเสี่ยงกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ
กรณีการแบ่งแยกดินแดน
จัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา (สปป.ล้านนา)

ย้อนกลับไปอีก 1 วัน หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งระบุว่า
ได้สัมภาษณ์ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำ นปช.
กลุ่ม "รักเชียงใหม่ 51" ซึ่งยืนยันว่าทางกลุ่ม
มีการพูดคุยกันเรื่องแบ่งแยกประเทศมาแล้วกว่า 6 เดือน

และเมื่อเรื่องบานปลายออกไป เครือสื่อดังกล่าวยังยืนยันในวันที่ 3 มี.ค.ว่า
ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์นายเพชรวรรตทางโทรศัพท์
และตลอดการสัมภาษณ์ได้ถามย้ำเรื่องดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

ขณะที่นายเพชรวรรตเปิดแถลงข่าวตอบโต้ว่า
ผู้สื่อข่าวรายดังกล่าวถามว่า สปป.ล้านนา เป็นอย่างไร
ตนก็ตอบกลับไปว่า "มันเป็นอย่างไร คือ สปป.ลาวหรือ?"
เพราะไม่รู้จักกับคนที่ตั้งกลุ่ม สปป.ล้านนา จริงๆ

เมื่อผู้สื่อข่าวรายดังกล่าวมีการถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้างกับการแบ่งแยกประเทศ
ก็ชี้แจงไปว่า การแบ่งแยกประเทศทำไม่ได้
เพราะคนในประเทศมีขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ภาษาเหมือนกัน
มีในหลวงองค์เดียวกัน ส่วนในทางวิชาการแล้ว
บางกรณีประเทศหนึ่งอาจมีรูปแบบการปกครองหลายแบบ เช่น
จีนที่มีฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษ

และถ้ามีใครฟ้องมา ก็จะสู้คดี รวมทั้งจะฟ้องกลับด้วยที่ทำให้เสื่อมเสีย



และที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือ
แถลงการณ์ของสมัชชาปกป้องประชาธิปไตยต่อผู้บัญชาการทหารบก ว่า
ชื่อเต็มของ สปป.ล้านนา คือ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา
จุดประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
ไม่มีนโยบายแบ่งแยกดินแดนใดๆ ทั้งสิ้น

ซึ่งกองทัพบกควรตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ให้รอบด้านมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อข่าวนั้นมาจากสื่อที่มีพฤติกรรมบิดเบือนข้อมูลเป็นนิจศีล

และแม้ว่า สปป.จะเห็นว่าความคิดเห็นดังกล่าวยากที่จะเป็นจริงได้
แต่ก็สะท้อนความรู้สึกคับแค้นใจของประชาชนต่อความอยุติธรรม
ที่เกิดจากการไม่เคารพสิทธิ การทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยกลุ่มผู้มีอำนาจ

ฉะนั้น แทนที่จะมุ่งเอาผิดทางกฎหมายต่อประชาชน
ผู้มีอำนาจและกลุ่มการเมืองต่างๆ พึงตั้งคำถามและตอบคำถามนี้ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง

เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยแตกแยกมากไปกว่านี้



แยกประเทศจะเกิดขึ้นจริง
หรือเป็นเพียงข้ออ้างน้ำผึ้งหยดใหม่ เพื่อเปิดฉากการเมืององก์ต่อไป

น่าสนใจ น่าติดตาม


..............

 

(ที่มา:มติชนรายวัน  6 มี.ค. 2557)


 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394094034&grpid=01&catid=&subcatid=
65  หมวดหลัก / ข่าวรายวัน หนังสือพิมพ์ / ระทึก เมฆปีศาจมหึมาคล้าย "สึนามิ" ก่อตัวทะมึนเหนือออสเตรเลีย (ชมภาพ-คลิป) เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 17:59:08
รับชมข่าว VDO
http://www.matichon.co.th/play_clip.php?newsid=1394082423


สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ว่า เกิดปรากฎการณ์ชวนระทึก

เมื่อกลุ่มเมฆดำมหึมาคล้ายสึนามิ ได้ก่อตัวเหนือผืนฟ้าของอ่าวซิดนีย์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น รวมทั้งเหนือพื้นที่ "เบคอน ฮิลล์" และหาดแมนลีย์

โดยเมฆดังกล่าวได้ทำให้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักยังสนามบินซิดนีย์

และมีฟ้าคะนองเสียงดังเขย่าเมืองหลายครั้ง
























http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394082423&grpid=01&catid=&subcatid=
66  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศรส.เฮ ศาล รธน.วินิจฉัยการชุมนุม กปปส.ใหม่ เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 17:46:33
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวว่า

ศรส.รู้สึกคลายความกังวลหลังมีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ

ที่เดิมเคยวินิจฉัยว่าการชุมนุมของแกนนำ กปปส. เป็นไปโดยชอบ

แต่วันที่ 5 มีนาคม ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย

ชัดเจนขึ้นแล้วว่าเฉพาะประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมเท่านั้นที่เป็นไปโดยชอบ

แต่สำหรับแกนนำ กปปส. 

หากมีการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นๆ

ก็เป็นเรื่องที่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394100664&grpid=03&catid=&subcatid=
67  หมวดหลัก / ข่าวรายวัน หนังสือพิมพ์ / ฮือฮา น้ำตกชื่อดังโลก"ไนแองการ่า"กลายเป็นน้ำแข็ง หลังเจออากาศหนาวในสหรัฐ(ชมคลิป) เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 17:42:23

<a href="http://www.youtube.com/v/9R8WbzQq8-k?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/9R8WbzQq8-k?hl=th_TH&amp;amp</a>



<a href="http://www.youtube.com/v/sz_67Q6JQYs?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/sz_67Q6JQYs?hl=th_TH&amp;amp</a>



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ว่า

น้ำตก"ไนแองการ่า"ของสหรัฐ ในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ

ต้องประสบกับภาวะกลายเป็นน้ำแข็งเป็นครั้งที่สอง

โดยน้ำตกได้จับตัวแข็งกว่า 6 ล้านลูกบาศก์ฟุต

และไม่เหลือสภาพกลายเป็นน้ำตกเช่นปกติ

หลังจากสถานที่ดังแห่งนี้ต้องประสบกับภาวะอากาศระดับอุณหภูมิหนาวถึง 9 องศาเซลเซียส

โดยเมื่อเดือนม.ค.สหรัฐต้องประสบภาวะหนาวระดับขั้วโลกที่เปลี่ยนแม่น้ำเป็นน้ำแข็ง

และกระทบต่อประชากรสหรัฐ 240 ล้านคนในสหรัฐ และแคนาดา

ขณะที่อุณหภูมิในบริเวณตะวันตกของนิวยอร์ก อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส

เมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา



http://www.matichon.co.th/play_clip.php?newsid=1393995412
68  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "พานทองแท้ ชินวัตร" มอบเงินสมทบกองทุนเยียวยาครอบครัวตำรวจที่เสียชีวิตและทุพพลภาพ เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 17:11:07
"พานทองแท้ ชินวัตร" มอบเงินสมทบกองทุนเยียวยาครอบครัวตำรวจ
ที่เสียชีวิตและทุพพลภาพจากการควบคุมฝูงชน 1 ล้านบาท



เขียนโดย  Go6 TV 









วันนี้ เวลาประมาณ 13.00 น. ตัวแทนสมัชชาฯได้เข้ารับมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท
จาก คุณ พานทองแท้ ชินวัตร เพื่อนำเข้า ”กองทุนเยียวยา
ครอบครัวตำรวจที่เสียชีวิตและทุพพลภาพจากการควบคุมฝูงชน”

คุณ พานทองแท้ ฝากถึงเหล่าสมัชชาฯทุกท่านว่า
“ในฐานะที่ตนก็เป็นครอบครัวตำรวจเช่นเดียวกันกับพวกท่าน
อยากจะขอขอบคุณตำรวจที่ แสดงออกถึงความกล้าหาญ
และยืนหยัดปกป้องประชาธิปไตย
และคงไว้ซึ่งระบบกฎหมายของประเทศชาติอย่างสุดกำลัง
อย่างที่ไม่เคยเห็นหน่วยงานราชการไหนที่จะออกมาปกป้องประชาธิปไตย
ได้เข้มแข็งและชัดเจนขนาดนี้   
โดยหวังว่าเงินจำนวนนี้ซึ่งอาจเป็นเงินที่น้อยนิดมาก
เมื่อเทียบกับความเสียสละของพวกท่านทั้งหลาย
แต่ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะส่งกำลังใจและความปรารถนาดี
ผ่านทางตัวแทนสมัชชาฯมอบให้กับข้าราชการตำรวจทุกท่าน
ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์การปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ครับ”




http://www.go6tv.com/2014/03/1.html
69  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ทำไม "บก.ลายจุด" ถึงเซ็งพวก "มือไม่พาย เอานกหวีดราน้ำ" ? เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 17:04:58


ไอ้คนที่ทำข้อความนี้ไม่ใช่โง่ครับ

แต่เพราะไม่รู้ข้อมูลหรือไม่พยายามค้นคว้าหาข้อมูลเท่านั้นเอง

ธกส. เปิดกองทุนช่วยเหลือชาวนา เพื่อให้ประชาชนเอาเงินไปฝากในกองทุนนี้

แล้ว ธกส.ก็เอาไปจ่ายค่าใบประทวนล่วงหน้า

ซึ่งทำได้ตามเงื่อนไขที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่เป็นความสมัครใจของประชาชนที่เข้าร่วม

เพราะ ธกส. ไม่สามารถเอาเงินฝากในบัญชีปกติไปจ่ายได้

แต่นี่เป็นกองทุนที่ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนและประชาชนยินดีที่จะเข้าร่วม

แนวคิดนี้ก็คล้าย ๆ กับการถือใบประทวนร่วม

แต่นั่นต้องไปแก้ระเบียบเปลี่ยนชื่อคนถือใบประทวนทำให้ยุ่งยาก

แต่ ธกส. สามารถใช้กลไกของธนาคารทำสิ่งนี้ได้โดยไม่ต้องแก้กฏระเบียบแต่ประการใด

ผมอ่านข้อความที่มีคนทำกราฟฟิคนี้แล้ว ผมนึกถึงคำไทยที่บอก ว่า

"มือไม่พาย เอานกหวีดราน้ำ"


สมบัติ บุญงามอนงค์
(บก.ลายจุด)

ที่มา : http://www.facebook.com/nuling 



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EQTRPRFkyTVE9PQ==&sectionid=
70  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / 'ธาริต'เผยจับ'สุเทพ'ไม่รอเลิกม็อบ เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 16:57:43



             6 มี.ค. 57  นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
กล่าวถึงการติดตามตัวนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. มาส่งให้อัยการ
ยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีที่ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
ก่อให้ผู้อื่นฆ่า และพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล
กรณีออกคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
ในการขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
เหตุเกิดเมื่อปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ว่า หลังศาลอาญาอออกหมายจับนายสุเทพ แล้ว
ทางดีเอสไอได้หารือกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อร่วมกันวางแผนจับกุมนายสุเทพส่งอัยการ ซึ่งผลการหารือดังกล่าว
สรุปว่าจะไม่รอให้นายสุเทพเลิกชุมนุม
แต่จะรอโอกาสที่เหมาะสมในการเข้าจับกุมเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียของประชาชนผู้บริสุทธิ์
 
                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมายจับของนายสุเทพครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 3
ที่ศาลอาญาอนุมัติจับนายสุเทพ
ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้ออกหมายจับนายสุเทพ ไปแล้ว 2 ครั้ง
ในข้อหากบฏ และข้อหาอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 116 , 215 และ 216
และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548




http://www.komchadluek.net/detail/20140306/180301.html
71  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "โพลีพลัส" แจง ปลด "ตุ๊ก ญาณี" เหตุขึ้นเวทีกปปส.ล้อเลียนนายกฯ เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 16:42:14
มีประเด็นอยู่ตลอดสำหรับนักแสดงที่พากันขึ้นเวทีกปปส.
รายล่าสุด "ตุ๊ก ญาณี จงวิสุทธิ์" ที่โดนเมาธ์
และตั้งประเด็นแรงว่าโดนปลดฟ้าผ่า
จากการเป็นพิธีกรรายการวี.ไอ.พี. ของทางค่ายโพลีพลัส ที่นำเสนอทางช่อง 9
เนื่องจากดั๊นไปสวมบทบาทล้อเลียนรักษาการณ์นายก "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
บนเวทีกปปส.ชิดลม
งานนี้บอกเลยว่าบรรดาสื่อมวลชนสายบันเทิงต่างพากันเช็คข่าวกันให้ควั่ก





ล่าสุดจึงมีรายงานข่าวออกมาจากทางฝั่งโพลีพลัสยืนยันว่าการเปลี่ยนตัวพิธีกรนั้น
ได้มีการวางแผนและพูดคุยกันไว้นานมากแล้ว
ก่อนจะยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการขึ้นเวทีของตุ๊ก ญาณี
แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีการเปลี่ยนตัวพิธีกรทั้งคู่ ทั้งตุ๊ก
และ "พอล ภัทรพล ศิลปาจารย์" เป็น "หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา"
และ "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" เนื่องจากรูปแบบรายการได้คงเดิมและนิ่งมานาน 8-9 ปีแล้ว



ส่วนฟากของตุ๊ก ญาณี ตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถติดต่อได้





http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394095845&grpid=01&catid=&subcatid=
72  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ‘ชัยเกษม’ ยกนิทานเรื่อง "สุนัข-สุกร" เปรียบเทียบคำวินิจฉัยศาลรธน. แบบขำไม่ออก เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 07:19:18

นายชัยเกษม นิติสิริ ปฎิบัติหน้าที่ รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)



 เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 5 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
นายชัยเกษม นิติสิริ  ปฎิบัติหน้าที่ รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)
กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักวิชาการสยามประชาภิวัฒน์ระบุว่ารัฐบาลรักษาการสิ้นสภาพแล้ว
หลังจากไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ภายใน 30 วันว่า
โดยหลักการกฎหมายบอกแล้วว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าที่จะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้ามา
จะต้องแปลความให้ยึดโยงหลักนี้
ส่วนกรอบระยะเวลา 30 วัน ที่จะต้องเปิดประชุมสภาให้ได้นั้นอยู่ในหมวดว่าด้วยสภา
ไม่ได้อยู่ในหมวดของการเลือกตั้ง หรือเรื่องครม.พ้นหน้าที่ ถือเป็นคนละหมวดกัน
เขากำหนดเวลา 30 วัน ขึ้นมาเพื่อป้องกันการดึงเวลา แต่กรณีที่เกิดขึ้นไม่ปกติ
หากยังไม่แล้วเสร็จก็ต้องเลือกตั้ง ไปจนกว่าจะครบ แต่อาจจะสิ้นเปลืองงบประมาณจึงต้องเร่งให้เร็ว
ทั้งนี้ ตามหลักการประเทศจะว่างจากรัฐบาลไม่ได้ หากไม่ให้อำนาจรัฐบาลแล้วจะให้ใครทำ
ดังนั้น ในนามของรัฐบาล
รัฐบาลยังคงอยู่จนกว่าจะมีใครบอก โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว

 

เมื่อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่า รัฐบาลยังไม่สิ้นสภาพ
นายชัยเกษม กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ นอกจากจะมีการไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ
และศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าสิ้นสภาพ ตนก็ต้องฟัง แต่สิ่งที่ผ่านๆ มาหลายครั้ง   
ไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญ บางเรื่องข้อความชัดๆ ยังตีความไปอีกแบบหนึ่ง
แต่กฎหมายบอกให้ฟังศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ยกตัวอย่าง บ้านตนเลี้ยงสุนัข ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า บ้านเขาไม่ได้เรียกสุนัข แต่เรียกสุกร
ตนก็เลยต้องเรียกสุกรตามศาลรัฐธรรมนูญ ช่วยไม่ได้ กฎหมายเป็นอย่างนั้น

 

เมื่อถามว่า กังวลต่อบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่หากมีการยื่นให้ตีความสถานะรัฐบาล 
นายชัยเกษม กล่าวว่า  กังวลต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งปวง
เพราะสิ่งที่ออกมาประชาชนจะต้องตัดสินว่า
สิ่งนั้นขัดต่อความรู้สึก ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่ออะไรหลายอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองหรือไม่
เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกันระมัดระวัง หากเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ความขัดแย้งจะมากขึ้น
เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับกระบวนการยุติธรรม




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393997822&grpid=00&catid=&subcatid=
73  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / หน้ามึนตาใส เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 07:09:06


มันฯ มือเสือ

หงายเงิบ หน้าแตก



กรณี "สปป.ล้านนา" ที่เฉลยแล้วว่าแท้จริงคือ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา



จัด ตั้งขึ้นมาเมื่อธ.ค.ปีที่แล้ว

จุดประสงค์ เพื่อสนับสนุนแนวทางสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือ สปป.

ในการสนับสนุนเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557



ไม่ใช่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา



ไม่ใช่อย่างที่คนบางกลุ่มบางพรรคพยายามกระพือว่าคือ

การรวมกลุ่มของคนเสื้อแดงภาคเหนือจัดตั้งกองกำลังแบ่งแยกดินแดน



ส่วน ที่สื่อบางฉบับอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล

แกนนำ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ว่า ทางกลุ่มพูดคุยหารือเรื่องนี้มานานกว่า 6 เดือนแล้วนั้น



ยิ่งฟังยิ่งสงสัย เพราะ 6 เดือนก่อนน่าจะหมายถึงเดือนก.ย.2556



ตอนนั้นยังไม่มีม็อบ กปปส. นายสุเทพยังไม่โผล่จากรูหลังแพ้เลือกตั้งปี 2554 เสียด้วยซ้ำ



แล้วจู่ๆ ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจะมาคิดแบ่งแยกการปกครอง แบ่งแยกประเทศทำไม




จะอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่น่าแปลกใจที่นายสุเทพและกลุ่มกปปส.

จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาปลุกปั่นใส่ร้ายคนเสื้อแดงและรัฐบาลบนเวทีปราศรัย



เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ที่กระโดดรับลูก

เตรียมนำเรื่องยื่นร้องต่อศาลรัฐ ธรรมนูญให้สั่งยุบพรรคเพื่อไทย



เพราะรู้กันเกือบทั้งโลกอยู่แล้วว่า กปปส.กับคู่หูพรรคประชาธิปัตย์

 พยายามหาเรื่องหาประเด็นมาทำลายล้างรัฐบาลทุกลมหายใจเข้าออก



เป็นอย่างนี้เรื่อยมาตั้งแต่พ.ร.บ. นิรโทษกรรม

ขัดขวางการเลือกตั้ง มาจน ถึงนโยบายจำนำข้าว



แต่ที่น่าแปลกใจคือเรื่อง สปป.ล้านนา

ที่ครั้งนี้กองทัพโดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ออกมาเออออห่อหมกกับนายสุเทพ



จนใครต่อใครหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า

ทหารไม่รู้จริงๆ หรือว่าที่มาของสปป.ล้านนาคืออะไร



หรือรู้แล้วแต่แกล้งทำหน้ามึนตาใส



เพื่อจะใช้เป็นข้ออ้างในการออกมาปฏิบัติการแทรกแซงการเมืองเหมือนตอนเดือนก.ย. 2549



ครั้งนั้นอ้างเรื่องหมิ่นสถาบัน ครั้งนี้ อาจจะอ้างเรื่องแบ่งแยกประเทศ



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EQXpOVEk1TlE9PQ==&sectionid=
74  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ผอ.ศรส.ลงนามเนรเทศ "สาธิต เซกัล" แกนนำกปปส. แล้ว เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 06:50:04


  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม  ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศรส.
เปิดเผยว่า ในวันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง ผอ.ศรส.ลงนามเห็นชอบในคำสั่งเนรเทศ
นายสาธิต เซกัล แกนนำกปปส. และนายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย
ทั้งนี้เนื่องจากคณะกรรมการคนเข้าเมือง ที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน
ได้มีมติเห็นควรเนรเทศนายสาธิตออกนอกประเทศ 
ทางคณะกรรมการได้แจ้งผลมายังศรส.
ซึ่งทางศรส.ได้ขอให้มีการยื่นยันอีกครั้งเพื่อรอบคอบถูกแล้ว 
โดยทางเลขาธิการคณะกรรมการคนเข้าเมืองได้ แจ้งยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว
 ดังนั้นในวันนี้เลขาธิการศรส. จึงได้เสนอให้ผอ.ศรส.ลงนามในคำสั่งเห็นชอบ
ให้เนรเทศนายสาธิต เนื่องจากอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ได้โอนมายังผบ.ศรส.ตามพ.ร.ก.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน
หลังจากนี้จะแจ้งผลไปยังกระทรวงมหาดไทย และประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนโดยแจ้งให้เจ้าตัวทราบ 

 ค่ำวันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากสื่อแนวร่วมม็อบกปปส.
ระบุว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) เวลา 09.00 น. นายสาธิตจะเดินทางไปถวายฎีกาที่สำนักพระราชวัง



<a href="http://www.youtube.com/v/rcdlhu9joSc?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/rcdlhu9joSc?hl=th_TH&amp;amp</a>


http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EQXpOVGc1T1E9PQ==&sectionid=
75  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / จับการ์ดม็อบนกหวีดรายวัน! พกอาวุธปืน พร้อมกระสุนและบัตรการ์ดสุเทพออกจากม็อบ เมื่อ: 6 มีนาคม 2014, 06:44:48
จับการ์ดม็อบนกหวีดรายวัน!
พกอาวุธปืน พร้อมกระสุนและบัตรการ์ดสุเทพออกจากม็อบกลับบ้าน



เขียนโดย  Go6 TV











ด่านความมั่คงจับกุม ผู้ชุมนุม กปปส.พร้อมอาวุธปืน

วันเวลาเกิดเหตุ วันที่ 5 มี.ค.2557 เวลาประมาณ 02.00 น.

จับกุมตัวได้ที่ ตั้งด่านความมั่นคงบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ (ฝั่งขาเข้า)
 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.


ผู้ต้องหา 1.นายบัณฑิต สกุลบงการ อายุ 42 ปี
2.นายเอกชัย พลภักดี อายุ 34 ปี


ของกลาง
1.อาวุธปืนพกรีววอลเวอร์ ยี่ห้อ เทารัส ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
2.อาวุธปืนแบบออโตเมติก สีดำ ขนาด 7.65 จำนวน 1 กระบอก
3.เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด
4.เครื่องกระสุนปืนขนาด 7.65 จำนวน 8 นัด
5.เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 11 นัด
6.วิทยุสื่อสาร ยี่ห้อโมโตโร่ล่า จำนวน 1 เครื่อง
7.เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 2 ตัว
8.หน้ากากและอุปกรณ์กั้นเคมี จำนวน 1 อัน

โดยกล่าวหาว่า
“ร่วมกันมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,
ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร ,
ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
และมี ร่วมกันมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต

พฤติการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านความมั่นคงบริเวณดังกล่าว
พบรถยนต์ยี่ห้อ BMW สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน ฎศ-9700 กทม.
โดยมีนายบัณฑิตฯ เป็นผู้ขับขี่ และมีนายเอกชัยฯ นั่งมาด้วย
จึงได้เรียกขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางดังกล่าวข้างต้น
จึงได้ทำการจับกุมตัว นำส่ง พงส.สน.มักกะสันดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_342.html
76  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" ทนายความชื่อดังซัด กปปส.เป็นอันธพาลข้างถนน ร่วมมือกองทัพ เมื่อ: 5 มีนาคม 2014, 22:49:58
"โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" ทนายความชื่อดังซัด กปปส. เป็นอันธพาลข้างถนน
ร่วมมือกองทัพปกป้องอำนาจ "มือที่มองไม่เห็น"



เขียนโดย  Go6 TV




นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชื่อดังชาวแคนาดา
ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านกฏหมายให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เผยแพร่บทความชิ้นล่าสุดผ่านบล็อกส่วนตัว
โจมตีการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทย รวมถึง กองทัพ
โดยระบุทั้งสององค์กรกำลังมีความเคลื่อนไหวที่น่ากลัวและชั่วร้าย
เพื่อปกป้อง "อำนาจมืด" ของ "มือที่มองไม่เห็น" ในประเทศไทย
ผ่านทางกระบวนการกดขี่คุกคามประชาชนที่เห็นต่าง
พร้อมชี้ว่า พฤติกรรมโฉดของทั้งกกต.และกองทัพไทย
ขณะนี้ ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานของ "ประชาธิปไตยโดยพลเรือน"
ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

นายอัมสเตอร์ดัม ระบุว่า มีความพยายามจากบุคลากรในกองทัพไทย
ขณะนี้ที่มีการแจ้งความเอาผิดกับกลุ่ม
คนที่เห็นต่างทางการเมืองจำนวนหลายล้านคน
ที่ออกมาแสดงความปรารถนาในอัตลักษณ์ท้องถิ่น

โดยอัมสเตอร์ดัมอ้างว่า ความเคลื่อนไหวของประชาชนเหล่านี้
เป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงออกถึงความคับข้องใจ
ต่อการที่รัฐบาลและผู้นำทางการเมืองที่พวกเขาเลือกตั้งมา
ตามครรลองประชาธิปไตย ต้อง "ถูกโค่นอำนาจโดยมิชอบ" ครั้งแล้วครั้งเล่า

ทั้งนี้ ตัวการที่ทำให้เกิด "กระบวนการแบ่งแยก" ในประเทศไทยขณะนี้นั้น
แท้จริงแล้วคือ กลุ่มกปปส. หรือ "พวกอันธพาลตามท้องถนน"
ภายใต้การนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณและอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ที่ได้รับการหนุนหลังโอบอุ้มจากบรรดานายพลในกองทัพไทย
รวมถึง "มือที่มองไม่เห็น" ซึ่งต่อต้านประชาธิปไตย
และมุ่งหมายที่จะล้มล้างรัฐบาลพลเรือนที่ "เปี่ยมล้นไปด้วยความชอบธรรม"
ตามกฎหมายของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ขณะที่องค์กรอิสระซึ่งต้องมีความเป็นกลางแห่งนี้กำลังละทิ้งความเป็นกลาง
และเคลื่อนไหวเกินจากบทบาทตามกฏหมายของตัวเอง
ในการจัดการเลือกตั้ง
เห็นได้จากการที่กกต. ชุดนี้แสดงจุดยืนเข้าข้างม็อบข้างถนน
ที่ “ต่อต้านประชาธิปไตย” ของสุเทพ เทือกสุบรรณ
และไม่เต็มใจที่จะเดินหน้าจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย

ดังนั้น จึงไม่เกินเลยที่จะสรุปว่า กกต.ชุดปัจจุบันของไทยมีการทำงาน
ที่ "เลือกข้าง" อย่างชัดเจนและแฝงไปด้วย "อคติทางการเมือง"

นายอัมสเตอร์ดัมเผยว่า
ขณะนี้มีประชาชนอย่างน้อย 688 รายที่ถูกกกต.ดำเนินคดี
ในข้อหาหมิ่นประมาทจากการวิจารณ์การทำงานของกกต.
ที่มีการสอดส่องความคิดเห็นที่ไม่เข้าหูบน "โซเชียลมีเดีย"


ในตอนท้ายของบทความชิ้นนี้ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมสรุปว่า
กกต. ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า
"เครื่องมือกดขี่" ประชาชนคนไทยไปแล้ว

และความเคลื่อนไหวดังกล่าว
ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของอำนาจมืดหรือมือที่มองไม่เห็นนั่นเอง




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_9865.html
77  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "ธาริต"ตีปี๊บ!! พร้อมจับตัว"สุเทพ"ตามหมายศาล คดีสั่งสลายชุมนุมเสียชีวิต99ศพ เมื่อ: 5 มีนาคม 2014, 22:40:03
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ
กล่าวภายหลังศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ นายสุเทพเทือก สุบรรณ
อดีตรองนายกรัฐมนตรีและผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)
คดีการเสียชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน
ในเหตุการณ์ชุมนุมทางเมืองปี2553 จำนวน 99 ศพ ว่า
พนักงานสอบสวนจะประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติชาติ
ให้ร่วมติดตามจับกุมนายสุเทพเพื่อนำตัวส่งอัยการเพื่อฟ้องคดีต่อศาลตามหมายจับ
คดีดังกล่าวนายสุเทพเลื่อนนัดอัยการมาแล้ว4ครั้ง
อัยการจึงให้ดีเอสไอดำเนินการขอศาลออกหมายจับ



นายธาริต กล่าวว่า ตอนนี้นายสุเทพมีหมายจับติดตัว 3 หมายจับ คือ
คดีกบฎ
คดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.บริหารราชการณ์ในสถานการณ์ฉูกเฉิน(หมาย ฉ.)
และคดีการสลายการชุมนุมปี2553หรือคดี99ศพ

ทั้งนี้ได้หมายจับคดี 99 ศพ เป็นหมายจับที่แตกต่างจาก2หมายจับ
เนื่องจากหมายจับดังกล่าว
พนักงานสอบสวนต้องนำตัวผู้ต้องหาไปส่งอัยการฟ้องคดีต่อศาลทันที
เมื่อจับกุมตัวได้ ไม่ใช่การจับตัวมาสอบสวนในฐานผู้ถูกกล่าวหา
ดังนั้นในชั้นพนักงานสอบสวนและอัยการก็ไม่สามารถพิจารณให้ประกันตัวได้
แต่ผู้ต้องหาสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวได้



นายธาริต กล่าวว่า หมายจับการสั่งสลายชุมนุมมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ
ออกตามประมวลกฎหมายอาญาปกติ ไม่ได้ออกภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
ดังน้ันพนักงานสอบสวนมีอำนาจจับกุมนายสุเทพ
ตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาปกติ
ไม่ใช่การฝ่าฝืนคำสั่งศาลแพ่ง ที่สั่งคุ้มครองชั่วคราวไว้ก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามหมายจับคดีนี้ มีอายุความตามกฎหมายอาญาปกติ



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394025529&grpid=&catid=01&subcatid=0100
78  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ข่าวเด่นวันนักข่าว! "กนก รัตน์วงศ์สกุล" โพสต์ขู่เอาแบริเออร์ปิดปาก "คำ ผกา" เมื่อ: 5 มีนาคม 2014, 22:32:45


นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้บริหารและผู้ประกาศข่าวเครือเนชั่น
ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก
http://www.facebook.com/pages/Kanok-Ratwongsakul-Fan-Page/130660513618323
เมื่อวันที่5 มี.ค. มีเนื้อหาว่า

"กปปส.เคลื่อนขบวนปิดสรรพากร
ส่วนคปท. ขนแบริเออร์ไปปิดพรรคเพื่อไทย และคลุมป้ายพรรค
ถ้ามีแบริเออร์เหลือ..ผมขอยืมไปปิดปาก ยัยนมผกา ที่ช่องโว้ยหน่อยสิ
นักข่าว..ไม่มีสิทธ์ไปเดินชุมนุมหรือไง (วะ)
ถ้าเรามีข้อมูลมากพอจะรู้ว่า รัฐบาลเลวกำลังทำชั่ว!

"กลางวันกูเป็น ′มวลมหาประชาชน′
กลางคืนกูเป็น ′คนอ่านข่าวเลือกข้างตรงข้ามทรราช′
ผิดหรือวะ..ที่กูไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง?"


ทั้งนี้ ช่วงเช้าวันที่ 5 มี.ค. คำ ผกา ได้ร่วมจัดรายการดีว่าส์ คาเฟ่
เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี
โดยรายการดังกล่าวได้สนทนากันในประเด็น ความยากลำบากของนักข่าว
ในการนำเสนอข้อมูล ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง



<a href="http://www.youtube.com/v/Fb0HeGXfzpM?version=3&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/Fb0HeGXfzpM?version=3&amp;amp</a>


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1394026567&grpid=01&catid=&subcatid=
79  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ชมคลิป!กกต.สมชัย ถูกผู้สมัครส.ส.ใต้จาก"เพื่อไทย"บุกถามเรื่องการรับสมัครเลือกตั้ง เมื่อ: 5 มีนาคม 2014, 22:24:26


<a href="http://www.youtube.com/v/i2uCX9J1x1Q?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/i2uCX9J1x1Q?hl=th_TH&amp;amp</a>
โดยมติชนทีวี


ทั้งนี้ หลังจากให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จ
ได้มีผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ของ ส.ส.ทั้ง 28 เขตภาคใต้
ที่ยังไม่สามารถเปิดรับสมัคร ส.ส.ได้ จำนวน29 คน
ได้เดินทางมายังที่ทำการ กกต.แล้วเข้ามาทวงถาม
ความคืบหน้าในการรับสมัคร กับ นายสมชัย
เพื่อให้เร่งดำเนินการรับสมัคร ส.ส. โดย ผู้สมัครหลายคนต่างแสดงความไม่พอใจ
และขอให้กกต.เร่งเปิดรับสมัคร รวมถึงให้มีการเอาผิดกับการขัดขวางการรับสมัคร
ทั้งยังถามว่าทาง กกต.จะสามารถจัดการเลือกตั้ง พร้อมกับ สว.ได้หรือไม่

นายสมชัย ตอบคำถามผู้สมัคร โดยยืนยันว่าทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว
โดยได้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางอย่างเต็มที่
โดยมีคำสั่งไปยัง กกต.จังหวัดให้แจ้งความแล้ว
ส่วนเรื่องวันเลือกตั้งนั้น จะมีการพูดคุยกันในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ที่จังหวัดสงขลา
และขอให้ผู้สมัครดังกล่าวส่งตัวแทนไปเข้าร่วมชุมนุมด้วยจำนวน 5 คน
โดยภายหลังการพูดคุยกัน
ผู้สมัครหลายคนยังแสดงความไม่พอใจ โดยมีการตะโกนต่อว่า กกต.
ที่มีความพยายามในการถ่วงเวลารับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EQXlOak0yTWc9PQ==&subcatid=
80  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศาลออกหมายจับ “สุเทพ” เป็นคดีที่ 3 ฐานร่วมกับ “มาร์ค” สลายม็อบแดงปี 53 เมื่อ: 5 มีนาคม 2014, 22:19:18



เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ
ได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. 
ผู้ต้องหาในคดีที่ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
กระทำผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่า
กรณีออกคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.
ขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553
 
 โดยศาลพิเคราะห์คำร้องและพยานเอกสารจากผู้ร้องแล้ว
เห็นควรอนุญาตให้ออกหมายจับได้
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 
สำหรับหมายจับของนายสุเทพในคดีนี้ ถือว่าเป็นคดีที่ 3 แล้ว 
ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลได้ออกหมายจับนายสุเทพ
ในข้อหากบฏ และฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
 แต่การออกหมายจับในครั้งนี้
เป็นกรณีที่ดีเอสไอจะต้องติดตามตัวนายสุเทพมาให้อัยการ
เพื่อยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล ในคดีที่ร่วมกับนายอภิสิทธิ์
ฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่า
จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มนปช. ปี 2553

ซึ่งนายสุเทพได้ขอเลื่อนเข้าพบอัยการเพื่อยื่นฟ้องศาลมาแล้วถึง 4 ครั้ง 
โดยทางอัยการได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปขอหมายจับดังกล่าว



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EQXlOVEl3Tnc9PQ==&subcatid=
81  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ′ตาอยู่′ ธิปไตย หรือการปั้น ′น้ำ′ ให้เป็น ′นายกฯคนกลาง′? โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ เมื่อ: 4 มีนาคม 2014, 14:29:23



ผมไม่แน่ใจว่าสมัยนี้มีการเล่านิทานเรื่องตาอินกะตานาให้ฟังแค่ไหน
รู้แต่ว่าสมัยผมเด็กๆ ผมเกลียดตาอยู่

และเมื่อเทียบกับตาอินกับตานา จะพบว่าตาอินกับตานานั้นเสียปลาเพราะหลงเชื่อตาอยู่
อีกทั้งคุณตาทั้งสองสนใจแค่หาปลา และใช้เครื่องมือหาปลา

แต่ตาอยู่นั้นไม่ได้ใช้เครื่องมือทั่วไปในการหาปลา
แต่ใช้อำนาจ การหลอกลวง และความรัก-ความไว้ใจ
ที่ตาอินกับตานามีให้เพื่อแย่งปลาของตาอินกับตานา

นิทาน เรื่องตาอินตานาไม่ได้บอกว่า ตาอินกับตานาหลงเชื่อตาอยู่มากี่ครั้ง
(ผมคาดว่าครั้งเดียว) แต่ในสังคมการเมืองไทย เรามีนายกรัฐมนตรีคนกลางอยู่หลายครั้ง
จนแทบจะกล่าวได้ว่า นิ้วมือผมไม่พอจะนับ ...

คำจำกัดความของ "นายกฯคนกลาง" คืออะไร? เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก
ถ้าเรามองย้อนไปในประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยสมัยใหม่

การตั้งประเด็นเรื่องนายกฯคนกลางคืออะไร
จะทำให้เรามองเรื่องว่า "นายกฯคนกลางเป็นใคร?"

และเชื่อมโยงกับประเด็นว่า "นายกฯคนกลางนั้นมาได้อย่างไร?"

ที่สำคัญนายกฯคนกลางนั้นนอกจาก "มา" ได้อย่างไร?
แล้ว ยังต้องถามว่า "ไป" ได้อย่างไร?
และเขามีชีวิตอย่างไรเมื่อเขาเลิกเป็นนายกฯคนกลางแล้ว?


ถ้าจะนิยามคำว่านายกฯคนกลางในระดับที่กว้างที่สุด
อาจจะต้องนิยามว่า นายกฯคนกลางนั้นหมายถึงนายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
พูดง่ายๆ ว่าไม่ได้ลงเลือกตั้งเองนั่นแหละครับ
และถูกมองว่ามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ในแง่นี้ นายกฯคนกลางนั้นอาจจะมาจากการทำรัฐประหาร
(ในฐานะที่อ้างว่าคณะรัฐประหารนั้นมีความเป็นกลาง)
ทั้งที่สมาชิกคณะรัฐประหารเป็นเอง หรือคณะรัฐประหารแต่งตั้ง
หรือไปปรึกษาหารือใครมาจึงแต่งตั้ง หรือเสนอชื่อแต่งตั้ง

มีคำนิยามที่พอจะนำมาเทียบเคียงได้อีกชุดหนึ่ง
ในภาคผนวก จ ของหนังสือ วิวัฒนาการการเมืองการปกครองของไทย
ของ ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน (2550) ได้กล่าวถึง
"นายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ" (เดลินิวส์ 3 ตุลาคม 2549) ไว้อย่างน่าสนใจ
ซึ่งอาจจะไม่ได้กว้างถึงขั้นที่ผมมองว่าหัวหน้าคณะรัฐประหารที่เป็นนายกรัฐมนตรี
ก็ยังอ้างว่าตนเป็นคนกลาง หรือสถาบันทหารก็เป็น(คน)กลาง
แต่ในหนังสืออาจารย์ลิขิต ท่านให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า
นับตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อ 2475 เป็นต้นมา
มี "นายกรัฐมนตรีชั่วคราว" หรือ "นายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ" อยู่ 8 คน ได้แก่

1.พระยามโนปกรณ์ นิติธาดา (อดีตประธานศาลฎีกา) จากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (2475)

2.นายทวี บุณยเกตุ ระหว่างรอนายเสนีย์ ปราโมทย์ หัวหน้าเสรีไทยสายอเมริกากลับมา (2488)

3.นายควง อภัยวงศ์ โดยการรัฐประหาร (2490-2491)

4.นายพจน์ สารสิน โดยการรัฐประหาร (2500-2501)

5.นายสัญญา ธรรมศักดิ์ โดยการลุกฮือของประชาชน (2516-2518)

6.นายธานินทร์ กรัยวิเชียร โดยการรัฐประหาร (2519-2520)

7.นายอานันท์ ปันยารชุน โดยการรัฐประหาร (2534-2535 และจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535)

8.พล.อ.สรยุทธ์ จุลานนท์ โดยการรัฐประหาร (2549-2550)

ทีนี้เรื่องมันก็ไม่ง่ายนัก
ถ้าเราจะนับบรรดาหัวหน้าคณะรัฐประหารที่เป็นนายกรัฐมนตรีเสียเอง
ในฐานะนายกฯคนกลาง อาทิ
พระยาพหลพลพยุหเสนา (หลังการยึดอำนาจจากพระยามโนฯ)
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
จอมพลถนอม กิตติขจร
หรือแม้กระทั่ง พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

ถ้าเท่านี้ยังไม่พอ
เราอาจจะลองขยายความออกไปนับเอานายกฯที่ไม่ได้มาจากการ "ลงเลือกตั้ง"
(หรือไม่ได้เป็น ส.ส. จากการเลือกตั้ง) เป็นนายกฯคนกลาง
แม้ว่าการขึ้นสู่อำนาจดังกล่าวจะได้รับการรองรับโดยรัฐธรรมนูญในยุคสมัยนั้นๆ
หรือว่าง่ายๆ ก็คือสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งยังทำงาน
แต่เลือก/เชิญคนนอกเข้ามาเป็นนายกฯคนกลางในความหมายกว้าง
โดยรัฐธรรมนูญเปิดช่องเอาไว้ ได้แก่

(อนึ่ง ในกรณีของพระยาพหลฯ จอมพล ป. (ยุคแรก) นายทวี บุณยเกตุ
และนายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งท่านเหล่านี้แม้ว่าจะได้รับการเชิญให้มาเป็น
แต่ทว่าพวกเขาก็เป็นสมาชิกคณะราษฎรในยุคคณะราษฎรเรืองอำนาจอยู่แล้ว
ตัวผมเองยังไม่สามารถค้นข้อมูลในตอนนี้ได้ว่าพวกเขาเป็นสมาชิกสภาหรือไม่
แต่ที่แน่นอนคือพวกเขาไม่ใช่สมาชิกสภาในแบบเลือกตั้ง
แต่อาจจะเป็นสมาชิกสภาในแบบแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2475
ดังนั้น จะมองว่าเป็นนายกฯคนกลางตามคำนิยามของผมออกจะไม่สมบูรณ์นัก)

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ในสมัยเป็นผู้นำเสรีไทย (2488-2489)

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
(ตลอดช่วงแปดปี มีการยุบสภาหลายครั้งแต่ก็ได้รับเชิญกลับมาจาก ส.ส.ในสภา 2523-2531)

พล.อ.สุจินดา คราประยูร
(หลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยฝีมือพรรคสามัคคีธรรม 2535)

นายอานันท์ ปันยารชุน
(สมัยที่ 2 หลังพฤษภาทมิฬ โดยฝีมือนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานสภา 2535)

นอกจากนี้แล้ว ในการเมืองไทยในอดีต
เราอาจจะพบลักษณะของการที่ผู้นำที่มีอำนาจ ลาออกตามแรงบีบของรัฐสภา
แต่ถูกเลือกกลับมาใหม่โดยสมาชิกรัฐสภา
ซึ่งก็ต้องไปดูว่าในรอบเหล่านั้นพวกเขามาจากการเลือกตั้งหรือไม่
แต่ที่แน่ๆ เราไม่ควรนับจังหวะเวลาเหล่านั้นเป็นจังหวะเวลาของนายกฯคนกลาง
เพราะเขามีอำนาจในสภา ไม่ได้ถูกเชิญเข้ามา(อีกต่อไป)

ในแง่นี้นายกฯคนกลางจึงอาจจะมีสถานะของการเป็นคนกลางท่ามกลางความขัดแย้ง
และก็จะต้องมี "ลักษณะชั่วคราว" หรือขัดตาทัพของอะไรสักอย่าง
ดังนั้น การที่จะต่ออายุนายกฯคนกลางไปเรื่อยๆ นั้น
อาจไม่ใช่เป้าประสงค์ของการมีนายกฯคนกลางซะทีเดียว

หรือเราอาจพิจารณาแบบให้ซับซ้อนขึ้นได้ว่า
นายกฯคนกลางอาจจะมีลักษณะแบบที่ขัดตาทัพจริงๆ คือ
เข้ามาในช่วงเวลาหนึ่งที่ชัดเจน พร้อมมีเงื่อนไขบางอย่างที่จะอยู่และไป


นายกฯคนกลางแบบที่ทำท่าว่าจะอยู่ไปเรื่อยๆ
ซึ่งผมคิดว่าเข้าลักษณะของ พล.อ.เปรมในตอนท้าย คือ
เริ่มจากการเป็นคนกลาง
แต่ต่อมามีการพยายามแก้กฎระเบียบให้ พล.อ.เปรมอยู่ในตำแหน่งบางตำแหน่งนานกว่าปกติ
อาทิ กรณีต่ออายุราชการ และในตอนท้าย พล.อ.เปรมเอง
ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากประชาชนและนักวิชาการ
เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่รู้ว่า พล.อ.เปรมมีเป้าประสงค์ที่จะอยู่ในตำแหน่งนานแค่ไหน
เพราะการเลือกตั้งนั้นมีเพียงความหมายที่ว่าใครที่ได้รับเลือกนั้น
ก็จะต้องมีหน้าที่ไปเชิญ พล.อ.เปรมมาเป็นเท่านั้นเอง

เราจึงมาถึงหัวใจสำคัญของเรื่องนายกฯคนกลางว่าเขาจะต้องมีเงื่อนไขสำคัญก็คือ
ต้องมาท่ามกลางความขัดแย้ง และมาด้วยข้ออ้าง "ได้รับการยอมรับทุกฝ่าย" นั่นแหละครับ

เรื่องมันก็ไม่ได้ง่ายซะขนาดนั้น
เพราะในเงื่อนไขสถานการณ์จริงนั้น ความขัดแย้งที่จะนำมาสู่การมีนายกฯคนกลางนั้น
อาจจะมีมาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเอง
โดยไม่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ที่จะตกไปถึงนายกฯคนกลาง
หรืออาจจะเป็นความขัดแย้งที่มีเป้าประสงค์ที่จะทำให้นายกฯคนกลางนั้นสามารถขึ้นมาได้
และนายกฯคนกลาง รวมทั้งเครือข่ายกองเชียร์ของนายกฯคนกลางนั้น
ก็รู้อยู่แก่ใจดีว่า "หน้าต่างแห่งโอกาส" ที่จะนำพานายกฯคนกลาง
และเครือข่ายของเขาขึ้นสู่อำนาจนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ
หรือเป็นสิ่งที่พวกเขาแอบสร้างมันขึ้นมา
ซึ่งในอดีตนั้นไม่ค่อยเห็นการที่นายกฯคนกลางนั้นพยายามไปมีส่วนร่วม
หรือเออออไปกับกระบวนการปั้นน้ำให้เป็นนายกฯคนกลางเช่นนี้
เว้นแต่การที่ทหารจะอ้างตัวเองว่าเป็นคนกลางในการแก้ปัญหาแล้วไปเชิญใครมาเป็น
(ประเภทถ่ายคลิปวางแผนกันโจ๋งครึ่มไม่อายลูกอายหลานนี้หายาก)
หรือถ้าจะดูว่าใกล้เคียงที่สุดเห็นจะเป็นกรณี "เสียสัตย์เพื่อชาติ" ของ พล.อ.สุจินดานั่นแหละครับ
ที่ความนิยมตกลงอย่างรวดเร็วจากภาพลักษณ์ของคณะรัฐประหาร
ที่ไม่หวังผลประโยชน์ในนามของคนกลาง
แต่เมื่อจำต้องรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามคำเชิญของนักการเมืองที่เคยไปว่าว่าเขาโกง
งานนี้อยู่กันได้ไม่เท่าไหร่และสูญเสียชีวิตกันไปก็เยอะ

ปัญหาใหญ่ต่อมาก็คือ
เราจะวัดได้อย่างไรว่านายกฯที่เรียกว่าคนกลางนั้นได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย?


ในสมัยเก่าที่บุคลากรทางการเมืองนั้นมีความกล้าหาญในการพูดความจริงมากกว่าสมัยนี้
เราก็จะพบว่านายกฯคนกลางตัวแบบคลาสสิกแบบหนึ่งก็คือ
"รัฐบาลหอย" นั่นก็คือรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร คือ
อ้างเลยว่านายกฯธานินทร์นั้นเปรียบเสมือน "เนื้อหอย"
และคณะรัฐประหาร (สมัยนั้นเรียกคณะปฏิวัติ) เป็นเปลือกหอย ที่ปกป้องเนื้อหอยเอาไว้
(แต่ว่าไม่ได้อธิบายการรัฐประหารเนื้อหอยเองในปีถัดไป ที่เปลือกหอยขับเนื้อหอยออกไป)
สรุปง่ายๆ ก็คือ นายกฯคนกลางนั้นจะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายไหมอันนี้ไม่ทราบได้
แต่มีเปลือกหอยมาคุ้มครองนี่แหละสำคัญ

ย้อนมากรณีของ พล.อ.เปรมอีกครั้ง
การวัดการยอมรับของนายกฯคนกลางอาจจะวัดได้จากการที่ทหารนั้น
มีอิทธิพลในทางการเมืองอยู่มาก แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในฐานะของคณะรัฐประหาร
ซึ่งกรณีคลาสสิกก็คือสมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ
นั่นก็คือทหารไม่ได้แปลว่าจะต้องอยู่เบื้องหลังในสมัยนั้นในแง่คณะรัฐประหาร
แต่ต้องดูการสร้างเงื่อนไขเชิงสถาบันในแง่ที่ว่า
แม้ในทางหนึ่ง พล.อ.เปรมนั้นจะได้รับเชิญมาเป็นนายกรัฐมนตรีจากมติรัฐสภา
ตามที่ทำได้ในรัฐธรรมนูญ แต่ในอีกด้านหนึ่ง
พล.อ.เปรมก็ยังเป็นผู้บัญชาการทหารบกและทหารสูงสุด ในเวลาเดียวกัน
และยังมีการแต่งตั้งข้าราชการประจำมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและวุฒิสภา
รวมทั้งความพิเศษของการแก้ปัญหาทางการเมืองในยุค พล.อ.เปรม
ที่มีการอ้างคำว่า "ข้อมูลใหม่" ที่ทำให้นักการเมืองไม่กล้าหือกับ พล.อ.เปรม

ส่วนในกรณีของนายกฯสัญญา ธรรมศักดิ์ นั้น
อาจมีลักษณะที่แตกต่างจากกรณีนายกฯคนกลางทั่วไปในบ้านเรา
เพราะไม่ใช่นายกฯคนกลางที่ตั้งมาจากทหาร หรือสภา
แต่อย่างน้อยก็มีภารกิจที่ชัดเจน และมี "ที่ไป" ที่ชัดเจน


จะสังเกต "ทางลง" ที่ชัดเจนของนายกฯคนกลางสามคนที่ลงในแนวทางเดียวกัน ก็คือ
นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ซึ่งเป็นทางลงที่ดูดีมีเกียรติ แต่ในอีกทางก็คือ
สภาพของนายกฯคนกลางในตอนที่ลง นั้นล้วนเป็น "ขาลง" ทั้งสิ้น
ก่อนที่จะไปถึงทางลงดังกล่าว (แต่กรณีของ พล.อ.สุรยุทธ์นั้น สลับซับซ้อนกว่านั้น
เพราะทางลงของใครบางคนกลับถูกมองว่าเป็นทางขึ้นเข้าไปด้วย
แต่ก็นั่นละครับ จะเป็นทางขึ้นหรือทางลง
ความชอบธรรมในท้ายช่วงการบริหารของนายกฯคนกลางนั้นคล้ายกัน
และพบได้ว่าไม่ว่าจะอ้างอิงกับอะไรก็ตาม
ก็คงหลีกเลี่ยงกับกฎธรรมชาติแห่งความเสื่อมได้ยาก
และหากความดีของคนเหล่านี้จะมีให้เราจดจำก็เพราะสุดท้ายเขาไม่ฝืนกระแสที่จะอยู่ต่อ
และยอมรับที่จะก้าวลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนกลางนั่นแหละครับ

อีกกรณีที่ผมว่าน่าสนใจคือคุณอานันท์ ปันยารชุน
เพราะท่านเป็นนายกฯคนกลางที่ดูจะเป็นที่นิยมมากสุดสำหรับ "ทุกฤดูกาล"
ไม่ว่าจะเป็นนายกฯคนกลางของทหารในช่วงอานันท์ 1
หรือภายหลังพฤษภาทมิฬ ในสมัยอานันท์ 2

แต่อย่างน้อยคุณอานันท์ก็มีความชัดเจนในภารกิจ
และยอมรับว่าทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง
และที่สำคัญคือไม่พยายามให้ท้ายกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
รวมทั้งมีความชัดเจนว่าก่อนที่จะรับตำแหน่งนั้นคุณอานันท์ (ตามหลักฐานที่พบ)
ไม่ได้ไปมีส่วนในการปั้นนายกรัฐมนตรีคนกลาง(หรือตัวเอง)กับเขา
และสุดท้ายแม้ว่าจะมีความพยายามแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจมากมาย
หรือบริหารประเทศในนามของความเป็นกลาง
แต่เราก็ไม่พบความเป็นไปได้ในยุคของคุณอานันท์
ในการแก้กฎเกณฑ์ทางการเมืองให้ทุกฝ่ายยอมรับ หากพิจารณาถึงอานันท์ 1
ที่มาพร้อมกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 2535 ที่สุดท้ายก็ต้องปฏิรูปยกใหญ่ในปี 2540



และกรณีอานันท์ 2 ที่ก็ลงจากตำแหน่งด้วยการจัดเลือกตั้ง (ในยุคที่ไม่มี กกต.)
และหลังจากนั้นคุณอานันท์ก็เรียนรู้
ที่จะหาทางลงในแต่ละตำแหน่งอย่างไม่ทิ้งความขัดแย้งเอาไว้มาก
อย่างน้อยในกรณีล่าสุดก็คือการลงจากตำแหน่งปฏิรูปภายหลังจากการเลือกตั้ง เป็นต้น

ทางออกของสังคมสุดท้ายก็กลับมาที่กระบวนการทำงาน
และกำกับการทำงานของรัฐสภาด้วยการแก้หรือร่างรัฐธรรมนูญอยู่ดี
ไม่ใช่เรื่องของนายกฯคนกลางครับ
ทั้งกรณีการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ที่เปลี่ยนผ่านในสภาด้วยการมีสภาร่าง
หรือแม้กระทั่งฉบับ 2550 ที่ขึ้นต้นมาจากการรัฐประหาร
แต่สุดท้ายก็วัดกันด้วยประชามติที่แม้ว่าจะมีข้อถกเถียง
แต่การอ้างการยอมรับจากประชาชนก็จบลงที่เรื่องของการนับตัวเลขอยู่ดี

ในประเทศที่เราพยายามหาเยี่ยงอย่าง เขาแก้ปัญหาคนกลางด้วยการเจรจา
หรือพยายามเข้าถึงฐานเสียงที่อยู่ตรงกลางๆ มากกว่าขายความสุดขั้วของตนเอง
แต่ก็จบที่การเคารพเสียงผ่านการเลือกตั้งแหละครับ

มาจนถึงบรรทัดนี้ ผมได้ข้อสรุปว่า
นายกฯคนกลางเป็นจินตกรรมที่หลายคนชอบพูดถึง
อาจไม่ใช่เพราะเป็น "สิ่งที่ดี" หรือเป็น "สิ่งที่เลวน้อยที่สุด" อะไรหรอกครับ
แต่เป็นเพราะมองจากที่ไกลๆ แล้ว (ทั้งระยะห่างและระยะห่างในประวัติศาสตร์) "มันดูดี"

แต่ถ้าลองมองดูใกล้ๆ
สังคมไทยก็ต้องคิดดีๆ ว่านายกฯคนกลางนั้นแกเป็น "น้ำ" หรือ "ตาอยู่" กันแน่ครับผม



.............



(ที่มา:มติชนรายวัน 25 ก.พ.2557)




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393340187&grpid=&catid=02&subcatid=0207
82  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / การ์ด"อิสระ สมชัย"สุดโหดเหี้ยม! กระทืบยามโรงกลึง โยนแม่น้ำบางปะกง ฆ่าทั้งเป็น เมื่อ: 4 มีนาคม 2014, 12:44:01
เขียนโดย  Go6 TV





ยาม ถูก การ์ด กปปส.ทำร้ายแล้วนำมาทิ้งแม่น้ำบางปะกง ดังนี้

ผู้เสียหาย ชื่อ นายยืม วิลล่า อายุ33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.4 ต.ท่าแฝก อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตร์
ทำงานเป็นยามอยู่ที่ บ.โลหะกิจกลการ ถ.ลูกหลวง กรุงเทพ


พฤติการณ์ที่ถูกทำร้าย นายยืมฯให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า
ในวันที่ 24 ก.พ.57 หลังเลิกงานเวลาประมาณ 09.00 น.
นายยืมฯได้เข้าไปนั่งพักผ่อนที่สวนลุมพินีบริเวณโต๊ะหินใต้ต้นไม้
ห่างจากเต้นท์การ์ด กปปส.ประมาณ10เมตร
และห่างเวที กปปส.สวนลุมประมาณ 100 เมตร
ในระหว่างนั่งอยู่ได้มีการ์ด กปปส.2คน เข้ามาค้นตัว
พบบัตรสมาชิก นปช.ออกเมื่อปี53
จึงได้ควบคุมตัวไปที่เวที กปปส.สวนลุม
ให้นายอิสระ สมชัย แกนนำ กปปส.ทำการซักถามสอบสวน
มีการทำร้ายร่างกาย
หลังจากนั้นก็นำไปมัดไว้ในเต้นท์ การ์ดจนถึงวันที่1มี.ค.57
หลังเคารพธงชาติช่วงเย็น น. นายยืม ถูก การ์ด กปปส.มัดมือ มัดเท้า และเอาผ้าปิดตา
นำขึ้นรถออกเดินทางมาถึงบนสะพานทราบภายหลังว่าเวลาประมาณ 20.30 น.
และเป็นสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถ.บางนา-ตราด ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
 ในขณะที่ถูกมัดมือมัดเท้าและปิดตา
การ์ด กปปส.ได้นำนายยืมโยนทิ้งล่งสู่แม่น้ำบางปะกง
เนื่องจากเป็นเวลาน้ำขึ้นจึงยังไม่เสียชีวิตในขณะที่ตะเกียกตะกายจะจมน้ำ
ได้มีพยานขับเรือผ่านมาพบได้เข้าช่วยเหลือ
แล้วแจ้ง จนท.อาสากู้ภัยนำตัวส่ง รพ.บางปะกง
ขณะนี้มีอาการปอดฉีก ร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้าย นอนพักรักษาตัวที่ รพ.บางปะกง
โดยมี พ.ต.ต.สถาพร ฯ พงส.สภ.บางปะกง เป็นเจ้าของคดี




http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post_4.html
83  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ผบก.พะเยา แจงสวนสนาม สตบ.ใช้ธงชาติ-ตำรวจ ไม่ใช่ธงแดง เมื่อ: 3 มีนาคม 2014, 16:43:06



พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.ภ.จว.พะเยา

ชี้แจงเรื่องการสวนสนามของอาสาสมัครตำรวจบ้าน(สตบ.)พะเยา

ที่สนามโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม อ.เชียงคำ จ.พะเยา

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา

ว่าใช้ธงชาติไทยและธงสีเลือดหมู

ซึ่งเป็นสีเดียวกับสีประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ไม่ใช่ธงสีแดง

ดังที่มีการนำไปโพสต์ข้อความในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16Z3pOemcyTmc9PQ==&subcatid=
84  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ ดาราแนวร่วมเสื้อแดง จัดหนัก-วิพากษ์ยับดาราเวทีกปปส. ! เมื่อ: 3 มีนาคม 2014, 08:30:13




<a href="http://www.youtube.com/v/wd0GgYzv2sw?version=3&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/wd0GgYzv2sw?version=3&amp;amp</a>



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16YzNNelU0T0E9PQ==&sectionid=
85  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "ปิยบุตร" นักวิชาการดังมึนตึ้บ - สปป.ล้านนา โดนป้ายสีข้อหาแยกดินแดน ?? เมื่อ: 3 มีนาคม 2014, 08:27:00



หมายเหตุ : ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์และสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.)
โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอธิบายถึงจุดประสงค์การตั้งกลุ่ม "สปป.ล้านนา" ดังนี้

สปป.ล้านนา ย่อมาจาก สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ล้านนา
เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ เพื่อเป็นแนวร่วมสาขาในภาคเหนือ
(โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน) ของสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.)
ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๖

 ทั้ง สปป. และ สปป.ล้านนา มีวัตถุประสงค์ คือ
รณรงค์ให้การเลือกตั้ง ๒ ก.พ. ๕๗ สำเร็จ
และมีสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ เพื่อไปเลือก ส.ส.คนหนึ่งมาเป็นนายกรัฐมนตรี
และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ

ในงานวันเปิดตัว สปป ล้านนา
ผมและอาจารย์บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ เป็นตัวแทนจาก สปป
ขึ้นไปพูดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จากนั้น สปป ล้านนาก็จัดกิจกรรมต่อเนื่อง

วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๗
สปป ล้านนา จัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
มีอาจารย์วรเจตน์ อาจารย์สาวตรี อาจารย์ฐาปนันท์ อาจารย์ภิญญพันธ์
และผม ร่วมอภิปราย

พี่ๆเพื่อนๆที่ทำกิจกรรมกับ สปป ล้านนา
ก็เคยทำกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการในกรุงเทพฯมาโดยตลอด

สื่อมวลชนและกองทัพ ควรตรวจสอบข่าวและข้อมูลให้ถูกต้องด้วย

คณะรัฐบุคคล เตรียมการก่อการรัฐประหารชัดเจน ถ่ายทอดออกทีวี
มีคลิปมาฉายในเอเอสทีวี และในยูทู้บ แพร่หลาย
เข้าข่ายความผิดตาม ป อาญา มาตรา ๑๑๓ ชัดเจน
แต่กองทัพกลับไม่ทำอะไรเลย

สุเทพ เทือกสุบรรณ และพวก พยายามก่อการรัฐประหาร ยึดอำนาจ
เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ฉีกรัฐธรรมนูญ
ตั้งสภาที่มาจากการคัดเลือกกันเอง เข้าข่ายความผิดตาม ป อาญา มาตรา ๑๑๓ ชัดเจน
แต่กองทัพกลับไม่ทำอะไรเลย

สปป ล้านนา รณรงค์ให้มีการเลือกตั้ง ๒ ก.พ. ๕๗ ให้ได้สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่
เพื่อไปเลือก ส.ส.คนหนึ่งมาเป็นนายกรัฐมนตรี
และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ
แต่กลับถูกแจ้งข้อหาความผิดตาม ป อาญา มาตรา ๑๑๓ ๑๑๔ ฐานแบ่งแยกดินแดน

กองทัพไทยเก่งที่สุดในจักรวาล และเป็นกลางที่สุดในจักรวาล จริงๆครับ



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16YzRNVFk0Tnc9PQ==&sectionid=
86  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "สุเทพ" สุดเหิม! พิมพ์แสตมป์ชุดใส่ "หน้าสุเทพ" ประทับตรา "ประเทศไทย""สุเทพ" สุดเ เมื่อ: 3 มีนาคม 2014, 08:16:07
เขียนโดย  Go6 TV





กลุ่ม กปปส. สุดเหิมเกริม พิมพ์แสตมป์ที่ระลึก ใส่หน้าตัวเองลงไปในแสตมป์
พิมพ์อักษร "ประเทศไทย" ใช้รูป “กำนันสุเทพ” ในอิริยาบถต่างๆเป็นภาพบนแสตมป์
พร้อมเหตุการณ์สำคัญ  มีราคาดวงละ 3 บาท 6 บาท และ 10 บาท
โดยแสตมป์ชุดนี้จะมีปกสวยคุณภาพดีบรรจุอยู่ 
โดยมีราคาขาย ชุดละ 500 บาทถ้วน  มีตั้งแต่หมายเลขที่ 1 - 2,000
เลขสวย เลขตองจะใช้วิธีประมูล ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท/ชุด 
หากระบุหมายเลข ราคาที่ ๘๐๐ บาท/ชุด 
หากไม่ต้องการระบุหมายเลข ๕๐๐ บาท/ชุด

sheet 1-รูปกำนันสุเทพ
sheet 2- ธงชาติ
sheet 3- สถานที่-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
sheet 4- บุคคล
sheet 5- พร็อพ การชุมนุม
sheet 6- โปสเตอร์วันสำคัญในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้
ปกหน้า-กำนันสุเทพ   
ปกหลัง-โปสเตอร์วันสำคัญและวลีเด็ดๆในเหตูการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้

ซึ่งโดยหลักของการจัดทำแสตมป์ ประเทศไทยนั้น
ปกติ จะใช้พระบรมสาทิสลักษณ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ 
พระบรมวงศานุวงศ์ เป็นหลักเสมอ

ในกรณีบุคคลทั่วไปนั้น เคยมีบุคคลสำคัญที่ได้รับเกียรติพิมพ์ภาพบนแสตมป์
ก็อาทิเช่น อดีตนายกรัฐมนตรี
อดีตนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิค
และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ
แม้หากเป็นแสตมป์การกุศล
ก็มักจะเป็นภาพชุดด้านศาสนา สถานที่สำคัญ หรือเทศกาลสำคัญเท่านั้น



http://www.go6tv.com/2014/03/blog-post.html
87  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / พิมล ศรีวิกรม์ พี่ชาย ′ทยา ทีปสุวรรณ′ เสียใจ น้องเป่านกหวีดไล่ ′หญิงอ้อ′ เมื่อ: 2 มีนาคม 2014, 21:59:57
พิมล ศรีวิกรม์ พี่ชาย ′ทยา ทีปสุวรรณ′
เสียใจ น้องเป่านกหวีดไล่ ′หญิงอ้อ′ เผยแม่เคยเตือนแล้ว(ชมคลิป)






<a href="http://www.youtube.com/v/58ZSsHh0HvQ?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/58ZSsHh0HvQ?hl=th_TH&amp;amp</a>


โดย มติชนทีวี

Published on Mar 1, 2014
 
 
นายพิมล ศรีวิกรม์ พี่ชายของนาง ทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.
เปิดเผยถึงเหตุการณ์คนร้ายบุกยิงบ้านพัก ที่จ.นครราชสีมาของคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์
ซึ่งเป็นมารดาของ นายพิมล และ นางทยา ทีปสุวรรณ เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า
มีการยิงเข้ามาในบ้านเวลาประมาณตี 2 โดยมารดาได้โทรมาแจ้งในช่วงเช้า
ซึ่งตนยังไม่ได้เข้าไปในที่เกิดเหตุ ทราบว่ามีบ้านพัง
โดยเมื่อวันก่อนได้มีการโยนปะทัดยักษ์ เข้าไปในบ้านของมารดา ในกรุงเทพฯ
ที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนางทยา แกนนำกลุ่ม กปปส. เข้าไปพัก
โดยนายพิมล ยังขอให้สังคมเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวเป­็นเรื่องตัวบุคคล

นายพิมล เปิดเผยว่า ความใกล้ชิดของตระกูลศรีวิกรม์ นั้น
ทางคุณแม่มีความสนิทสนมกับคุณหญิงพจมานเป็นอย่างดี
โดยคุณแม่ไม่ได้ยุ่งการเมือง และได้โทรไปขอโทษคุณหญิงพจมานแล้ว
 ยืนยันว่าตนและมารดา ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนางทยา
ที่ไปเป่านกหวีดไล่ คุณหญิงพจมาน
เพราะเป็นการยั่วยุและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง

นอกจากนั้นยังถือเป็นความรุนแรงอย่างหนึ่ง
อย่างไรก็ตามในส่วนของเหตุความรุนแรงที่ผ่านมานั้น
ตนไม่อยากสันนิษฐานว่าเหตุที่เกิดที่ จ.นครราชสีมา เกิดจากเหตุใด


คลิกอ่าน+ชมคลิปเพิ่มเติม 
คลิป กปปส.เป่านกหวีดไล่ ′คุณหญิงพจมาน′ กลางห้างฯดัง
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393464118&grpid=&catid=01&subcatid=0100   




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393760180&grpid=&catid=01&subcatid=0100
88  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / คำขู่ นปช.-เพื่อไทย ถึงอำมาตย์ แผนรบขั้นแตกหัก ลากไทยสู่ Civil War !! เมื่อ: 2 มีนาคม 2014, 21:40:07


อาจเป็นเพราะ จ.เชียงใหม่เป็นบ้านเกิดของครอบครัวชินวัตร


ทุกครั้งที่ครอบครัวนี้ประสบวิกฤตการเมือง
จึงหลบลมร้อน ลมหนาว ใช้ จ.เชียงใหม่เป็นที่พิงหลังทุกครั้ง

"สมชาย วงศ์สวัสดิ์" นายกรัฐมนตรี คนที่ 26 เขยของตระกูลชินวัตร หลบ

มรสุมการเมืองไป จ.เชียงใหม่ ก่อนพรรคพลังประชาชนถูกยุบ 1 วัน

จากนั้นครอบครัวนี้ก็ถูกเว้นวรรคจากอำนาจการบริหารประเทศไปนานถึง 2 ปีกว่า

เช่นเดียวกับ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
วันนี้ถูกไล่ต้อนบนกระดานการเมือง
จากม็อบข้างถนน และตุลาการภิวัตน์ จนไม่เหลือพื้นที่ให้ยืนอย่างสง่าผ่าเผย
นายกฯ คนที่ 28 จึงลี้ภัยการเมือง กลับไปตั้งหลักยังบ้านเกิดอีกครั้ง

ส่วนจะแพ้พ่ายภัยการเมือง เหมือน

นายกฯพี่เขยหรือไม่...ยังไม่มีใครรู้

ทั้งแกนนำ-แกนในของ "ยิ่งลักษณ์" ใกล้ชิด "สมชาย"
หรือสายตรง "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ คนที่ 23
ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
ลำพังม็อบข้างถนน อย่างกลุ่ม กปปส.ไม่ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ระคายเคือง

แต่สิ่งที่จะชี้ชะตาตระกูลชินวัตรว่าจะอยู่หรือไป
บนเส้นทางอำนาจ ก็คือ "องค์กรอิสระ"

วันนี้คดีการเมืองในมือขององค์กรอิสระที่จ่อคอหอย
รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" และพวก มีอยู่หลายกระทง

ไม่ว่าในมือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)
หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

คดีในมือ กกต. "ยิ่งลักษณ์" ยังต้องลุ้นข้อกล่าวหา 2 ข้อกล่าวหาหนัก
แนวโน้มอาจมีสิทธิโดนลงโทษได้

1.กรณีใช้ทรัพยากรของรัฐในช่วงที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างจังหวัด
ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้ง

2.กรณีมอบเงิน 5 ล้านบาทให้ญาติตำรวจที่เสียชีวิต
จากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
ว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า
ด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.หรือไม่

เพราะอยู่ในช่วงพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง
ซึ่งมีข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งไว้ชัดเจนว่า การมอบสิ่งของ
หรือผลประโยชน์ใด ๆ เสี่ยงต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้ง


โดย นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย
ระบุว่ามีผู้ร้องกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในกรณีเดียวกันหลายคน
กกต.จึงให้รวม 2 เรื่องมาเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งขณะนี้สำนวนดังกล่าว
ขั้นตอนอยู่ในชั้นคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
และการได้มาซึ่ง ส.ว. กำหนดเพียงว่า "ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า"

แค่ "เชื่อได้ว่า" ไม่ต้องชัดแจ้ง-ชัดเจน ว่าการกระทำของ "ยิ่งลักษณ์"
เข้าข่าย "ทุจริต" เลือกตั้ง กกต.ก็สามารถเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
หรือให้ใบแดง "ยิ่งลักษณ์" ได้แล้ว ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 116


เพราะในกรณีของ "ยิ่งลักษณ์" เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ
ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย กกต.ไม่สามารถสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
หรือให้ใบเหลืองได้ เนื่องจากมาจากบัญชีรายชื่อ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
ดังนั้นถ้า กกต.เห็นว่า "ยิ่งลักษณ์" ผิด มีอันสิ้นชื่อจากหน้าที่การเมืองโดยปริยาย

ด้านคดีที่อยู่ในมือ ป.ป.ช.มีเพียงข้อหาเดียว
แต่แกนนำในฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยมองว่า อันตรายที่สุดคือ
กรณีที่ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา "ยิ่งลักษณ์"
ว่ามีพฤติการส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย
และกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีเหตุควรสงสัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ปล่อยให้มีการทุจริต
ในโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าว
โดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่นั้น

โดยกระบวนการ แม้ "ยิ่งลักษณ์" ส่งตัวแทนไปรับทราบข้อกล่าวหา
แต่ต้องมาคัดสำเนาข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง
จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแก้ข้อกล่าวหากับ ป.ป.ช.โดยจะมาชี้แจงด้วยตัวเอง
หรือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้

หากเหตุผลที่ "ยิ่งลักษณ์" ชี้แจงฟังไม่ขึ้น
ป.ป.ช.ก็จะปฏิบัติการ "ลงดาบ" ชี้มูลความผิด
พร้อมส่งเรื่องไปให้วุฒิสภาถอดถอน
และ "ยิ่งลักษณ์" ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรค 4
ที่ระบุว่า "ถ้า ป.ป.ช.มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
กึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ว่าข้อกล่าวหาใดมีมูล
นับแต่วันดังกล่าว ผู้ดำรงตำแหน่งที่ถูกกล่าวหาจะปฏิบัติหน้าที่มิได้จนกว่าวุฒิสภาจะมีมติ"

กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่เกิน 45 วัน เป็นอันรู้เรื่องว่า
"ยิ่งลักษณ์" จะยังมีลมหายใจอยู่บนถนนการเมืองหรือไม่

เป็น 3 คดีที่อยู่ในมือของ 2 องค์กรอิสระที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย "ยิ่งลักษณ์"

แต่สถานการณ์ของ "ยิ่งลักษณ์" และพรรคเพื่อไทยในวันนี้
แตกต่างกับวันพ่ายแพ้ของ "สมชาย" และพรรคพลังประชาชน

เพราะ 5 ปีก่อน "สมชาย" และพรรคพลังประชาชน
ไม่ได้มีมวลชนเสื้อแดงที่แข็งแกร่งอย่างในปัจจุบัน
ยุทธวิธีรบใต้ดินยังไม่ถูกนำมาใช้ห้ำหั่นในเกมการเมืองแบบนอกกรอบ

แต่ 5 ปีหลังจากนั้น คนเสื้อแดงในนาม
"แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.)
ได้บ่มความแค้น ผ่านลมแดดการเมือง กระทั่งแข็งแกร่ง


วันนี้ นปช.จึงประกาศลั่นกลองรบ ปกป้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์
มิให้เผชิญชะตากรรมเฉกเช่นรัฐบาลสมชาย
ต้องล้มพ่ายให้กระบวนการตุลาการภิวัตน์ เหมือนเมื่อ 2551

แผนข่มขู่อำมาตย์-ศัตรูผู้อยู่ฝ่ายตรงข้ามพรรคเพื่อไทยจึงถูกปลุกเร้าขึ้น
ผ่านอีเวนต์ซักซ้อม "เปิดกรุงเทพฯ" ของ นปช.
ในวันที่ 1-2 มี.ค.ที่ จ.อุดรธานี และ จ.ขอนแก่น
เพื่อแสดงพลังให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่า สงครามครั้งนี้
พรรคเพื่อไทย และ นปช.เอาจริง มิได้จำยอมเหมือนยุครัฐบาลสมชาย
ไม่ให้องค์กรอิสระมาล้มรัฐบาลได้อีก

สายโทรศัพท์ของ "สาโรจน์ หงษ์ชูเวช" รองผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย
แทบไม่ว่างเว้น มีทั้งสายโทร.เข้า- โทร.ออก คอยเป็นเซ็นเตอร์จัดอีเวนต์ดังกล่าว
เคียงข้างกับแกนนำเสื้อแดง อย่างจตุพร พรหมพันธุ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

"ณัฐวุฒิ" เปิดเผยแผนซักซ้อม "เปิดกรุงเทพฯ"
พร้อมลอง "ชัตดาวน์" องค์กรอิสระ กกต.-ป.ป.ช.ตามต่างจังหวัด ว่า

รูปแบบการเคลื่อนไหวนั้น ได้นัดหมายในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 1 มี.ค.
จะเชิญชวนพี่น้องชาวอุดรธานี ชาวจังหวัดใกล้เคียง มารวมพลังกัน
ที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี โดยจะเปิดเวทีปราศรัย
สลับกับการพูดจาทางวิชาการให้ความรู้ การแสดงดนตรี
หรือการแสดงอื่น ๆ บนเวที ที่สอดคล้องกับแนวทางการต่อสู้
ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ข้ามคืนไปจนถึงเช้าวันที่ 2 มี.ค.
จากนั้นขึ้นขบวนรถไม่เกินเวลา 09.00 น.ออกจาก จ.อุดรธานี มุ่งหน้าไป จ.กาฬสินธุ์

"จากนั้นมุ่งหน้าสู่มหาสารคาม เคลื่อนผ่านถนนเส้นใจกลางเมือง
แต่ถ้าหากมีทำเลเหมาะสม ก็อาจแบ่งกำลังซ้อมล้อมไว้บ้าง
แต่กำลังส่วนใหญ่จะมุ่งตรงไปยัง จ.ขอนแก่น จะมีเวทีเหมือนกับที่จัดที่อุดรธานี
และอยู่ที่นั่นจนเช้าของวันรุ่งขึ้น ร้องเพลงชาติร่วมกัน
หลังจากยุติเคลื่อนพลในภาคอีสาน ในสัปดาห์ถัดไป
ถ้าสถานการณ์ยังทำได้ เราก็จะซ้อมที่ภาคเหนือ ใน จ.ลำพูน และเชียงใหม่"

ตั้งเป้าว่ามียอด นปช.เข้าร่วมไม่ต่ำกว่าเวทีละ 50,000 คน

อย่างไรก็ตาม "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" รมว.มหาดไทย
และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
บอกเหตุผลที่มา-ที่ไปแผน "เปิดกรุงเทพฯ" ของเสื้อแดง-เพื่อไทย
ว่า "เราพยายามถอยที่สุดแล้ว การที่คุณยิ่งลักษณ์ถอยยุบสภา
ก่อน กปปส.เคลื่อนทัพในวันที่ 9 ธันวาคม ก็เพราะไม่ต้องการให้เขาเคลื่อน
แต่เขากลับเคลื่อน ก็แสดงว่าเขาไม่เอาเลือกตั้งแล้ว
เพราะเขารู้ว่าเลือกตั้งก็แพ้ อย่างนี้มันจะจบได้อย่างไร
บอกให้นายกฯลาออก ก็รัฐธรรมนูญไม่เปิดช่อง
นายกฯถึงบอกว่าจะอยู่จนถึงนาทีสุดท้าย
เขาก็รอให้ทหารปฏิวัติ ทหารก็ไม่ยอมปฏิวัติ
เพราะเห็นอยู่แล้วว่าปฏิวัติแล้วตัวเองเป็นอย่างไร
พล.อ.สพรั่งกัลยาณมิตร อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 นำกำลังมายึดอำนาจปี 2549
วันนี้เป็นอย่างไร กันยายนนี้ ผู้บัญชาการทหาร 3 เหล่าทัพเกษียณกันหมด
เขาเลือกอยู่เฉย ๆไม่ดีกว่าเหรอ"

"หากเทียบเคียงประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
ประเทศไทยก็กำลังขับเคลื่อนเช่นเดียวกับการปฏิวัติฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1789
มองเตสกิเออ นักปราชญ์ฝรั่งเศส บอกว่า
ไม่มีความเลวร้ายใดที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้าย
ที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจทางกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรม
แสบที่สุด นี่คือก่อนปฏิวัติฝรั่งเศส เหมือนกับไทยตอนนี้
เป็นสงครามระหว่างชนชั้น มีการใช้กระบวนการยุติธรรม
มาเป็นเครื่องมือทำร้ายอีกฝ่าย จนประชาชนรับไม่ได้"

"และขณะนี้นอกจากใช้กระบวนการยุติธรรมทำร้ายกันแล้ว
ยังมาปิดสถานที่ราชการต่าง ๆ ทำให้รัฐบาลง่อยเปลี้ย
ดังนั้น เมื่อ นปช.รับไม่ได้กับการปิดกรุงเทพฯของ กปปส.ก็อาจเข้ามาเปิดกรุงเทพฯ
และอาจเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นได้
ถึงเวลานั้น พรรคเพื่อไทยก็ไม่สามารถห้าม นปช.ได้
เพราะ นปช.มองไปไกลกว่าที่เราจะไปห้ามแล้ว"


"วันนี้ประเทศแบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน แม้ไม่มีใครต้องการแบ่งแยกประเทศ
แต่พฤติกรรมของคนวันนี้กำลังแบ่งประเทศชัดเจน
ผมกับท่านยิ่งลักษณ์ไม่สามารถเดินทางไปภาคใต้
ได้ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ไม่สามารถไปภาคเหนือได้เหมือนกัน
สถานการณ์เช่นนี้ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะจบ
ทางออกของวิกฤตความขัดแย้งคือจัดการเลือกตั้งให้จบ
เพราะบัตรเลือกตั้งแข็งแกร่งกว่ากระสุนปืน
แต่วันนี้กลับมีพฤติกรรมไม่เอาการเลือกตั้งเกิดขึ้น
ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เช่น จ.ระยอง จ.สมุทรสงคราม
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่รู้ปัญหาจะจบอย่างไร"

ความเห็นที่ "ยิ่งลักษณ์" อาจจบเส้นทางการเมืองโดยกระบวนการกฎหมาย
สอดรับกับแหล่งข่าวฝ่ายกฎหมายระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย
วิเคราะห์ชะตากรรม "ยิ่งลักษณ์"อยู่ที่คำตัดสินขององค์กรอิสระ
โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ว่า "ท่านไม่รอดหรอก"

เช่นเดียวกับวงวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองลับ ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค
ช่วงค่ำวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อันมีแกนนำระดับคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมวง
หนึ่งในนั้นคือ
"คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์" อดีตภรรยา "พ.ต.ท.ทักษิณ"

ที่วิเคราะห์ว่า
นอกจาก "ยิ่งลักษณ์" จะอยู่ในสถานการณ์ที่ "รอดยาก" แล้ว
เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลจนทำให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
การจะให้รองนายกฯ คนที่ 1 อย่าง "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล"
รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ขึ้นมาทำหน้าที่แทน
อาจถูกโต้แย้งในข้อกฎหมายจากฝ่ายตรงข้ามได้อีก

เนื่องจากตำแหน่งนายกฯ ต้องเป็น ส.ส.
ซึ่งขณะนี้ "สุรพงษ์" ไม่ได้เป็น ส.ส.แล้ว
ก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่นายกฯ รักษาการได้

เป็นเจตนาที่ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศ
บีบให้ประเทศเข้าสู่ทางตัน ไม่มีนายกฯ ไม่มีรัฐบาล

เพื่อทำให้เข้าสู่กระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีคนกลาง
และแผนการ "เปิดกรุงเทพฯ" ที่มีการซักซ้อมกันในต่างจังหวัด
ช่วงต้นเดือนมีนาคม จะถูกนำมาใช้กับสถานการณ์จริงที่กรุงเทพฯ

ถึงวันนั้น คำขู่เพื่อไทย-นปช.ที่จะทำให้ไทยเกิดสงครามกลางเมือง
หรือ Civil War อาจเป็นจริง !!!



http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1393747717
89  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ดีเอสไอขอหมายจับ ‘สุเทพ’ คดี 99 ศพ นำตัวส่งฟ้อง อังคารนี้ เมื่อ: 2 มีนาคม 2014, 21:11:17


เมื่อวันที่ 2 มี.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนเสียชีวิต
จากการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 ว่า ภายในสัปดาห์หน้าคาดว่า
วันอังคารพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปยังศาลอาญา
เพื่อขอให้ออกหมายจับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี
และอดีตผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว
โดยการขอหมายจับครั้งนี้เป็นการขอหมายจับเพื่อนำตัวมาฟ้อง
ตามคำสั่งของพนักงานอัยการ ไม่ใช่การขอหมายจับ
เพื่อนำตัวมาสอบสวนในชั้นพนักงานสอบสวน
โดยปกติแล้วศาลจะพิจารณาออกหมายจับลักษณะดังกล่าว
ซึ่งผู้ต้องหาต้องยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้
ต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอปล่อยตัวชั่วคราว 
 
 นายธาริต ยังกล่าวถึง
กรณี ศรส.ให้ดีเอสไอจะออกหมายเรียกแกนนำ กปปส.กว่า 50 คน เป็นครั้งที่ 3
เพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีร่วมกันเป็นกบฎว่า
ในวันอังคารดีเอสไอจะออกหมายเรียกไปยังผู้ถูกกล่าวกว่า 50 คน อีกครั้ง
และหลังจากหนังสือราชการหรือหมายเรียก ส่งไปยังผู้ถูกกล่าวหาครบแล้ว
พนักงานสอบสวนจะให้เวลาอีก 10 วัน ในการชี้แจ้ง อย่างไรก็ตาม
ขอยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้ออกหมายเรียกเฉพาะนายณัฏฐพล และนางทยา ทีปสุวรรณ
ที่ไปเป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจามาน ณ ป้อมเพชร แต่ขอหมายทั้งหมด
อีกทั้งบุคคลทั้ง 2 คน เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ดีเอสไอออกหมายเรียกไปแล้วก่อนหน้านี้




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16YzJNalk1T0E9PQ==&subcatid=
90  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ′เสื้อแดง′ เข้าโหมดสู้รบ นปช.ลั่นกลอง-จ่อกรุง? ดับเครื่องชน ′ม็อบสุเทพ′ เมื่อ: 2 มีนาคม 2014, 14:58:23
ในประเทศ


สถานการณ์การเมืองถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ

ภายหลังกลุ่ม กปปส. ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชนปักหลักปิดกรุงเทพฯ
ขับไล่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มานาน 4 เดือนเต็ม

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นปช.คนเสื้อแดงนัดรวมตัวแกนนำระดับภูมิภาคทั่วประเทศ
ภายใต้ชื่อกิจกรรม "ลั่นกลองรบ"



นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ประกาศจุดประสงค์การชุมนุม 3 ข้อ

เพื่อร่วมหารือแนวทางต่อสู้รักษาประชาธิปไตย
สนับสนุนการเลือกตั้งให้เสร็จสมบูรณ์โดยเร็ว และกำหนดแนวทางเคลื่อนไหวมวลชน

เปิดโอกาสให้แกนนำแต่ละภูมิภาคปราศรัยเสนอแนะแนวทางต่อสู้

ก่อน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกล่าว
สรุปว่า สถานการณ์ขณะนี้เข้มข้นและแหลมคมที่สุดตั้งแต่มีคนเสื้อแดงมา

เมื่อฝ่ายตรงข้ามกดขี่เหยียบย่ำ คนเสื้อแดงจึงไม่อาจนิ่งเฉย

เตรียมเข้าสู่สถานการณ์สู้รบร้อยเปอร์เซ็นต์

แกนนำ นปช. ประกาศยุทธศาสตร์ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ระบุให้นายกรัฐมนตรียืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
อย่าลาออกเด็ดขาด และให้แสดงอารยะขัดขืน
ไม่ยอมรับการวินิจฉัยใดๆ ที่ขาดความยุติธรรมและสองมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม ข้อที่ฝ่ายตรงข้ามนำไปโจมตีว่าต้องการแบ่งแยกประเทศคือ

ข้อที่แกนนำขอให้รัฐบาลพิจารณาสถานที่ทำงานที่จำเป็น
ในภาคเหนือหรืออีสาน จัดตั้งกองกำลัง เมื่อเกิดสถานการณ์คับขันและหากเลวร้ายถึงที่สุด

ให้จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นทันที



นอกจากยุทธศาสตร์ข้างต้น

แกนนำ นปช. ยังกำหนดแนวทางต่อสู้ 15 ข้อ ประกอบด้วย

ถ้ามีการนัดหมายเคลื่อนขบวน ให้คนเสื้อแดงเคลื่อนไหวแบบอิสระ
เพราะศาลแพ่งวินิจฉัยในกรณีของกลุ่ม กปปส. แล้ว
ซึ่งต้องคุ้มครองแนวทางของ นปช. ด้วย

จัดตั้งกองกำลังชายฉกรรจ์แต่ละจังหวัดไม่ต่ำกว่า 100 คน
เพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชน ประสานงานกับเครือข่ายประชาธิปไตยทุกกลุ่ม

ให้เผยแพร่รายชื่อผู้เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย เพื่อโจมตีทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ

ให้ครอบครัวทหาร-ตำรวจเร่งทำความเข้าใจให้ออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
จัดตั้งเครือข่ายลูกเมียทหาร-ตำรวจเพื่อทำงานสื่อสารมวลชนในที่ตั้งของตนเอง

ตั้งเวทีชุมนุมรอบปริมณฑลเพื่อกดดัน กปปส. ไม่ให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

จัดตั้งหน่วยนักรบไซเบอร์
เมื่อสถานการณ์คับขัน ต้องเข้ากรุงเทพฯ ให้ชัตดาวน์องค์กรอิสระทั้งหมด

จัดตั้งองค์กรเงาคู่ขนานไปกับองค์กรหลักที่รับใช้เผด็จการ
ทำหน้าที่ตอบโต้ทุกประเด็น ตั้งคณะกรรมการส่งเสริมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

รณรงค์ต่อต้านรัฐประหารเต็มรูปแบบ
จัดตั้งหน่วยเฝ้าระวัง ติดตามพฤติกรรมรอบค่ายทหาร
จัดหาสถานที่หลบภัยในยามตั้งรับถอยร่น

ให้คนเสื้อแดงสู้เต็มที่ เตรียมทุกสิ่งให้พร้อมสรรพ ทุกสิ่งที่ควรมี
ต้องมีและจำเป็นต้องมี ตามความเหมาะสมของสถานการณ์




แกนนำวิเคราะห์การเมืองว่า

ฝ่ายอำมาตย์ มีความมุ่งมั่นไปสู่จุดแตกหัก
เพื่อทำลายล้างตระกูลชินวัตร พรรคการเมือง และ"ระบอบทักษิณ"ทั้งหมด

ต้องการทำลายล้างกระบวนการประชาธิปไตย
โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ฝ่ายอำมาตย์ไม่สามารถเอาชนะได้
ดังนั้น ถ้าจะขจัดอิทธิพลทักษิณ จะมีเลือกตั้งไม่ได้

การเสนอให้"ปฏิรูป"ก่อนเป็นกลลวงเพื่อหยุดยั้งกระบวนการประชาธิปไตย หยุดการเลือกตั้ง

และเนื่องจากการทำรัฐประหาร
โดยกองทัพถูกต่อต้านจากประชาชนและสังคมโลก จึงต้องยึดอำนาจโดยวิธีอื่น

เป็นที่มาของการเสนอยุทธศาสตร์
"ปฏิวัติประชาชน-ปฏิรูปประเทศไทย" ใช้มวลมหาประชาชนยึดอำนาจรัฐ

แต่ก็ยังต้องการให้ทหารสนับสนุนทั้งทางตรง คือ ทำรัฐประหารเอง

และทางอ้อม คือ คุ้มครองประชาชนที่ลุกขึ้นสู้

ไม่ร่วมมือกับรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ ช่วยสนับสนุนทางลับ เช่น
เป็นการ์ดคุ้มกัน คุ้มครองมวลชนลุกขึ้นสู้ในเมือง
กดดันรัฐบาลยาวนาน รอคอยโอกาสเกิดความรุนแรง

การใช้องค์กรอิสระบวกกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ
กำจัดฝ่ายประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือที่ได้ผลมาร่วม 10 ปี
และยึดโยงกับเครือข่ายอำมาตย์แน่นหนาลึกซึ้ง

เมื่อไม่สามารถยึดอำนาจได้ก็ใช้ทฤษฎี "มะม่วงหล่น"
ยึดฐานที่มั่นในเมือง รบแบบจรยุทธ์ สะสมอาวุธและยกระดับมวลชน

การอ้างเป็นขบวนการสงบ สันติ
ทั้งที่โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาวุธ เป็นกลยุทธ์ป้องกันฝ่ายต่างๆ
ไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับตนเอง

พร้อมกันนั้นก็ยิงนก 2 ตัวด้วยกระสุนนัดเดียว คือให้ทหารคุ้มครองตนเองด้วย
และอาจได้นกตัวที่ 3 ถ้าหากสถานการณ์บานปลาย

กองทัพก็จะออกมาทำรัฐประหาร



สําหรับฝ่ายประชาธิปไตย หลังชนะเลือกตั้ง
ความพยายามเปิดเกมรุกทางการเมืองไม่เคยสำเร็จ
เพราะถูกสกัดการใช้อำนาจโดยองค์กรอิสระและตุลาการ

ฝ่ายประชาชนถูกคุมขังยาวนาน

ฝ่ายประชาธิปไตยเปลี่ยนสถานะจากรุกมาเป็นรับและถอยร่น
ต้องยุบสภาและเผชิญคดีความหนักหน่วง

ขณะที่ฝ่ายอำมาตย์เตรียมตัวสู้รบใหม่ทันทีหลังแพ้เลือกตั้ง
แต่ฝ่ายประชาธิปไตยไม่คิดถึงการต่อสู้ในลักษณะสู้รบแตกหัก
ยังคิดลักษณะประนีประนอม ใช้การเจรจาเป็นหลัก

ไม่สนับสนุนฝ่ายประชาชนให้เข้มแข็ง
ไม่เฉลียวใจว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงชัยชนะในศึกเลือกตั้ง ไม่ใช่ชัยชนะในสงครามใหญ่

ฝ่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตยถูกทำให้อ่อนพลังสู้รบ

เนื่องจากชัยชนะในการเลือกตั้งและได้จัดตั้งรัฐบาล
นักต่อสู้ส่วนหนึ่งกลายเป็นนักการเมืองและหัวคะแนน แตกแยกกันเนื่องจากผลประโยชน์

ทั้งยังถูกทำให้อ่อนแรงด้วยกลยุทธ์จัดตั้งซ้อนจัดตั้ง
ด้วยการจัดตั้งองค์กรอื่นซ้อนเข้ามาในหมู่เสื้อแดงสมาชิก นปช.
พยายามแย่งชิงการนำ ทำให้ นปช. อ่อนแอ

การทบทวนยุทธศาสตร์ยุทธวิธีเฉพาะหน้าในสถานการณ์วิกฤตจึงจำเป็น

ที่มีอยู่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว เป็น 2 ขา
ที่ผูกติดกับพรรคการเมือง ขาดลักษณะสู้รบ ขาดการเป็นฝ่ายกระทำ
ไม่อาจสร้างภาวะการนำได้อย่างอิสระ

และถูกหยุดยั้งด้วยฝ่ายการเมืองซึ่งมียุทธศาสตร์เจรจาประนีประนอมเป็นหลัก

ฉะนั้น เมื่อเกิดยุทธการปฏิวัติประชาชน
ปฏิรูปประเทศไทยของนายสุเทพและ กปปส. ที่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก
จึงจำเป็นต้องเรียกร้องต่อผู้รักประชาธิปไตย จะต้องยกระดับต่อสู้ทางการเมือง

เพื่อเปลี่ยนจากรับ เป็นรุก



ต่อมาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ
แถลงความคืบหน้าการลั่นกลองรบ ว่า

ถึงเวลาประชาชนต้องออกมาดูแลประชาธิปไตยเอง
กำหนดเคลื่อนไหว 1 มีนาคม ณ ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี
ก่อนเคลื่อนไปอีกหลายจังหวัดภาคอีสานและภาคเหนือ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า
ขอให้คนเสื้อแดงพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง รอสัญญาณเข้ากรุงเทพฯ

ไม่เพียงการจัดทัพจาก นปช.ส่วนกลาง

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ยังรวบรวมแกนนำเสื้อแดงอีสาน 20 จังหวัด กว่า 500 คน
ตั้งกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ

เปิดรับอาสาสมัครใน 20 จังหวัดอีสาน ตั้งเป้า 200,000 แสนคน
พร้อมจัดเตรียมยุทธวิธีจัดการกลุ่มมุ่งทำลายประชาธิปไตย

ด้านกลุ่มอดีต ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย นำโดย
นายไพจิต ศรีวรขาน
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข
นายขจิต ชัยนิคม
นายอดิศร เพียงเกษ
จัดตั้งกลุ่ม"ขบวนการคนอีสานปกป้องประชาธิปไตย"

ประกาศไม่ยอมให้กลุ่มขบวนการที่กระทำขัดกฎหมาย มากำหนดทิศทางประเทศไทย
และรับไม่ได้หากมีการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย

จะไม่ยอมรับทุกเงื่อนไขหากไม่ใช่วิธีการเลือกตั้ง คนอีสาน 20 จังหวัดพร้อมออกมาต่อสู้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ระบุ

ปัญหาขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่นายสุเทพแค่คนเดียว แต่อยู่ที่เครือข่ายอำมาตย์ทั้งหมด

การกระทำตั้งแต่การรัฐประหารปี 2549
การล้อมปราบในปี 2552 และ 2553 เป็นตัวละครเดียวกันทั้งสิ้น

ถ้าไม่สู้ เราก็ตาย
ถ้าอยากให้บ้านเมืองมีความยุติธรรมเป็นประชาธิปไตย
ก็ต้องออกมาสู้ จะได้รู้ว่าประชาชนของจริงเป็นอย่างไร

จากนี้เข้าสู่สถานการณ์สู้รบแล้ว


..................


(ที่มา:มติชนสุดสัปดาห์ประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 6 มีนาคม 2557)




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393737723&grpid=01&catid=&subcatid=
91  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / การ์ด กปปส. ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณสยามสแควร์ เมื่อ: 1 มีนาคม 2014, 19:43:35


เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่ สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.นพพร ศุภพัฒน์ อายุ 52 ปี
ตำแหน่งรองผู้บังคับการส่วนตรวจสอบสำนวนคดีอุทธรณ์และฎีกา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ภูเดชา เชื่อมั่น พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน
ให้ดำเนินคดีกับการ์ด กปปส. เวทีแยกปทุมวัน หลังถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ
เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 17.00 น.วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.นพพร ให้การว่า เมื่อช่วงเย็นวันที 28 ก.พ.ที่ผ่านมา
หลังเลิกงานตนกำลังจะเดินทางไปพบเพื่อนที่สำนักงานทนายความย่านฝั่งธนบุรี
จึงออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางประตูกองบัญชาการสอบสวนกลาง
จากนั้นข้ามถนนไปทางสยามสแควร์
และเดินบริเวณใต้สกายวอลค์ติดถนนพระราม 1 มุ่งหน้าไปทางแยกปทุมวัน
เพื่อจะโบกแท็กซี่ไปฝั่งธนบุรี แต่ระหว่างทางช่วงหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสยามสแควร์
จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์ รูปร่างสูงใหญ่ อายุประมาณ 40 ปี สวมชุดยีนส์เดินเข้ามาหาตน
เพื่อขอตรวจค้น ด้วยความที่ตนสวมชุดธรรมดานุ่งกางเกงขายาวสีดำ
แต่เสื้อคลุมสีดำแต่มีตราโล่
ตนจึงยอมรับไปว่า ตนเป็นตำรวจแค่ขอเดินผ่านพื้นที่ไปเรียกรถแท็กซี่
มุ่งหน้าไปหาเพื่อนเท่านั้นไม่มีวัตถุประสงค์อย่างอื่น

พ.ต.อ.นพพร กล่าวอีกว่า พอตนบ่ายเบี่ยงยืนกรานไม่ให้ค้นตัว
ก็ถูกชายดังกล่าวก็ใช้ไฟฉายที่เป็นเครื่องช็อตไฟฟ้าจี้มาที่หน้าอก ถูกชกเข้าที่ดั้งจนเลือดไหล
จากนั้นกลุ่มการ์ดอีกกว่าสิบคนก็เข้ามารุมทำร้ายจนตนล้มลงถูกกระทืบจนน่วมไปทั้งตัว
ตนพยายามต่อสู้แต่สู้ไม่ไหวเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีปากกาด้ามเดียวไม่มีอาวุธแต่อย่างใด
พอกลุ่มการ์ดกระทืบจนหนำใจ
ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ จยย.เป็นยานพานะพาตนซ้อนท้ายแบบประกบตัวออกมานอกพื้นที่
โดยบังคับให้ตนห้อยสายนกหวีดและใช้ผ้าปิดบังใบหน้าไว้ด้วย
จังหวะที่รถ จยย.แล่นผ่านหน้าวังสระปทุม
ตนเห็นตำรวจรักษาการณ์อยู่บริเวณนั้นจึงใช้ความพยายามขัดขืน
กระโดดลงจากรถหนีไปขอความช่วยเหลือ
แต่เนื่องจากตำรวจมีเพียงนายเดียวจึงไม่สามารถช่วยตนได้สุดท้ายตน
ก็ถูกการ์ดนับสิบตามไปฉุดกระชากพาตัวไปทำประวัติก่อน
จะปล่อยให้ไปรักษาตัวเองที่โรงพยาบาล
ตนนั่งรถแท็กซี่ไปที่ รพ.เจ้าพระยา ย่านปิ่นเกล้า ให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บ
เพื่อออกใบรับรองมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
โดยแพทย์ระบุว่า โดนทำร้ายร่างกาย
มีอาการฉีกขาดที่มือขวาต้องเย็บหลายเข็ม มีบาดแผลฟกช้ำที่ดั้งจมูก
ฟกช้ำที่ท้ายทอยซ้าย ฟกช้ำที่หลังและหน้าท้อง พ.ต.อ.นพพร กล่าว     

ด้าน พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า
 รับทราบรายงานเหตุการณ์และได้พูดคุยกับผู้เสียหายแล้ว
ในเบื้องต้นจึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณถนนพระราม 1
เพื่อหาเบาะแสผู้กระทำความผิด
โดยหลังจากนี้จะนำแฟ้มประวัติของผู้ต้องสงสัยส่วนใหญ่เป็นการ์ด กปปส.
และผู้ชุมนุมที่เคยเก็บรวบรวมไว้มาให้ผู้เสียหายดูเผื่อจดจำใบหน้าได้
และจะติดตามตัวมาดำเนินคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายต่อไป




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16WTJORGd3TlE9PQ==&subcatid=
92  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "น้องไบรท์" ผู้ประกาศข่าวดังสุดทน โพสต์สวน "สลิ่ม" เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2014, 21:15:47
"น้องไบรท์" ผู้ประกาศข่าวดังสุดทน โพสต์สวน "สลิ่ม"
- ยันวิจารณ์การทำงานได้ แต่อย่าบิดเบือนข่มขู่







นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
http://news.sanook.com/1492080/น้องไบรท์-โพสต์ชี้้แจงการรายงานข่าว/

น้องไบรท์ ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 แห่งเรื่องเล่าเช้านี้
โพสต์ข้อความชี้แจงการรายงานข่าวหลังถูกวิจารณ์การรายงานข่าว

น้องไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ผู้ประกาศข่าวชื่อดังแห่งรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 
ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตราแกรมชี้แจงการรายงานข่าวหลังถูกวิจารณ์
จากเฟซบุ๊ค เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อ พ่อ
โดยข้อความของ น้องไบรท์ มีดังนี้

การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานสามารถทำได้
แต่อย่าบิดเบือน และข่มขู่ ข้อเท็จจริงของข่าวที่รายงานเมื่อเช้าคือ
1. เหตุการณ์ที่จ.ตราดมีเด็กเสียชีวิต 2 คน
คนที่รายงานเมื่อเช้าคือ "ด.ญ.ณัฐชยา รอสูงเนิน หรือน้องขิม"
ซึ่ง "เป็นคนละคน" กับ "ด.ญ.ฬิฬาวัลย์ พรหมช่วย" (ไม่ทราบชื่อเล่น)
ที่วิ่งเล่นอยู่ในวันเกิดเหตุขณะแม่กำลังล้างจานแล้วถูกยิงเสียชีวิต

2.นางละมัย รอสูงเนิน ย่าของน้องขิมเล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า
ตนพร้อมนายมานะ รอสูงเนิน ผู้เป็นปู่ ได้พาน้องขิมพร้อมหลานๆ
ไปฟังการปราศรัยของกลุ่มกปปส.ที่ตลาดยิ่งเจริญ
ก่อนกลับพาหลานไปนั่งทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเกิดเหตุ /
เช่นเดียวกับนายวัชระ พูนทอง ลุงของน้องขิม
ที่เล่าว่า น้องขิมติดตามปู่และย่า ไปฟังการปราศัยของกลุ่มกปปส.ที่ต.แสนตุ้ง
เนื่องจากนายมานะและนางละมัยชอบกปปส. จนมาเกิดเหตุ
น้องขิมถูกยิงแล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา

การโพสต์ข้อความลงใน FB ของ"เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ"
จึงเป็นการบิดเบือนและกล่าวหา โดยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
และไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างถูกต้อง / การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานสามารถทำได้
และยินดีเปิดรับฟังทุกฝ่ายนะคะ
แต่ต้องไม่มีอคติ หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อข่มขู่ และสร้างความเกลียดชัง

หลายคนเข้ามาให้กำลังใจน้องไบรท์เป็นจำนวนมาก



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16VTNNVFV6T1E9PQ==&sectionid=
93  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "โอ๊ค"เผยคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ โทร.ขอโทษคุณหญิงอ้อแล้ว-ปม"ทยา"เป่าหวีดคุกคาม! เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2014, 21:01:29

ภาพ : นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนางทยา ทีปสุวรรณ สองแกนนำกปปส.



ภาพ : ภาพจากเฟซบุ๊ก พานทองแท้

 หมายเหตุ : นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร
โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก กรณีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  และนางทยา ทีปสุวรรณ
สองแกนนำกปปส. เป่านกหวีดขับไล่ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดาของนายพานทองแท้
ในห้างเอมโพเรียม มีเนื้อหาดังนี้


Unseen แก๊งค์ป่วนเมืองครับ

เมีย สส.ประชาธิปัตย์ เป่านกหวีดใส่คุณแม่ผม แล้วทำเป็นมาพูดว่าคุณแม่ผมวิ่งหนี..!!
ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นการเดินไปขึ้นรถ โดยมีการ์ดคอยกัน 2 คนผัวเมียจอมป่วนเมืองให้ไปห่างๆ

เรื่องจริงปรากฏว่า เมื่อคุณแม่ผมขึ้นรถกลับไปแล้ว
เมียสส.คนนี้กลับโดน "คุณยายใจเด็ด" อายุกว่า 80ปี ปาของใส่หน้า
จนนกหวีดที่เป่าแบบไม่ลืมหูลืมตากระเด็นหลุดปากครับ 55555..โสน้าน่าจิงจิง..55555
ดูบรรยากาศของเหตุการณ์ต่อเนื่องที่เกิดขึ้นจริง ได้ตามนี้เลยครับ....

<a href="http://www.youtube.com/v/vcoJpZyDQbQ?hl=th_TH&amp;amp" target="_blank">http://www.youtube.com/v/vcoJpZyDQbQ?hl=th_TH&amp;amp</a>

ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวครับ
ตัวเองเป็นเจ้าของคลิป อายสลิ่มด้วยกันที่เจอคุณยายใจเด็ดหักเหลี่ยม
พอนำมาขยายผลลงยูทูปกลับกลัวเสียฟอร์ม ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง
จึงแอบลบช่วงท้ายที่ถูกเขวี้ยงนกหวีดกระเด็น
แต่ก็ยังมีสลิ่มด้วยกันเองงัดออกมาประจานจนได้ 55555

พฤติกรรมก้าวร้าวของเมียสส.คนนี้ เดือดร้อนถึงผู้เป็นแม่ครับ
ซึ่งหลังจากลูกสาวถูกปาของใส่หน้า จนนกหวีดหลุดจากปากได้ไม่ถึงชั่วโมง
คุณแม่คือคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ทราบเรื่อง
จึงได้โทรมาขอโทษคุณแม่ผม ที่ลูกสาวตัวเองมีพฤติกรรมเช่นนี้
ซึ่งคุณแม่ผมก็ให้อภัย ไม่ได้ว่าอะไร

นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียว ซึ่งเมียสส.ถูกเขวี้ยงนกหวีดกระเด็น
โดยไม่ต้องมีการจัดฉากรีทัชตัดต่อครับ
ครั้งหน้าถ้าญาติสนิทมิตรสหายของพรรคประชาธิปัตย์ ยังนำพฤติกรรมเสื่อม-ถอย-ถ่อย-เถื่อน
ที่พรรคประชาธิปัตย์กระทำในสภาฯ ออกมาใช้กับบุคคลภายนอกอีก
ผมเชื่อว่าจะต้องโดนพี่น้องประชาชนรอบข้างที่เหลืออด ตอบโต้กลับไปเช่นเดียวกัน

----

พรรคฯพวกเดียวกันไม่เป่า มาเป่าใส่คนอื่น ก็หงายเงิบแบบนี้แหละ 55555

เข็ดไหมจ้ะ "ทยา (ศรีวิกรม์)ทีปสุวรรณ"



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16VTVNVE0wTnc9PQ==&sectionid=






http://www.go6tv.com/2014/02/fb_28.html
94  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ‘ชูวิทย์’ชี้สงครามใต้ดิน กรุงเทพฯ Killing Zone ไม่ต่าง 3 จว.ชายแดนใต้ เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2014, 15:36:08


นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

 สงครามใต้ดิน

 สถานการณ์ความรุนแรง เหตุระเบิดรายวัน จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นแดน Killing Zone
เหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
รัฐบาลปกครองประเทศ บริหารบ้านเมือง แก้ไขปัญหาให้ประชาชนไม่ได้
ระบบต่างๆ ถูกปิดล็อค ไร้ความน่าเชื่อถือ ไม่มีใครปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้าราชการทำงานไม่ได้ ไม่มีสภา ไม่มีการตรวจสอบ ระบบรวนไปหมดทั้งประเทศ

 เมื่อ “มึงทำได้ กูก็ทำได้” เพราะเป็นการชุมนุมโดยสันติ อหิงสา ตามรัฐธรรมนูญ
วันนี้ นปช. เทปูนปิด ป.ป.ช. เลียนแบบ กปปส. เทปูนปิดทำเนียบฯ
องค์การกลาง สถาบันต่างๆ ไม่ได้เป็นที่พึ่งอีกต่อไป
การต่อสู้ของประชาชนทั้งสองกลุ่ม ก่อให้เกิดสงครามใต้ดิน
ที่ไม่มีใครกล้าระบุตัวตน ไม่มีกฎเกณฑ์แบบแผน ไม่มีการประกาศตัว
ทั้งคุณยิ่งลักษณ์ และคุณสุเทพ เป็นเพียงตัวแทนของกลุ่มอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง
แม้ว่าการเจรจาจะเกิดขึ้น แต่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ

 ประชาชนล้มตายเหมือนใบไม้ร่วง
เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายประณาม สร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง แต่แก้ปัญหาไม่ได้
แล้วกลับนำมาใช้เป็นเงื่อนไขประหัตประหารกันต่อเพื่อแย่งชิงมวลชน

 นึกแล้วก็แปลก ประเทศไทยอันอุดมสมบูรณ์ ดินแดนขวานทอง
ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ไม่ได้มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งกันเรื่องเชื้อชาติ สีผิว
แต่ถึงขนาดจะแบ่งประเทศปกครอง คงไม่ช้ากำแพงจะก่อตัว
คนไทยต้องแบ่งภาคกันอยู่ตามความเชื่อ อุดมการณ์ อพยพมุ่งขึ้นเหนือ หรือจะลงใต้?

 ใน พ.ศ. 2557 บันนังสตา เจาะไอร้อง ราชประสงค์ ปทุมวัน ไม่ได้แตกต่างกันเลย
ประชาชนต้องอยู่ท่ามกลางความแตกแยก หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ทั้งๆที่เป็นคนไทยด้วยกันทุกคน

 สงครามใต้ดินกำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเจริญศิวิไลซ์ของประเทศไทย
บนดินที่เราเห็นเป็นเพียงหน้าฉากของละครการเมือง
แต่ใต้ดินเขาเอากันถึงขนาดจะเปิดสงคราม

 บรรพบุรุษคงน้ำตาไหล ลูกหลานไทยหันหน้าฆ่ากันเอง




http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16VTFNVGswTmc9PQ==&subcatid=
95  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ผบ.ตร.ตั้ง "วินัย ทองสอง" หน.พิเศษสางคดีเอ็ม-79 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2014, 15:31:06
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)- วันที่ 28 กุมภาพันธ์

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร กล่าวอีกว่า สำหรับคดียิงเอ็ม79  เหตุแทรกซ้อนการชุมนุม
กำชับให้ตร.เร่งเข้าพื้นที่เกิดเหตุ ระดมสรรพกำลัง เร่งพิสูจน์ทางคดีอย่างรอบคอบ
แสวงหาความร่วมมือจากประชาชน พร้อมตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษดูคดียิงเอ็ม79
ให้พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุด
ให้พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.พฐ
พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส.เป็นรองหัวหน้าชุด

และให้พล.ต.ท.วินัยตั้งชุดปฏิบัติการ 4 ชุด ประกอบด้วย
1.ชุดสืบสวน
2.ชุดพิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาตร์
3.ชุดพิสูจน์ทราบวัตถุระเบิด
4.ชุดผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิด
โดยชุดนี้มีหน้าที่ ป้องกันเหตุแทรกซ้อน คลี่คลายคดี จับกุมผู้ก่อเหตุเร็วที่สุด



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16VTNNelE0TkE9PQ==&subcatid=
96  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศาลปกครอง พิพากษาหักหน้ามาร์ค สั่งยกเลิกคำสั่งปลด “พัชรวาท” ออกจากราชการ เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2014, 15:25:47


เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
นายศรศักดิ์ นิยมธรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง
ในฐานะตุลาการเจ้าของสำนวน ออกบัลลังก์อ่านคำพิพากษา
ในคดีหมายเลขแดงที่ 99/2554 ที่พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.
ฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้นายกรัฐมนตรี ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น
ดำเนินการยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 228/2552 ลงวันที่ 19 ต.ค.2552
ซึ่งลงโทษปลดพล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากราชการ

เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
มีมติว่า พล.ต.อ.พัชรวาท กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างร้ายแรง
กรณีสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปราบปรามประชาชนที่กำลังชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค.2551
เป็นเหตุให้ประชาชนที่กำลังชุมนุมถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ 
ตามที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)
ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 17/2552 เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2552
ระบุว่า พล.ต.อ.พัชรวาทไม่ได้กระผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ให้สั่งยกโทษ  ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด
ส่วนคำขออื่นให้ยก

ทั้งนี้ ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงในคดีนี้เห็นว่า
นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามมติ ก.ตร.ที่ให้คืนตำแหน่งให้กับพล.ต.อ.พัชรวาท
ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็น ว่า
นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องรับทราบและยกเลิกคำสั่งลงโทษปลด พล.ต.อ.พัชรวาท
ออกจากราชการให้เป็นไปตามมติ ก.ตร. โดยไม่อาจใช้ดุลยพินิจเป็นอย่างอื่นได้ 
เนื่องจากเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี
ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ ผบ.ตร. ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547
โดยเฉพาะไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
ส่วนประเด็นข้อกฎหมายที่มีปัญหามติ ก.ตร.
ต้องปฏิบัติตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 2/2546

ซึ่งระบุว่า องค์กรกลางในการบริหารบุคคลของผู้ถูกกล่าวหา
ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542
ไม่สามารถวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงใหม่
แล้วเปลี่ยนฐานความผิดเพื่อกำหนดโทษใหม่ได้นั้น เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี
ที่จะต้องสั่งการตามมติ ก.ตร. หรือบันทึกโต้แย้งมติ ก.ตร. เพื่อให้ก.ตร.พิจารณาทบทวนใหม่
แต่นายกฯกลับรับทราบความเห็นดังกล่าว แล้วมิได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด
ดังนั้นเมื่อ ก.ตร. มีมติให้คืนตำแหน่งแก่พล.ต.อ.พัชรวาท
นายกรัฐมนตรีจึงปฏิบัติเป็นอย่างอื่นไมได้
ซึ่งศาลยังเห็นว่าการที่นายกฯไม่ดำเนินการใดๆ ตามมติ ก.ตร.
และจากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16VTNNemMzTVE9PQ==&subcatid=
97  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศาลอาญาไม่อนุมัติหมายจับ! "มือปืนป็อบคอร์น" เหตุปะทะแยกหลักสี่ อ้างให้หาพยานหลัก เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2014, 07:37:54
ศาลอาญาไม่อนุมัติหมายจับ! "มือปืนป็อบคอร์น" เหตุปะทะแยกหลักสี่
อ้างให้หาพยานหลักฐานมาเพิ่ม



เขียนโดย  Go6 TV









รายงานความคืบหน้าล่าสุดจากตำรวจ ในคดีเหตุปะทะที่หลักสี่ในวันนี้ 
คดีนี้ทางฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ
ซึ่งเบื้องต้นสามารถกำหนดกลุ่มที่ใช้อาวุธปืนได้
อีกทั้งทาง พล.ต.อ.จรัมพรฯ ได้ทำภาพจำลองตำแหน่งผู้กระทำผิดต่างๆเพื่อประกอบสำนวนการ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย
ปรากฏว่า 1 ใน 4 รายนั้น ทางศาลได้ยกคำร้องโดยให้หาพยานหลักฐานมาประกอบเพิ่มเติม
ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายนั้น ทางศาลอาญา ได้นัดฟังคำ
ขออนุมัติออกหมายจับ ในวันที่ 11 มีนาคม 2557




http://www.go6tv.com/2014/02/blog-post_27.html
98  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / "อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร" โพสต์ซัดคนเป่านกหวีดใส่ "พจมาน" เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2014, 01:09:55





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
http://hilight.kapook.com/view/98568

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram ingshin21

          อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร โพสต์รูปคนเป่านกหวีดใส่ พจมาน ชินวัตร
เขาเรียกพวกอันธพาล..ในคราบสถุนถ่อย


           วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ได้โพสต์รูปลงในอินสตาแกรมส่วนตัว ingshin21
ระบุข้อความว่า "เพื่อนส่งมา..."
โดยเป็นภาพเหตุการณ์ที่แกนนำ กปปส. เป่านกหวีดใส่ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดา
ซึ่งในภาพดังกล่าวมีข้อความระบุด้วยว่า...


          "นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนางทยา ทีปสุวรรณ
คลิปว่อนนาทีแกนนำ กปปส. เป่านกหวีด "พจมาน" กลางห้าง
ผลักคนเดินตามจนเซถลา ! สังคมทั่วไป..มองสองตนนี้ไม่ใช่คนดีหรอกครับ
เขาเรียกอันธพาล..ในคราบสถุนถ่อย"



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU16VXdOelV5TVE9PQ==&sectionid=
99  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / สุรพงษ์ลั่นให้สุเทพท้าเฉลิม-ตู่ออกทีวี เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2014, 18:18:41
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)
กล่าวถึง กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.
เสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เจรจาออกทีวี ว่าไม่ใช่การเจรจาแต่เป็นการโต้วาที
เพราะถ้านายสุเทพมีความจริงใจในการเจรจา
ควรจะมาพูดคุยกันก่อนนอกรอบว่ามีเงื่อนไข ต้องการอะไร

 

หากนายสุเทพ ต้องการดีเบตหรือโต้วาที
ควรจะไปท้า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ศรส.)
หรือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.
ดีกว่า เพราะถ้าโต้วาที น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถสู้นายสุเทพได้
เนื่องจากนายสุเทพ พูดน้ำไหลไฟดับ และหากจะโต้วาทีจริง
ตนเห็นว่าควรจะเป็นลักษณะถ่ายทอดโทรทัศน์ในลักษณะโฟนอินเข้าไป
ถ้าเป็นการเผชิญหน้า กลัวนายสุเทพจะไปท้าต่อยผู้ร่วมดีเบต



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393496568&grpid=03&catid=&subcatid=
100  หมวดหลัก / กระทู้การเมือง / ศาลอาญาไม่เพิกถอนหมายจับ 18 แกนนำ กปปส.ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2014, 18:12:53
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ห้องพิจารณาคดี 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก
ศาลนัดอ่านคำสั่ง ที่นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนาย กปปส.
ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเพิกถอนหมายจับแกนนำ กปปส. 19 ราย ประกอบด้วย

1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.
2.นายสาธิต วงศ์หนองเตย
3. นายชุมพล จุลใส
4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
5.นายอิสสระ สมชัย
6.นายวิทยา แก้วภราดัย
7.นายถาวร เสนเนียม
8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
9.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก
11.นายนิติธร ล้ำเหลือ
12.นายอุทัย ยอดมณี
13.เรือตรี แซมดิน เลิศบุศย์
14.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ
15.นายรัชต์ยุตม์ หรืออมร ศิรโยธินภักดี
16. นายกิตติชัย ใสสะอาด
17.นายสำราญ รอดเพชร
18.นายพานสุวรรณ ณ แก้ว
และ 19.นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม
ที่ถูกศาลออกหมายจับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 11 (1)
และมาตรา 12 วันที่ 5 กุมภาพันธ์

 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า
ขณะที่ศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องสงสัยทั้ง 19 รายนั้น ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนั้น
การออกหมายจับดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายทุกประการ
แม้ต่อมาศาลแพ่งจะมีคำพิพากษา
ในคดีที่ นายถาวร เสนเนียม ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์กับพวกรวม 3 คน
ให้เพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้วก็ตาม
แต่ศาลแพ่งก็ไม่ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงแต่อย่างใด

 

ส่วนที่คำพิพากษาศาลแพ่งดังกล่าว
จะสั่งห้ามมิให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กับพวกห้ามนำประกาศและข้อกำหนดรวม 9 ข้อ
ซึ่งรวมถึงการให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุม
และควบคุมตัวบุคคลที่สงสัยจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
หรือผู้ใช้ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุน การกระทำเช่นว่านั้น
อันเป็นที่มาของการที่ผู้ร้องขอออกหมายจับดังกล่าวก็ตาม
แต่เมื่อปรากฏคำพิพากษาศาลแพ่งดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด
คู่ความสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ และฎีกาได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ซึ่งศาลอุทธรณ์ หรือฎีกา อาจพิพากษายืนกลับ แก้ไขคำพิพากษาได้
หรือหากไม่มีการอุทธรณ์คดีก็จะถึงที่สุดเมื่อระยะเวลาแห่งการอุทธรณ์ได้ล่วงพ้นไป

 

ส่วนที่ศาลอาญามีคำสั่งที่ ฉฉ.11/2557 ฉบับลงวันที่ 24 ก.พ. 2557
ให้ยกคำร้องของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในคดีที่ขอหมายจับ 13 แกนนำ กปปส.
โดยกล่าวถึงการที่ศาลแพ่งมีคำพิพากษาเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่มีความร้ายแรงว่าเป็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังเปลี่ยนแปลงนั้น
เป็นเพียงเหตุผลประกอบดุลพินิจที่เห็นสมควรยังไม่ออกหมายจับเท่านั้น
ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุเพิกถอนหมายจับนายสุเทพกับพวกดังกล่าว จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ภายหลังฟังคำสั่ง นายวิโรจน์ ทนายความ กปปส.
กล่าวว่า เตรียมจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่เพิกถอนหมายจับครั้งนี้ 
เพราะว่าเมื่อศาลแพ่งมีคำวินิจฉัยห้ามใช้ประกาศและข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้
จึงต้องส่งคำร้องเพื่อให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่คำวินิจฉัยที่ออกมาครั้งนี้พวกตนก็น้อมรับ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้ออกหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 19 คน
ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม
แต่นายสนธิญาณได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไปก่อนหน้านี้แล้ว
และเมื่อถูกจับแล้วหมายจับของนายสนธิญาณจึงสิ้นสุดลง
เหลือเพียงหมายจับของแกนนำอีก 18 คนเท่านั้น




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393491109&grpid=00&catid=&subcatid=
หน้า: [1] 2 3 ... 104